ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 340 เหตุใดพวกท่านจึงยังอยู่ที่จวนอีก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 340 เหตุใดพวกท่านจึงยังอยู่ที่จวนอีก
บทที่ 340 เหตุใดพวกท่านจึงยังอยู่ที่จวนอีก
พวกซุนอิงหนิงและซ่งชิงหลันเดินกันมาถึงหน้าประตูจวนซุน
เมื่อเห็นประตูจวนโอ่อ่านั้น ซุนอิงหนิงก็อดไม่ได้ที่จะผงะไป แล้วกล่าวเบา ๆ “แปลกจริง…”
ซ่งชิงหลันเองก็พบสิ่งผิดปกติ จึงรีบเอ่ยถาม “ตอนที่พวกเจ้าจากเมืองเปี้ยนเจียงไป คนที่จวนก็ไปกันหมดแล้วไม่ใช่หรือ”
ว่ากันตามเหตุผลแล้ว ตอนนี้จวนซุนควรจะเสื่อมโทรมอย่างมากจึงจะถูก
ชุนหน่วนที่อยู่ข้าง ๆ เองก็อดแปลกใจขึ้นมาเสียไม่ได้ “นั่นน่ะสิเจ้าคะ! ผู้ใดกันที่ใจดีถึงเพียงนี้ ช่วยพวกเราเก็บกวาดจนสะอาดเช่นนี้”
“เข้าไปดูก็รู้แล้วกระมัง” ซ่งชิงหลันกล่าวออกมาทันที
จากนั้นทุกคนก็เดินเข้าไปพร้อมกัน
เพียงเดินเข้าไปในจวน ก็เห็นชายแก่คนหนึ่ง กำลังสั่งคนรับใช้ที่อายุยังน้อยหลายคนตกแต่งห้องเซ่นไหว้อยู่
ซุนอิงหนิงเห็นภาพเช่นนี้ก็น้ำตาคลอขึ้นมาทันที กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ท่านลุงฝูหรือเจ้าคะ?”
นี่คือพ่อบ้านคนเก่าแก่ของจวนซุน เขาอยู่ดูแลที่จวนมาตั้งแต่ซุนเหยียนหมิงยังอายุน้อย ๆ
เพียงพ่อบ้านฝูได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็หันหน้า ทันทีที่เห็นซุนอิงหนิง ก็อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “คุณหนู! คุณหนูกลับมาแล้ว!”
พ่อบ้านฝูเดินเข้ามาอย่างตื่นเต้น มองซุนอิงหนิงทั้งตกใจและปลื้มใจ กล่าวออกมาด้วยเสียงสั่น “คุณหนู! ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว! ในที่สุดท่านก็ทวงความยุติธรรมให้นายท่านได้แล้ว!”
“เจ้าค่ะ!” ซุนอิงหนิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น กล่าวเสียงสะอื้น “ก่อนหน้านี้ข้าให้พวกท่านออกจากจวนกลับบ้านไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดพวกท่านจึงยังอยู่ที่จวนอีกเล่า”
ตอนนั้น ซุนเหยียนหมิงคิดหาทุกวิถีทางเพื่อให้ซุนอิงหนิงหนีออกจากจวนให้จงได้
ก่อนที่นางจะจากไป ก็ไล่ข้ารับใช้ในบ้านออกไปจนหมด ให้เงินพวกเขาเพียงพอให้ไปตั้งตัว ให้ออกจากจวนซุนแล้วไปเดินเส้นทางอื่นเสีย
อย่างไรเสีย พวกเขาก็ไม่อยากให้คนบริสุทธิ์ผู้นี้ต้องติดร่างแหไปด้วย
พ่อบ้านฝูตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “พวกเราจะต้องรอคุณหนูกลับมาแล้วส่งนายท่านจากไปด้วยกันขอรับ!”
กล่าวจบ น้ำตาของพ่อบ้านฝูก็หลั่งไหลออกมา
เหล่าคนรับใช้อื่น ๆ ก็กล่าวตอบเช่นกัน “ใช่แล้ว! นายท่านมีบุญคุณกับพวกเราอย่างใหญ่หลวง พวกเราจะลืมบุญคุณไปได้อย่างไร!”
เพียงชุนหน่วนได้ยินทุกคนกล่าวเช่นนี้ก็ฮึกเหิมขึ้นมาอีกคน “ทุกคนพูดถูก! พวกเราเกิดมาเป็นคนจวนซุน ตายไปก็ต้องเป็นผีของจวนซุน!”
