ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 333 ไม่มีแม้กระทั่งโอกาส
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 333 ไม่มีแม้กระทั่งโอกาส
บทที่ 333 ไม่มีแม้กระทั่งโอกาส
ซ่งชิงหลันกรอกตาใส่คนทั้งสองด้วยสีหน้าไร้คำจะกล่าว “พวกเจ้าทั้งสองป่วยหรืออย่างไร ตอนนี้ข้าเป็นสตรีที่แปลงโฉมเป็นบุรุษ หากทำตัวไม่เหมือนบุรุษ ก็ต้องมีปัญหาใหญ่สิ!”
สิ่งที่นางกล่าวนั้นไม่ผิด บุรุษทั้งสองคนไม่อาจหาคำพูดใดมาหักล้างได้
ดังนั้น ซ่งชิงหลันจึงเอ่ยอีกประโยค “ยิ่งกว่านั้น พวกเรามาที่นี้ครั้งนี้เพื่อพบกับแม่นางเสวี่ยเยว่ หากไม่พยายามให้มากพอ แล้วจะพบนางได้อย่างไร คร่ำครึเสียจริง! พวกเจ้าสองคน จะช่วยงอกสมองออกมาหน่อยได้หรือไม่!”
ทันทีที่เอ่ยออกมา เสียงบรรเลงฉินของแม่นางเสวี่ยเยว่ก็หยุดลงกะทันหัน
ซ่งชิงหลันปรายตามองพวกเขาแล้วกระซิบเบา ๆ “พวกเจ้าดูเอาเถิด ล้วนแต่เป็นความผิดของพวกเจ้า บัดนี้ไม่มีโอกาสอีกแล้ว”
ถึงตอนนี้ ท่านหญิงหลิวนายหญิงแห่งหอนี้ก็เดินออกมา แล้วกล่าวกับทุกคน “เอาเถิด! นายท่านทุกท่าน ได้โปรดนั่งลง ถึงเวลาที่แม่นางเสวี่ยเยว่จะเลือกนายท่านแล้ว อีกสักครู่ หากถุงหอมในมือของแม่นางเสวี่ยเยว่ตกไปอยู่ที่ผู้ใด ผู้นั้นก็คือแขกคนสำคัญของแม่นางเสวี่ยเยว่ในคืนนี้เจ้าค่ะ”
หลังจากถ้อยคำดังกล่าวเอื้อนเอ่ยออกมา ท่านหญิงหลิวก็พยักหน้าไปยังชั้นสอง
แม่นางเสวี่ยเยว่ลุกขึ้นมา สาวใช้สองนางที่อยู่ข้างกลายจึงดึงผ้าม่านสีแดงกลับคืนไป จากนั้นแม่นางเสวี่ยเยว่ก็ค่อย ๆ เยื้องกรายออกมา
ทันทีที่นางปรากฏกาย บุรุษทั้งหลายล้วนจ้องมองนางด้วยใจสั่นไหว
“แม่นางเสวี่ยเยว่! เลือกข้า! เลือกข้า!”
“แม่นางเสวี่ยเยว่! เลือกข้า! เลือกข้า!”
“แม่นางเสวี่ยเยว่…”
“แม่นางเสวี่ยเยว่…”
เมื่อเห็นภาพที่ทุกคนดีอกดีใจเช่นนี้ ซ่งชิงหลันก็อดนึกถึงภาพกลุ่มแฟนคลับไล่ตามดารานักร้องในยุคปัจจุบันเสียไม่ได้
หากแต่แม่นางเสวี่ยเยว่คุ้นชินกับภาพฉากเช่นนี้แล้ว ใบหน้าของนางจึงประดับรอยยิ้มล่อลวงใจ ยกมือที่ถือถุงหอมนั้นขึ้นมาอย่างช้า ๆ
นางมีผู้เข้าร่วมที่นางพึงใจแล้ว นางมองเขาด้วยสายตาเจือความชื่นชม ขณะที่แย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย ก็โยนถุงหอมในมือไปทางคนผู้นั้น
ท้ายที่สุด ถุงหอมในมือของแม่นางเสวี่ยเยว่ก็ตกลงไปบนโต๊ะตรงหน้าไป๋เย่หานอย่างนิ่มนวล
ทุกคนล้วนตกตะลึง รวมถึงซ่งชิงหลัน
นางมองมันด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ทว่าเมื่อนางหายจากอาการตกตะลึง ความรู้สึกหึงหวงก็ถาโถม นางหันหน้าไปมองไป๋เย่หาน ยกยิ้มเล็กน้อย แล้วเอ่ยหยอกล้อ “โอ้ ท่านอ๋องช่างร้ายกาจเสียจริง แม้แต่แม่นางเสวี่ยเยว่ยังชื่นชอบท่าน!”
