ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 338 คำพูดนี้ช่างน่าขันยิ่งนัก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 338 คำพูดนี้ช่างน่าขันยิ่งนัก
บทที่ 338 คำพูดนี้ช่างน่าขันยิ่งนัก
เมื่อเห็นนางหมกมุ่นไม่ยอมฟัง ซ่งชิงซีอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ และเอ่ย “คุณหนูหลิว ข้าย่อมมีสติแจ่มใสในการตัดสินคดี หากท่านคิดว่ามหาเสนาบดีหลิวและใต้เท้าหลิวไร้ความผิดจริง นั่นก็หมายความว่าท่านไร้เดียงสาเกินไป ข้าขอแนะนำท่าน กลับไปเกลี้ยกล่อมพวกเขาให้ดีเถิด ตาข่ายสวรรค์ ห่างแต่ไม่รั่ว กระทำเรื่องชั่วร้ายมาก ๆ เข้า ย่อมถูกลงโทษไม่ช้าก็เร็ว”
หลิวหรูเยว่แค่นหัวเราะอย่างเยือกเย็น ใบหน้าของนางผุดรอยยิ้มเยาะขึ้นมา “ท่านบอกว่าท่านพ่อของข้าทำเรื่องชั่วร้ายมากมาย น่าขันอันใดเยี่ยงนี้! หลายปีมานี้ ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านพ่อของข้าบริจาคเงินช่วยเด็กยากไร้มามากมายเพียงใด?”
“เช่นนั้นท่านรู้หรือไม่ว่าเขานำเงินเหล่านั้นมาจากที่ใด?” ซ่งชิงหลันอดไม่ได้เมื่อเห็นท่าทีหยิ่งผยองอวดดีของนาง
ซ่งชิงหลันก้าวลงบันไดทีละขั้น เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหลิวหรูเยว่ สีหน้าของนางเย็นเยียบ และเอ่ยอย่างเย็นชา “นั่นเป็นเงินที่เขาฝ่าฝืนกฎหมายรับสินบาทคาดสินบนมา เป็นเงินที่เขาได้มาโดยการปรักปรำกล่าวหาขุนนางตงฉิน! ชีวิตบริสุทธิ์มากมายเพียงใดตายตกอยู่ใต้เงื้อมมือของเขา ท่านรู้หรือไม่? ใต้เท้าซุนผู้ตรวจการเกลือเป็นเพียงหนึ่งในนั้น! ที่เขาบริจาจให้คนพวกนั้นด้วยจิตใจกว้างขวาง เพียงเพื่อปลอบประโลมจิตใจของตนให้สงบเท่านั้นเอง!”
“เจ้าพูดจาพล่อย ๆ! ข้าไม่อนุญาตให้เจ้ากล่าวหาท่านพ่อของข้าเช่นนี้!” หลิวหรูเยว่โมโหยิ่งกว่าเดิม เงื้อมมือของนางขึ้น หมายจะตบลงใบหน้างามที่ทำให้นางโกรธเกรี้ยว
ทว่าเพียงแค่นางกำลังจะฟาดมือลงมา ข้อมือของนางพลันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา ราวกับมีคนนำก้อนหินเล็ก ๆ มาปาใส่นาง
นางอุทาน “อ๊ะ!” ออกมาหนึ่งที รีบปล่อยมืออย่างรวดเร็ว “ผู้ใดลอบทำร้ายข้า…”
ขณะที่กล่าวหลินหรูเยว่ก็เงยหน้าขึ้น เมื่อนางเห็นบุรุษร่างสูงรูปงามตรงหน้านาง ใบหน้าก็อึ้งตะลึงงันทันใด “ท่านอ๋อง?”
ไป๋เย่หานเป็นห่วงว่าซ่งชิงหลันจะถูกหลิวหรูเยว่ทำให้อับอาย เขาจึงตามนางออกมา
นึกไม่ถึงว่านางจะกล้าแตะต้องหญิงของเขา!
ไม่รู้จักดีชั่วเสียจริง!
ไป๋เย่หานไม่แม้แต่เหลียวแลนาง เขาตรงเข้าไปคว้ามือของซ่งชิงหลัน ดึงนางมาหลบข้างหลังจากนั้นเอ่ยเบา ๆ “เจ้าไม่เป็นอันใดนะ?”
ซ่งชิงหลันยิ้ม ส่ายหน้าของนางแล้วเอ่ย “ไม่เป็นไร”
หลิวหรูเยว่มองความใกล้ชิดสนิทสนมของพวกเขา ก็รู้สึกริษยาอยู่ภายในใจ และยิ่งรู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมยิ่งกว่าเดิม เห็นได้ชัดว่านางเป็นผู้ที่ถูกทำร้าย ทว่าท่านอ๋องกลับมิเคยสนใจไยดีนางแม้แต่น้อย
นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ย “ท่านอ๋องเพคะ วันนี้ข้ามาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ท่านพ่อของข้า! ท่านทำอย่างนี้กับข้าได้อย่างไร ข้า…”
ไป๋เย่หานมองนางอย่างเย็นชา “หากเจ้าไม่เห็นด้วย เช่นนั้นก็ไปฟ้องที่ฝ่าบาทเสีย! อย่าได้มาทำเรื่องไร้เหตุผลอยู่ที่นี่!”
