ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 331 กุมความลับสำคัญไว้มาก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 331 กุมความลับสำคัญไว้มาก
บทที่ 331 กุมความลับสำคัญไว้มาก
วันนี้หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว ซ่งชิงซีก็รีบกลับไปที่ห้องเพื่อตรวจบันทึกคดี
ส่วนซ่งชิงหลันก็วาดแบบจนดึกดื่นเช่นกัน นางลุกขึ้นเดินออกไปสูดอากาศหายใจข้างนอก นึกไม่ถึงว่าจะเห็นห้องซ่งชิงซียังจุดไฟสว่างอยู่ และเขายังคงนั่งอยู่บนโต๊ะ แสงเทียนสะท้อนภาพเงาออกมา แม้กระทั่งความเหนื่อยล้านางก็สามารถสัมผัสได้
นั่นทำให้ซ่งชิงหลันรู้สึกปวดใจไม่น้อย นางจึงรีบเข้าไปในครัวทำบะหมี่ไข่ให้เขาชามหนึ่ง
นางผลักประตูของซ่งชิงซีเปิดออก แต่เพราะซ่งชิงซีกำลังเพ่งสมาธิจดจ่อ เขาจึงไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย
ไม่แม้กระทั่งซ่งชิงหลันนำถาดใส่บะหมี่ไข่เข้าไปใกล้ ๆ มือเขา เท่านั้นเองเขาจึงรู้สึกตัวขึ้นมา และเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ “ท่านพี่? ท่านมาได้อย่างไรขอรับ?”
ซ่งชิงหลันเห็นว่าดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดง ใบหน้าของเขาล้วนเต็มไปด้วยความอ่อนล้า นางก็อดรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาไม่ได้ “ข้าเห็นว่าเจ้าทานมื้อเย็นไม่มากนัก อีกทั้งดึกดื่นป่านนี้ยังยุ่งวุ่นวายอยู่อีก ข้าจึงทำบะหมี่ไข่มาให้เจ้าชามหนึ่งเป็นมื้อดึก เจ้าทานให้มากหน่อย แล้วพักเสียบ้าง”
แน่นอนว่าซ่งชิงซีไม่อาจปฏิเสธความห่วงใยและความปรารถนาดีของซ่งชิงหลันได้ เขาวางบันทึกคดีในมือลงทันที หยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วลงมือทาน “อืม ยังไงบะหมี่ของท่านพี่ก็โอชะที่สุดขอรับ”
“เจ้านี่นะ ทุกครั้งที่เผชิญกับความยากลำบาก ก็ไม่แม้แต่ใส่ใจกับอาหารการกินของตน” สิ้นคำนางก็เมียงมองบันทึกคดีในมือของเขาอีกครั้ง แล้วเอ่ยถามขึ้นมา “คดีท่านพ่อของอิงหนิง ยังไม่มีความคืบหน้าอีกหรือ?”
“อืม” ซ่งชิงซีขมวดคิ้วเป็นปม ตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำ
แน่นอนว่าซ่งชิงหลันเข้าใจความกดดันของเขาดี นอกเหนือจากนี้ ซุนอิงหนิงยังอาศัยอยู่ในจวนแห่งนี้ แต่ละวันนางล้วนเฝ้าหวังว่านางจะได้ล้างมลทินให้ท่านพ่อของนางได้
และยิ่งทั้งสองเงยหน้าไม่เจอก้มหน้าเจออยู่ [1]* เช่นนี้ทุกวัน ย่อมสร้างความกดดันของซ่งชิงซีมากจนไม่สามารถคาดเดาได้
ซ่งชิงซีรีบทานบะหมี่ไข่หมดอย่างรวดเร็ว จากนั้นวางตะเกียบลง และกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เรื่องนี้หากไม่ตรวจสอบก็คงไม่รู้ ทว่าเมื่อตรวจสอบแล้ว ถึงได้พบว่าคดีนี้ยุ่งยากซับซ้อนยากแก่การแก้ไขเพียงใด มีเส้นสายโยงใยเกี่ยวพันถึงหลายสิ่ง หากปิดคดีตอนนี้ ก็จับได้เพียงกุ้งหอยปูปลาเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ไม่มีประโยชน์อันใดแม้แต่น้อยขอรับ อย่างไรก็ตาม หากเราคิดจะจับผู้ที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังออกมา ก็ไม่ง่ายดายเช่นกัน อันที่จริง บัดนี้พวกเราสาวถึงตัวของรองเสนาบดีกรมพระคลังแล้ว เพียงแต่ ตอนนี้พวกเราไม่อาจสืบสาวต่อได้ขอรับ”
“เจ้าหมายถึง… รองเสนาบดีกรมพระคลังผู้นี้กุมความลับสำคัญไว้มากมายหรือ?”
