ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 341 ช่างไร้ยางอายเสียจริง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 341 ช่างไร้ยางอายเสียจริง
บทที่ 341 ช่างไร้ยางอายเสียจริง
พ่อบ้านฝูกล่าวต่ออีกครั้ง “จวนหลังนี้ เป็นนายหญิงที่ตกแต่งเมื่อครั้งยังมีชีวิต ทุกชิ้นที่ตกแต่งนั้นถึงแม้จะไม่ใช่ของแพงอันใด แต่ก็ล้วนลงแรงใจทั้งหมด เพียงแต่ว่าหลังจากเกิดเรื่องกับนายท่าน และคุณหนูหนีไป ที่จวนก็มีพวกคนที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ฉวยโอกาสที่นางไม่อยู่ นำสิ่งของในจวนขนออกไปจนหมด บอกว่าเอามาเป็นค่าแรง ข้าอายุเพียงนี้แล้วจะห้ามก็ห้ามไม่ไหว!”
กล่าวจบ สีหน้าของพ่อบ้านฝูก็แสดงความรู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก
กล่าวออกไปเช่นนั้น คนฟังก็โมโหตามไปด้วย นึกภาพถึงสิ่งชั่วร้ายที่คนรับใช้ในจวนกระทำ
เมื่อต้นไม้ล้ม ลิงค่างก็แยกย้ายไปคนละทางจริง ๆ เมื่อกำแพงคลอนแคลนคนก็ช่วยกันผลักให้ล้ม ความสัมพันธ์มีทั้งเย็นชาและอบอุ่น ผู้คนไร้น้ำใจต่อกัน พวกเขาได้พบเห็นอย่างชัดแจ้งแล้ว
อู่เชียนเชียนเป็นหญิงจากยุทธภพ สิ่งที่นางเกลียดที่สุดคือสิ่งที่ไร้คุณธรรมเช่นนี้
นางเดินหน้ามาอย่างโกรธเกรี้ยว มองพ่อบ้านฝูแล้วกล่าว “เหตุใดพวกเขาจึงทำเรื่องผิดกฎสวรรค์เช่นนี้ออกมาได้ นี่ยังมีกฎหมายอยู่หรือไม่ ท่านพ่อบ้านฝู ท่านไม่ไปรายงานทางการหรือ”
“แจ้งแล้วขอรับ แต่แจ้งแล้วจะมีประโยชน์อันใดเล่า” พ่อบ้านฝูสีหน้าเต็มไปด้วยความอับจนหนทาง ส่ายหน้าแล้วเอ่ย “นายหญิงผู้พิพากษามณฑลก็ท่าทางเช่นนั้น เมื่อครู่พวกท่านก็เห็นกันแล้ว เมื่อก่อนนี้ยามที่นายท่านเป็นข้าราชการผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาทุกคนล้วนมาขอให้นายท่านช่วยเหลืออยู่ตลอดทั้งวัน แต่เมื่อเกิดเรื่อง พวกเขากลับวิ่งหนีไปเร็วเสียยิ่งกว่าผู้ใด! เฮ้อ…”
“ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก!” อู่เชียนเชียนบุ้ยปาก บ่นต่อไป “เพียงข้าเห็นนางก็ดูไม่ใช่คนดีแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกถึงเพียงนี้!”
อู่เชียนเชียนยังคิดจะกล่าวต่อ แต่ฉูซื่อโม่วที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบรั้งนางไว้ และกล่าวเบา ๆ “เชียนเชียน อย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องครอบครัวของคนอื่น พวกเราไม่ควรไปวิจารณ์เช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น นายหญิงผู้พิพากษามณฑลผู้นั้นก็ยังอยู่ที่นี่นะ”
“อยู่ก็อยู่สิ ข้าไม่กลัวนางหรอก!” เพียงอู่เชียนเชียนได้ยินก็ยิ่งโมโห “อีกอย่าง อิงหนิงเองก็ไม่ใช่คนอื่นไกล นางเองก็เป็นเพื่อนของเรา เพื่อนถูกรังแก ข้าย่อมต้องโกรธแทนนางเป็นธรรมดา!”