หัวใจของไป๋เย่หานพลันเต้นดัง ‘ตึกตัก ๆ!’
เหตุใดเขาจึงรู้สึกว่าพระชายากำลังโกรธอยู่เล่า?
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ย “ข้าจะไม่ไปพบนาง เจ้าไปเถิด”
ขณะที่กล่าว เขาก็ทำท่าจะลุกขึ้นจากไป
หากแต่ซ่งชิงหลันรีบจับเขาเอาไว้แล้วเอ่ย “อย่า! คนที่แม่นางเสวี่ยเยว่เลือกก็คือท่าน หากท่านไปแล้ว เช่นนั้นจะทำอย่างไรเล่า?”
นางกล่าวและเม้มริมฝีปากของตนอีกครั้ง แล้วเอ่ยต่อ “ภาพรวมสำคัญที่สุด อีกประเดี๋ยวท่านจะได้พบแม่นางเสวี่ยเยว่แล้ว จำไว้ว่าต้องถามตามที่เราปรึกษากันก่อนหน้านี้ อีกอย่าง…” เจ้าอย่าได้ถูกความสวยของนางล่อลวงเอาเป็นอันขาด
นางเคยเห็นแม่นางเยว่เสวี่ยมาก่อน อีกฝ่ายสวยงามหยดย้อยจนต้องตะลึงงัน ไม่ว่าบุรุษของนางจะใจหินเพียงใด บางทีอาจจะหมอบราบอยู่ใต้ชายกระโปรงของนางโลมก็เป็นได้
เพียงแต่ ไม่รอให้นางได้เอ่ยจบ ท่านหญิงหลิวผู้มีรอยยิ้มบานสะพรั่งเต็มใบหน้าก็เดินยักย้ายส่ายสะโพกเข้ามาหา “นายท่านทั้งสาม ข้ามีข่าวดีมาบอกเจ้าค่ะ แม่นางเสวี่ยเยว่กล่าวว่าวันนี้นางจะละเว้นให้นายท่านทั้งสามเป็นกรณีพิเศษ นางอยากพบนายท่านทั้งสามในคราวเดียวกัน!”
นางค่อนข้างพอใจในผลลัพธ์นี้เป็นอย่างมาก นางนึกไม่ถึงว่าวันนี้แม่นางเสวี่ยเยว่จะว่านอนสอนง่ายเป็นพิเศษ
ก่อนที่แม่นางเสวี่ยเยว่จะปรากฏกาย ท่านหญิงหลิวได้เอ่ยกับนางเป็นการพิเศษว่านายท่านสามท่านนี้ไม่ธรรมดา ทว่านึกไม่ถึงว่านางจะเชื่อฟังคำพูดของท่านหญิง แต่แน่นอนว่านางต้องยินดีเป็นธรรมดา เมื่อนางคิดถึงเงินวิบวับ ๆ ที่กำลังจะเข้าถุงเงินของนางนั่น
ซ่งชิงหลันก็ยินดีเช่นกัน ตอนนี้นางมีโอกาสที่จะได้แสดงละครแล้ว
นางมองท่านหญิงหลิวอย่างยินดีแล้วเอ่ย “หากแม่นางเสวี่ยเยว่กล่าวเช่นนั้น ข้าก็ยินดียิ่ง”
ท่านหญิงหลิวพยักหน้าด้วยริมยิ้ม มองซ่งชิงหลันราวกับต้องการสื่ออันใดบางอย่าง “เพียงแต่… เรื่องเงินนี้…”
ซ่งชิงหลันเข้าใจได้ในทันที รีบนำอีกสิบสองตำลึงเงินออกมาจากอกของนาง ส่งให้ท่านหญิงหลิว แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ท่านหญิงหลิว ท่านวางใจเถิด เงินนี้จะให้ท่านไม่ขาดแม้แต่สตางค์แดงเดียว”
ท่านหญิงหลิวเก็บเงินไปด้วยรอยยิ้ม กล่าวพลางพยักหน้าเบา ๆ “นายท่านช่างตรงไปตรงมาเสียจริง! อีกสักครู่เสี่ยวหม่านของหอเราก็พาทั้งสามท่านขึ้นไปพบแม่นางเสวี่ยเยว่เจ้าค่ะ”
ขณะที่นางเอ่ยนางก็ส่งสัญญาณให้สาวใช้ตัวเล็กข้างกายนาง แล้วเอ่ย “เสี่ยวหม่าน ยังไม่รีบอีก”
ซ่งชิงหลันเหลือบมองนาง นางคือสาวใช้ตัวเล็กที่นางเห็นที่เยวียนยางถังเมื่อคราก่อนจริง ๆ