สิ้นคำเขาก็คิดจะพาซ่งชิงหลันกลับเข้าไปในจวน
หลิวหรูเยว่หมดความอดทนตะโกนใส่พวกเขา “ท่านอ๋อง! ท่านไม่เข้าใจ นางเป็นเพียงสตรีต่ำช้า ข้าสู้นางไม่ได้ตรงไหนกัน เหตุใดท่านไม่เหลียวแลข้า!”
ไป๋เย่หานหมดความอดทน เขาเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา “ไปให้พ้น!”
ว่าจบ เขาก็พาซ่งชิงหลันกลับเข้าไปในจวนทันที
ซ่งชิงหลันลอบยิ้ม มองไป๋เย่หานแล้วเอ่ยล้อเลียนเขา “ท่านอ๋อง ข้าสงสัยเหลือเกิน เหตุใดท่านจึงไม่มองผู้อื่นที่เป็นบุตรสาวขุนนางสูงศักดิ์ แต่กลับมามองข้า?”
ไป๋เย่หานเอ่ยตอบอย่างเคร่งขรึม “นางเทียบเจ้าไม่ได้แม้แต่ปลายก้อย”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ … นี่ท่านกำลังดูถูกนิ้วของข้าอยู่หรือเจ้าคะ?”
ซ่งชิงซีผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตู มองใบหน้าเปื้อนน้ำตาจากความเศร้าโศกเสียใจของหญิงสาวจึงเอ่ยออกมาเพียงหนึ่งประโยค “คุณหนูหลิว เชิญกลับไปเถิด”
จากนั้นเขาหมุนตัวกลับเข้าไปในจวนแม่ทัพ
หลิวหรูเยว่ยืนกัดฟัน กล้ำกลืนฝืนไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ในขณะเดียวกันนางก็ลอบกำหมัดแน่น พร้อมเอ่ยกับตนเอง “พวกเจ้าตระกูลซ่งคอยดูเถิด! ข้าจะไม่ปล่อยไปแน่นอน!”
เช้าตรู่วันถัดมา
ซ่งชิงหลัน ซุนอิงหนิง และคนอื่น ๆ ไปยังท่าเรือพร้อมกัน ส่วนซ่งชิงตงได้ตระเตรียมเรือเร็วหนึ่งลำไว้รอเป็นเวลานานแล้ว
“พี่ชิงหลัน! อิงหนิง…”
ถึงตอนนี้ เสียงของอู่เชียนเชียนดังขึ้นแต่ไกล
พวกเขาเงยหน้าขึ้น เห็นอู่เชียนเชียนและฉูซื่อโม่ววิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ซ่งชิงหลันชายตามองสัมภาระบนร่างกายของฉูซื่อโม่ว ทันใดนั้นมุมปากของนางพลันกระตุก “พวกเราไปแค่เพียงสองสามวัน เจ้าจะนำสัมภาระไปมากมายขนาดนี้เพื่ออันใดกัน?”
อู่เชียนเชียนยิ้มเผล่แล้วเอ่ยต่อ “เตรียมไว้น่ะสิเจ้าคะ ยิ่งกว่านั้น พวกเรามีเรือมิใช่หรือ ตอนขึ้นเรือก็เอาไว้ในเรือ ไม่เกะกะแน่นอน เป็นอย่างไร? ทุกคนมาแล้วใช่หรือไม่? ทุกคนอยู่ไหนแล้ว? พร้อมที่จะออกเดินทางหรือยัง?”
เมื่อได้ยินเสียง เด็กน้อยสองคนซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ เบ้ปากทันที ราวกับกำลังจะร้องไห้
ซ่งซิงเยว่ถึงกับกอดเอวของไป๋เย่หานแน่น และออดอ้อน “ท่านพ่อเจ้าคะ เยว่เยว่ก็อยากไปเที่ยวเล่นกับพวกท่าน พวกท่านพาพวกเราไปด้วยนะเจ้าคะ”
จิตใจที่เป็นทาสลูกสาวของไป๋เย่หานอ่อนยวบลงทันที
เขาอ้าปากกำลังจะเอ่ยว่าไปได้ ซ่งชิงหลันที่อยู่ข้าง ๆ รีบเอ่ยขึ้นมาทันที “ไม่ได้!”