“ไอหยา! เกิดตายอันใดกัน ช่างไม่เป็นมงคลนัก!” อยู่ ๆ ในตอนนั้นเอง โถงด้านในก็มีเสียงน่าเกรงขามเสียงหนึ่งดังขึ้น
ทุกคนมองไปยังที่มาของเสียง ก็เห็นหญิงอ้วนคนหนึ่งที่สวมใส่ชุดผ้าไหม ถือถังน้ำไว้ที่เอว เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม
นางจับมือของซุนอิงหนิงอย่างตื่นเต้นในทันที น้ำตาไหลออกมาเหมือนสั่งได้ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น “หนิงเอ๋อร์ ในที่สุดเจ้าก็กลับมา ป้าเห็นว่าเจ้าไม่เป็นอันใดแล้ว ช่างดีเสียจริง ๆ พ่อของเจ้าอยู่ในปรโลกก็คงวางใจแล้ว”
ซ่งชิงหลันสังเกตได้ว่าซุนอิงหนิงไม่มีความซาบซึ้งหรือขอบคุณเลยแม้แต่นิด อีกทั้งใบหน้ายังเผยรอยยิ้มที่กระอักกระอ่วน ชักมือของตนกลับอย่างห่างเหิน และกล่าวเบา ๆ “ท่านป้า ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ”
“ไอหยา! ดูเจ้าเด็กคนนี้พูดเข้าสิ พ่อของเจ้าเป็นน้องชายแท้ ๆ ของข้า พิธีฝังศพของเขาเป็นเรื่องสำคัญเพียงนี้ ข้าเป็นป้าจะไม่มาได้หรือ อีกอย่าง ที่จวนนี้ก็เหลือเจ้าเพียงคนเดียว หากข้าไม่มาจะจัดการได้อย่างไร ตอนนี้เจ้าวางใจได้แล้วล่ะ ป้าจัดการทุกเรื่องให้หมดแล้ว”
กล่าวจบ นางก็สังเกตเห็นพวกซ่งชิงหลันที่อยู่ด้านหลังซุนอิงหนิง
เห็นว่าพวกซ่งชิงหลันนั้นหน้าตาล้วนไม่ธรรมดา เสื้อผ้าก็ราคาแพง นางก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาอย่างสงสัย มองซุนอิงหนิงแล้วเอ่ยถาม “หนิงเอ๋อร์ ท่านเหล่านี้คือผู้ใดกันหรือ”
ซุนอิงหนิงรีบตอบ “อ้อ พวกเขาคือ…”
ไม่รอให้ซุนอิงหนิงพูดจบ ซ่งชิงหลันก็ชิงตอบเสียก่อน “พวกข้าคือเพื่อนของอิงหนิงที่เมืองหลวง มายังเมืองเปี้ยนเจียงก็เพื่อกลับมาเป็นเพื่อนอิงหนิงจัดงานส่งใต้เท้าซุนเจ้าค่ะ”
“อ้อ… ทุกท่านล้วนมีน้ำใจยิ่งนัก” นางพยักหน้าอย่างซาบซึ้ง สีหน้าเคร่งขรึม จากนั้นก็กล่าวกับพ่อบ้านฝูที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง “พ่อบ้านฝู รีบให้คนไปทำความสะอาดห้องให้แขกสักสองสามห้องเสีย”
กล่าวจบ นางก็ดึงแขนของซุนอิงหนิงอย่างเริงร่า จูงนางเข้าไปด้านในพลางกล่าวไปยิ้มไป “หนิงเอ๋อร์ เจ้ามานี่สิ เรื่องพิธีฝังศพท่านพ่อของเจ้า ป้ายังมีเรื่องอยากคุยกับเจ้า…”
อู่เชียนเชียนแยกความรักและเกลียดชังได้ชัดเจน จะชอบหรือไม่ชอบผู้คนก็ล้วนแสดงออกทางสีหน้า
ตั้งแต่แวบแรกที่นางเห็นป้าของซุนอิงหนิงผู้นี้ ก็รู้สึกว่านางไม่ใช่คนดี จึงอดไม่ได้ที่จะพึมพำเบา ๆ “พี่ชิงหลัน ป้าของอิงหนิงผู้นี้ ดูแล้วไม่เหมือนคนดีเอาเสียเลย…”
“แม่นางเชียนเชียน ท่านช่างมองได้เฉียบคมนัก! นี่คือชายาของผู้พิพากษามณฑล ตอนแรกที่นายท่านมีปัญหานั้น คุณหนูของข้าไปขอผู้พิพากษามณฑลและนางให้ช่วยเหลือ หากแต่พวกเขาปิดประตูไม่ยอมพบหน้า เกรงว่าจะติดร่างแหไปกับปัญหาของนายท่านด้วย ทว่าตอนนี้นายท่านพลิกคดีกลับมาแล้ว นางกลับปรากฏตัว!”