กล่าวจบ นางก็จะหมุนตัวเดินไปที่เรือนด้านหน้า
“เชียนเชียน!” ซ่งชิงหลันเอ่ยปากเรียกนางไว้ทันที “พวกเราอยู่ที่นี่ให้สงบก่อนค่อยว่ากันเถิด ในเวลาเช่นนี้อย่าไปสร้างปัญหาให้อิงหนิงเลย”
กล่าวจบก็ยังจ้องมองนางด้วยแววตามีเลศนัย
ไฟความโกรธของอู่เชียนเชียนถูกดับไปภายใต้รัศมีที่ราวกับฝนในฤดูใบไม้ผลิของซ่งชิงหลันโดยพลัน
ที่แท้ เมื่ออารมณ์ของนางพลุ่งพล่าน ก็มีเพียงซ่งชิงหลันที่สามารถทำให้นางควบคุมจิตใจได้
พ่อบ้านฝูที่อยู่ข้าง ๆ ก็มองออก ในกลุ่มคนนี้ คนที่เก่งกาจที่สุดก็คือแม่นางซ่งที่ดูอ่อนแอผู้นี้นี่เอง
ในตอนนี้ พ่อบ้านฝูก็กล่าวออกมาอย่างพอดิบพอดี “นายท่านและคุณหนูทุกท่าน ถึงห้องแล้วขอรับ”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วพยักหน้า กล่าว “ท่านพ่อบ้านฝู รบกวนท่านแล้วเจ้าค่ะ”
“ไม่เป็นไรขอรับ นี่ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าน้อยต้องทำ ตอนนี้ในจวนมีคนไม่พอ ถ้าหากพวกท่านมีความต้องการอันใดก็สามารถบอกข้าได้ หรือบอกชุนหน่วนก็ได้เช่นกันขอรับ”
“เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นข้าน้อยขอไปทำงานก่อน ขอให้ทุกท่านพักผ่อนอย่างสบายขอรับ” พ่อบ้านฝูพยักหน้าเล็กน้อย หมุนตัวจากไป กลับไปที่เรือนด้านหน้า
เพราะพิธีศพของนายท่าน ยังมีเรื่องที่ต้องเตรียมอีกมากมาย
ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานนั่งอยู่ในห้อง มองความว่างเปล่าของห้องนี้ นึกภาพไม่ออกเลยจริง ๆ ว่านี่เป็นจวนของผู้ตรวจการเกลือ
คิดถึงตรงนี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบา ๆ
ไป๋เย่หานรีบเดินมาหา นวดขมับให้นางเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน “เหนื่อยหรือ”
เดินทางมาเหนื่อย ๆ เรื่องที่เขากังวลที่สุดก็ย่อมเป็นเรื่องที่ว่าพระชายาของตนจะเหนื่อยหรือไม่
ซ่งชิงหลันส่ายหน้า และกล่าวเสียงแผ่ว “โชคดีที่ครั้งนี้พวกเราตามอิงหนิงกลับมา ไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้าง!”
นายหญิงผู้พิพากษามณฑลผู้นั้นมีความคิดอันใด เพียงนางดูก็มองออกทะลุปรุโปร่งแล้ว
ซุนอิงหนิงเป็นคนพูดจาอ่อนโยน ไม่แน่อาจจะถูกหญิงผู้นั้นหลอกเสียจนไม่เหลือกระดูกก็เป็นได้!
ไป๋เย่หานรู้ว่านางหมายถึงสิ่งใด ย่อมไม่มีทางเมินเฉย เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าว “เจ้าคิดเช่นเดียวกับเชียนเชียนหรือ”
“แน่นอนอยู่แล้ว ข้ามองอิงหนิงเป็นเหมือนพี่น้องแท้ ๆ! พี่น้องลำบาก ข้าจะดูอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร”
“เช่นนั้นข้า…”
“ไม่ต้อง!” ซ่งชิงหลันเอ่ยปากขัดจังหวะเขาทันที กล่าวด้วยรอยยิ้ม “เรื่องเล็กเช่นนี้ ไม่ต้องให้ท่านอ๋องออกหน้าด้วยตนเอง ข้าก็จัดการได้”
ช่วงมื้อเย็น อยู่ ๆ ผู้พิพากษามณฑลผู้นั้นกลับปรากฏตัวที่โต๊ะอาหาร ทั้งยังมีบุตรชาย บุตรสาวของพวกเขา ทั้งหมดล้วนนั่งลง
นายหญิงผู้พิพากษามณฑลนั่งอยู่ข้าง ๆ ซุนอิงหนิง เอ่ยปากดูแลนางอย่างกระตือรือร้นเป็นครั้งคราว “หนิงเอ๋อร์ เจ้ากินอีกหน่อยสิ ดูเจ้าเสียสิ ไม่เจอกันระยะหนึ่ง ซูบผอมลงเยอะทีเดียว ป้าเห็นเจ้าแล้วก็ปวดใจนัก!”