ขณะที่กล่าวเช่นนั้นนางก็คุกเข่าลง มองเด็กสองคนแล้วเอ่ยตามความเป็นจริง “เฉินเฉินและเยว่เยว่เด็กดี แม่กับพ่อไม่ได้ไปเที่ยวเล่น เราแค่เพียงพาท่านน้าอิงหนิงกลับไปจัดการเรื่องบางอย่าง พวกเจ้ายังเด็ก อีกทั้งยังต้องไปสำนักศึกษา ดังนั้นเจ้าจึงต้องอยู่บ้านว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังคำพูดของท่านลุงและท่านป้า ดีหรือไม่?”
หลี่ซิ่วซิ่วจับมือของเด็กทั้งสองอย่างให้ความร่วมมือ แล้วเอ่ยเบา ๆ “เฉินเฉิน เยว่เยว่ ท่านแม่และท่านพ่อของเจ้าไม่นานก็กลับมา อีกอย่างพวกเจ้าบอกไม่ใช่หรือว่าอยากเล่านิทานให้เด็กในท้องของข้าฟังทุกวัน?”
เมื่อได้ยินคำนี้ ซ่งซิงเยว่พลันมีท่าทีขึงขังราวกับผู้ใหญ่ขึ้นมา นางเอ่ยด้วยท่าทีเคร่งขรึม “ใช่แล้ว ข้ายังต้องดูแลน้องสาวของข้า ท่านแม่ ท่านพ่อ พวกท่านไปอย่างสบายใจได้เลยเจ้าค่ะ!”
ซ่งชิงหลันนึกขำสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วของเด็กหญิง
อารมณ์ของเด็กไปไวมาไวยิ่งนัก พวกเขาพึงพอใจง่าย อีกทั้งยังลืมความเจ็บปวดที่ต้องแยกจากกันอย่างรวดเร็ว
ถึงตอนนี้ซุนอิงหนิงจึงมองไปรอบ ๆ ราวกับนางกำลังรอคอยผู้ใดบางคน
ชุนหน่วนมองความคิดของนางออกในปราดเดียว จึงกระซิบ “คุณหนู เมื่อวานนี้ จู่ ๆ นายท่านผู้เฒ่าก็ล้มป่วย เกรงว่าวันนี้จะมาส่งไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ”
ซุนอิงหนิงพยักหน้าจากนั้นจึงเอ่ย “อืม ไปกันเถอะ”
ขณะที่นางกำลังหมุนตัวจะจากไปนั้น จู่ ๆ ก็เกิดเสียงตะโกนอย่างร้อนรนตามหลังนาง “คุณหนู! คุณหนู! รอก่อนขอรับ!”
ซุนอิงหนิงหันกลับไปมอง จึงเห็นรถม้าคันหนึ่งแล่นเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
ชุนหน่วนรีบตะโกนอย่างดีใจ “คุณหนู! นั่น รถม้าของนายท่านผู้เฒ่า!”
จากนั้นรถม้าก็หยุดลง ท่านแม่ทัพหลิงลงมาจากรถม้าด้วยการพยุงของพ่อบ้าน
ซุนอิงหนิงรีบเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว “ท่านตา!”
ท่านแม่ทัพหลิงกอดนางแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เด็กดี อย่าร้องไห้ ไปครั้งนี้ไม่ใช่ว่าเจ้าจะไม่กลับมาแล้วเสียหน่อย เจ้าไปจัดการเรื่องพ่อของเจ้าให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นค่อยกลับมาเมืองหลวง ต่อไปตากับหลานจะได้อยู่พร้อมหน้ากันเสียที!”
ซุนอิงหนิงพยายามระงับน้ำตาของตน พยักหน้าน้อย ๆ แล้วเอ่ย “เจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินว่าซุนอิงหนิงยังจะกลับมา ซ่งชิงหนานสุดท้ายจึงโล่งใจหลังจากเครียดอยู่นาน
เขาก้าวออกไปข้างหน้า เอ่ยกับท่านแม่ทัพหลิง “ท่านหลิงโปรดวางใจ พวกเราจะคอยดูแลคุณหนูซุนระหว่างทางให้เองขอรับ”
ท่านแม่ทัพหลิงมองเขาด้วยความชื่นชม “แม่ทัพซ่ง รบกวนเจ้าแล้ว”
เวลาเดินเรือใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้ว
ถึงตอนนี้ ในรถม้าไม่ไกลออกไป สายตาของหลิวหรูเยว่เยือกเย็น “โอ้ ไม่แปลกใจเหตุใดตระกูลซ่งจึงกระตือรือร้นที่จะช่วยซุนอิงหนิงรื้อคดีนัก ที่แท้ซุนอิงหนิงก็หลบซ่อนตัวอยู่กับพวกเขานี่เอง! ดี! ในเมื่อพวกเจ้าทำลายครอบครัวข้า เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”