“ชุนหน่วน!” พ่อบ้านฝูที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยเตือนนางเบา ๆ “เจ้านี่นะ นิสัยเสียปากไวเช่นนี้ช่างแก้ไม่ได้เสียจริง เช่นนี้ถ้าหากนายหญิงผู้พิพากษามณฑลได้ยินเข้า เดี๋ยวก็จะมาดุด่าเจ้าอีก”
“เฮอะ ได้ยินก็ได้ยินสิเจ้าคะ ข้าไม่กลัวนางหรอก!” ชุนหน่วน กล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ “ข้าพูดเรื่องจริง หากผู้ใดจะรังแกคุณหนูของพวกเรา ข้าก็จะสู้กับนางสุดชีวิต”
พ่อบ้านฝูมองท่าทางจริงจังของนางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “เจ้านี่นะ บ้าบิ่นเช่นนี้ อยู่ในจวนยังดีที่มีคุณหนูปกป้องเจ้า ถ้าหากออกไปข้างนอกคงจะไม่รอดเป็นแน่!”
“ต่อให้ตายข้าก็ไม่กลัว! นายท่านเป็นผู้มีพระคุณยิ่งใหญ่ของข้า ชีวิตนี้ของข้าก็เป็นของคุณหนู ไอหยา เอาเถิด ท่านพ่อบ้านฝู ข้าเพิ่งจะกลับมา ท่านก็เริ่มจะสั่งสอนข้าอีกแล้ว ท่านรีบช่วยจัดการห้องให้พวกแม่นางซ่งเถิด ให้พวกเขาได้พักผ่อนสบาย ๆ!”
“ไอหยา! สมองข้านี่จริง ๆ เลย! ต้องขอโทษพวกท่านด้วยจริง ๆ!” พ่อบ้านฝูมองพวกซ่งชิงหลันด้วยใบหน้ารู้สึกผิด “เพียงข้าเห็นคุณหนูและชุนหน่วนกลับมาก็มีความสุขมากเกินไป ดังนั้น…”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วส่ายหน้า เอ่ยว่า “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านพ่อบ้านฝู”
เพียงพ่อบ้านฝูเห็นหญิงสาวตรงหน้าที่มีใบหน้างดงาม บุคลิกโดดเด่นก็รู้สึกแทบหยุดหายใจ เขาพยักหน้าแล้วกล่าว “นายท่านและคุณหนูทุกท่าน เชิญตามข้าน้อยมาขอรับ”
พ่อบ้านฝูพาพวกเขาไป เดินอ้อมทางเดินสวนหน้าบ้าน มาจนถึงสวนด้านหลัง
ตลอดทางที่เดินมา ซ่งชิงหลันมองดูความโอ่อ่างดงามและสะอาดของจวนนี้ แม้จะมีกลิ่นอายของชนบทอยู่ แต่เหมือนว่าจะขาดอันใดไปอย่างหนึ่ง
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยถามคำถามในใจกับพ่อบ้านฝู “ท่านพ่อบ้านฝู ในจวนนี้ขาดอันใดบางอย่างไปหรือไม่เจ้าคะ”
แผนผังของห้องนี้ นอกจากจะมีการออกแบบโครงสร้างที่โดดเด่นแล้ว การจัดวางสิ่งตกแต่งนั้นก็มีความระมัดระวังมากเช่นกัน การผสมผสานระหว่างความนุ่มนวลและความแข็งแรงเท่านั้นที่สามารถบรรลุผลที่สมบูรณ์แบบได้
พ่อบ้านฝูผงะไปเล็กน้อย แววตาที่มองซ่งชิงหลันนั้นเต็มไปด้วยความตกใจอย่างมาก “แม่นางซ่งช่างตามีแววนัก!”