“ขอรับ” ซ่งชิงซีพยักหน้า “พวกเราตรวจสอบออกมาได้ว่า หลายปีมานี้รองเสนาบดีกรมพระคลังหลี่ถานไฉ่และมหาเสนาบดีหลิวมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เขาจะต้องมีหลักฐานสำคัญอยู่ในมือไม่น้อยเป็นแน่”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว “ใต้เท้าหลี่ผู้นี้เป็นขุนนางอาวุโส กระทำการใดจะต้องไม่ให้น้ำหลุดรอดออกมาแม้แต่หยดเดียวเป็นแน่ อยากจะล้วงความลับจากเขาคงไม่ง่ายดายกระมัง?”
“เป็นเช่นนั้นขอรับ พวกเราจึงอยากตรวจสอบจากคนใกล้ชิดรอบตัวเขา แล้วใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง ทว่าแต่ละคนล้วนปิดปากเงียบ ไม่รู้ต้องเริ่มต้นด้วยวิธีการใดดี”
ซ่งชิงหลันพลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา “เช่นนั้นพวกเจ้าถามคนร่วมเรียงเคียงหมอนเขาแล้วหรือยัง?”
“นายหญิงหลี่หรือขอรับ?” ซ่งชิงซีขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “เท่าที่พวกเราทราบ นายหญิงหลี่เป็นเพียงท่านหญิงธรรมดาผู้หนึ่ง ไม่ทราบเรื่องราวใดในวงขุนนางของใต้เท้าหลี่ ถามจากฝั่งของนางยิ่งไม่ได้เรื่องที่มีประโยชน์อันใด”
“ไม่ใช่นายหญิงหลี่…” ซ่งชิงหลันส่ายหน้า จากนั้นจึงกล่าวต่อ “แต่เป็นสหายรู้ใจของหลี่ถานไฉ่ แม่นางเสวี่ยเยว่จากหอหงซิ่วต่างหาก”
ซ่งชิงซีประหลาดใจขึ้นมาโดยพลัน “หอหงซิ่ว? แม่นางเสวี่ยเยว่?”
ซ่งชิงหลันพลันยิ้มด้วยท่าทีมีเลศนัย “ข้ามีวิธี พวกเราทำอย่างนี้…”
สิ้นคำ นางก็เอียงตัวเข้าไปใกล้ ๆ หูของซ่งชิงซี ป้องมือกระซิบแผนของนาง
ซ่งชิงซีอึ้งไปชั่วขณะ สุดท้ายจึงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ “ท่านพี่ อย่างนี้? ไม่ดีกระมัง?”
“เจ้าฟังพี่! ตกลงตามนี้!” นางยืดตัวขึ้นหลังจากกล่าวเช่นนั้นแล้ว “พรุ่งนี้พวกเราพบกัน!”
ก่อนที่ซ่งชิงซีจะได้เอ่ยสิ่งใด ซ่งชิงหลันก็เดินออกจากห้องไปเสียแล้ว
วันถัดมา
ซ่งชิงหลันจงใจนำชุดของบุรุษสีดำขนาดพอดีตัวชุดหนึ่งกลับมาจากร้านเสื้อชิงเยว่ และสวมใส่ลงไปบนร่างกายอย่างรวดเร็ว นางแต่งกายในชุดบุรุษ จากหญิงสาวที่งดงามได้กลายมาเป็นคุณชายลูกหลานตระกูลผู้สูงศักดิ์ที่หล่อเหลาผู้หนึ่ง
ใบหน้าที่เห็นหล่อเหลานี้ ทำให้ซ่งชิงซีตกตะลึงไปเสียแล้ว
เขากลืนน้ำลายแล้วกล่าว “ท่านพี่ ชุดบุรุษชุดนี้ของท่าน จะหล่อเหลาเกินไปหรือไม่ขอรับ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว!” ซ่งชิงหลันเลิกคิ้วอย่างผู้กุมชัยชนะ “โชคดีนะที่ข้าเป็นสตรี ไม่เช่นนั้นหากเปรียบเทียบกับพวกเจ้า พวกเจ้าจะต้องหม่นหมองอย่างแน่นอน เอาเถิด เรื่องไร้สาระกล่าวมาพอแล้ว พวกเราเริ่มเถิด”
เมื่อคิดว่าจะได้เข้าไปในหอหงซิ่ว ซ่งชิงหลันก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
นางท่องเวลามานานถึงเพียงนี้แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่นางจะได้ยลโฉมหอบุปผา
ส่วนซ่งชิงซีก็รู้สึกลังเลขึ้นมาเสียไม่ได้ เขาจึงเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวล “ท่านพี่ เช่นนี้ไม่ดีกระมัง อย่างไรเสียท่านก็เป็นลูกหลานตระกูลขุนนาง หากท่านอ๋องทราบเรื่องนี้เขาจะต้องไม่พอใจเป็นแน่”
ท่านอ๋องไม่พอใจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เขาห่วงแค่เพียงท่านพี่เขยผู้นี้จะกลับมาเข้าน่ะสิ
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง” ซ่งชิงหลันโบกไม้โบกมืออย่างไร้กังวล “ข้าได้ยินจากชิงหนานเมื่อวานนี้ วันนี้ท่านอ๋องจะไปที่ค่ายทหาร ดังนั้นเวลานี้เขาไม่อยู่ที่จวนอ๋อง พวกเราก็ใช้โอกาสนี้ที่เขาไม่อยู่ รีบไปเถิด”
สิ้นคำ นางทนรอไม่ไหวจึงเดินออกไปก่อนแล้ว
“แต่ว่า… ท่านพี่… รอเดี๋ยวขอรับ…” ซ่งชิงซียังรู้สึกไม่สบายใจ
ดังคาด ลางสังหรณ์ดีมักไม่แม่น แต่ลางสังหรณ์ร้ายมักจะแม่น
ทันทีที่ซ่งชิงหลันเดินออกไปจากบ้าน นางชนเข้ากับไป๋เย่หานทันที
ไป๋เย่หานตะลึงไปชั่วขณะเมื่อเห็นนางปลอมตัวเป็นบุรุษ จึงเอ่ยถาม “เจ้าแต่งกายเช่นนี้ ต้องการทำอันใดหรือ?”