“คิก!” อู่เชียนเชียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
นายหญิงผู้พิพากษามณฑลขมวดคิ้วอย่างเย็นชา ถลึงตามองนาง และกล่าวอย่างอารมณ์เสีย “แม่นางอู่ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร หรือคนที่บ้านเจ้าไม่เคยสอนหรือ ว่าการส่งเสียงเช่นนั้นบนโต๊ะอาหารนั้นเสียมารยาทอย่างมาก”
ซ่งชิงหลันกินข้าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้มีความคิดจะห้าม
“ต้องขอโทษด้วยเจ้าค่ะ ข้าอดไม่ได้จริง ๆ” อู่เชียนเชียนอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ถ้าหากข้าจำไม่ผิด ที่นี่น่าจะเป็นจวนซุนกระมัง แต่ดูท่านออกตัวดูแลผู้อื่นเช่นนั้น หากคนที่ไม่รู้คงจะคิดว่าท่านเป็นนายหญิงเจ้าของจวนนี้แล้วกระมัง”
ความจริงแล้ว นางก็คิดเช่นนั้น
เมื่อความคิดในใจนางถูกคนเปิดโปงออกมาต่อหน้าผู้อื่น ใบหน้าก็ไม่อาจปกปิดไว้ได้
“แค่ก ๆ…” นายหญิงผู้พิพากษามณฑลกระแอมเบา ๆ สองครั้งเพื่อลดบรรยากาศกระอักกระอ่วน จากนั้นก็กล่าวอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “แม่นางอู่ เจ้าพูดเช่นนี้ช่างไม่น่าฟังนัก ตอนนี้หนิงเอ๋อร์ของข้าไม่มีพ่อแม่ ข้าในฐานะญาติผู้ใหญ่คนเดียวของนาง ก็ต้องย่อมมาช่วยนางจัดการทุกสิ่งอย่างในจวน”
“เช่นนั้นก็แสดงว่า ญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวอย่างท่าน จัดการงานทุกอย่างในจวนนี้ได้ไม่ดีเท่าไรสินะเจ้าคะ” กล่าวจบ อู่เชียนเชียนก็ยิ้มอย่างหยอกเย้า ชี้ไปที่ผัดผักไชเท้าและไข่ดองตรงหน้า ล้วนเป็นอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์เลย “อาหารที่ท่านรับรองแขกเช่นนี้ ช่างดูน่าสะอิดสะเอียนไปหน่อยกระมัง”
ด้วยอาหารเหล่านี้ นางยังมีหน้าบอกให้ซุนอิงหนิงกินมาก ๆ เพื่อบำรุงร่างกายอีกหรือ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดียังอยู่ดีหรือไม่
ในตอนนี้ ซ่งชิงหลันเองก็วางตะเกียบลง ยิ้มน้อย ๆ แล้วกล่าว “ต้องขอโทษด้วยเจ้าค่ะ นายหญิงผู้พิพากษามณฑล ปกติตอนเชียนเชียนอยู่เมืองหลวงนั้นก็กินแต่อาหารรสเลิศ ตอนนี้ต้องมากินอาหารง่าย ๆ เหล่านี้จึงไม่คุ้นชินนัก พวกท่านไม่ต้องใส่ใจหรอกเจ้าค่ะ”
นายหญิงผู้พิพากษามณฑลโมโหเสียจนหน้าดำหน้าแดง
คำพูดของซ่งชิงหลันดูเผิน ๆ เป็นเพียงคำขอโทษ แต่ความจริงที่ปกปิดไว้มิดชิดนั้น คือแสดงออกว่าพวกนางไม่รู้จักวิธีต้อนรับแขก อาหารการกินก็เทียบกับที่พวกเขากินในเมืองหลวงไม่ได้
นายหญิงผู้พิพากษามณฑลหน้าดำคร่ำเครียด มองพ่อบ้านฝูที่คอยรับใช้อยู่ข้าง ๆ และเอ่ยต่อว่า “พ่อบ้านฝู ท่านทำงานอย่างไรกัน หนิงเอ๋อร์กลับมาทั้งที ทั้งยังมีแขกในจวน เหตุใดจึงเตรียมอาหารเช่นนี้ได้”
พ่อบ้านฝูยิ้มเล็กน้อย คว้าโอกาสนี้ไว้ เขาตอบด้วยใบหน้านิ่งเรียบ “นายหญิงขอรับ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ท่านสั่งเอาไว้ก่อนหน้านี้หรอกหรือ บอกว่าตอนนี้ที่จวนไม่เหมือนเมื่อก่อน ต้องเก็บเงินเอาไว้ อาหารที่ท่านให้คนส่งอาหารมาทุกวันนี้ก็เป็นอาหารเหล่านี้ ไม่มีมากกว่านี้แล้วนะขอรับ!”
“อาหารเหล่านี้เอาไว้ให้คนรับใช้อย่างพวกเจ้ากิน ของพวกเราจะเหมือนกันได้อย่างไร!” นายหญิงผู้พิพากษามณฑลปากไว กล่าวออกมาตามตรงในทันที