จากนั้น เสี่ยวหม่านก็ก้าวออกมาทันที กล่าวขึ้นด้วยความนอบน้อม “นายท่านทั้งสามเชิญทางนี้เจ้าค่ะ”
เสี่ยวหม่านนำพวกเขาทั้งสามคนไปยังห้องหอของแม่นางเสวี่ยเยว่ที่อยู่บนชั้นสอง
ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นฉุนของชาดก็ลอยเข้ามาปะทะหน้าทันที เป็นกลิ่นเดียวกับที่ซ่งชิงหลันได้กลิ่นจากเยวียนยางถังครั้งก่อน นางอดที่จะจาม “ฮัดชิ้ว…ฮัดชิ้ว…” ออกมาหลายครั้งไม่ได้
จนทำให้เแม่นางเสวี่ยเยว่รู้สึกไม่ดี จึงสั่งเสี่ยวหม่านในทันที “เสี่ยวม่าน รีบไปเปิดหน้าต่างเร็วเข้า”
ซ่งชิงหลันเอ่ยยิ้ม ๆ “ขอบคุณแม่นางเสวี่ยเยว่”
แม่นางเสวี่ยเยว่ยิ้มเขินอาย บนใบหน้าของนางปรากฏสีแดงเรื่อขึ้นมา และเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “นายท่านทั้งสามเชิญนั่งเถิดเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันและคนอื่น ๆ นั่งลง แววตาของนางเปลี่ยนไปเล็กน้อย รีบสำรวจตรวจตราสภาพของห้อง และอยู่ ๆ ดวงตาของนางก็หรี่ลง เมื่อเห็นกระถางกำยานวางอยู่ที่โต๊ะข้าง ๆ กำยานนั้นส่งกลิ่นสร้างความลุ่มหลงออกมาจาง ๆ ถึงปริมาณจะเจือจาง ทว่าย่อมก่อให้เกิดความกำหนัดได้ อีกทั้งคนส่วนมากไม่อาจแยกแยะกลิ่นได้
นางถอนสายตาอย่างสงบนิ่ง พร้อมทั้งครุ่นคิดกับตนเอง ดูเหมือนแม่นางเสวี่ยเยว่ผู้นี้ไม่ใช่คนโง่เขลา นางพอมีเล่ห์เหลี่ยมอยู่บ้าง
หลังจากพวกเขานั่งลงแล้ว แม่นางเสวี่ยเยว่ก็ก้าวออกมา ยกกาน้ำชาขึ้น แสร้งทำเป็นรินน้ำชาให้พวกเขาทั้งสามคน
ซ่งชิงหลันลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว จับมือนางไว้แล้วกล่าวพร้อมกับยิ้มบาง ๆ “แม่นางเสวี่ยเยว่ ให้ข้าทำเถิด”
แม่นางเสวี่ยเยว่หน้าแดงเล็กน้อย นางพยักหน้า ด้วยสีหน้าเอียงอาย มองซ่งชิงหลันด้วยสายตาชื่นชมและเขินอาย
ซ่งชิงหลันผวาไปทั้งตัว
นางคิดอยู่ภายในใจ ‘ไม่ใช่กระมัง? คงไม่ใช่อย่างที่นางคิดใช่หรือไม่?’
นางขมวดคิ้ว จากนั้นจึงรินชาใส่ถ้วยให้แม่นางเสวี่ยเยว่ก่อนหนึ่งถ้วย
แม่นางเสวี่ยเยว่เบิกตาเล็กน้อย นางขยิบตาให้ซ่งชิงหลันหนึ่งที น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มละมุน “ขอบคุณเจ้าค่ะนายท่าน”
ไป๋เย่หานที่อยูข้าง ๆ ก็เห็นว่ามีบางสิ่งผิดปกติเช่นกัน สายตาของเขาเยียบเย็นขึ้นมา เขาปรายตามองแม่นางเสวี่ยเยว่ อีกฝ่ายจึงรีบเก็บท่าทีโปรยเสน่ห์ของนางกลับไป ไม่กล้าให้เกิดข้อผิดพลาด
จากนั้นเขาจึงคว้าข้อมือของซ่งชิงหลันมาแล้วเอ่ยอย่างนุ่มนวล “นั่งลง”
สิ้นคำเขาก็คว้ากาน้ำชาในมือของนางมา รินให้นางหนึ่งถ้วย
แม่นางลอบมองภาพทั้งหมดนี้ รู้สึกว่าชายทั้งสองคนตรงหน้านางมีบางอย่างกำกวมอย่างไม่อาจอธิบายได้