ซ่งชิงหลันนึกไม่ถึงว่าจะถูกจับคาหนังคาเขาเช่นนี้ จึงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ “ไป๋… ไป๋เย่หาน? เหตุใด… ท่านกลับมาได้อย่างไร? ท่านต้องไปค่ายทหารกับชิงหนานไม่ใช่หรือ?”
“ชิงหนานมีเรื่องต้องทำ จึงเข้าวังไปพบเสด็จพ่อแล้ว ส่วนเจ้า… ” ไป๋เย่หานมองนางด้วยสายตาลุกโชน “เจ้าไม่คิดจะอธิบายกับข้าหน่อยหรือว่าเจ้าต้องการทำอันใด?”
ซ่งชิงหลันหัวเราะร่าออกมา “หากข้ากล่าวว่า ข้าและชิงซีจะไปดื่มสุราที่หอบุปผาเล่า ท่านจะโมโหหรือไม่?”
“ว่าอย่างไรนะ?” ไป๋เย่หานจ้องเข้าไปในดวงตาของนาง “ซ่งชิงหลัน! เจ้าบอกข้าอีกสักครั้งสิ!”
ซ่งชิงหลันแคะหูตน “ไอหยา ไป๋เย่หาน เบาเสียงท่านลงหน่อยได้หรือไม่ ท่านแทบจะทำให้ข้าหูหนวกอยู่แล้ว ข้าเพียงแค่ไปดื่มสุราที่หอบุปผาเท่านั้นเองไม่ใช่หรือ ไม่มีอันใดมากเสียหน่อย”
“สถานที่เช่นนั้น เป็นที่ที่สตรีผู้เดียวอย่างเจ้าควรไปหรืออย่างไร?”
“เหตุใดบุรุษไปได้ สตรีกลับไปไม่ได้เล่า? ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ เหตุใดทุกคนไม่อาจเท่าเทียมกัน”
ซ่งชิงซีที่อยู่ด้านข้างเมื่อเห็นพวกเขาสองคนกำลังจะทะเลาะกัน จึงรีบจับไป๋เย่หานอย่างร้อนรนพร้อมอธิบาย “ท่านอ๋องข้า ท่านฟังข้ากล่าว เรื่องไม่ใช่อย่างที่ท่านคิด พวกเราจะไปที่หอหงซิ่วเพื่อสืบคดีต่างหากขอรับ”
จากนั้น ซ่งชิงซีจึงอธิบายความเป็นมาของเรื่องนี้ให้ไป๋เย่หานฟังอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
หลังจากไป๋เย่หานฟังจบแล้ว ในที่สุดหัวใจของเขาพลันคลายลง
เขากังวลจริง ๆ ว่าซ่งชิงหลันอยากจะไปดื่มสุราที่หอบุปผาจริง ๆ
จากนั้น ไป๋เย่หานจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้น “ถึงแม้จะเพื่อการตรวจสอบ ทว่าเจ้ายังเป็นสตรี ไปสถานที่เช่นนั้นไม่ปลอดภัยเกินไป”
“เรื่องนี้แก้ง่ายนิดเดียว!” อยู่ ๆ ซ่งชิงหลันก็หัวเราะขึ้นมา “เช่นนั้นท่านอ๋องตามมากับพวกเราก็สิ้นเรื่องสิ้นราวแล้ว”
ไป๋เย่หานปฏิเสธโดยพลัน “ข้าไม่ไปสถานที่เช่นนั้นเป็นอันขาด!”
[1] เงยหน้าไม่เจอก้มหน้าเจออยู่ หมายถึง พบหน้าค่าตากันบ่อยครั้ง