ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 343 หญิงล้างผลาญ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 343 หญิงล้างผลาญ
บทที่ 343 หญิงล้างผลาญ
กล่าวถึงตรงนี้ เสียงของบุตรสาวก็เปลี่ยนไปในทันที และตื่นเต้นขึ้นมา “เช่นนั้นแล้ว ต่อไปข้าก็จะได้ซื้อเสื้อผ้า ซื้อเครื่องประดับ ซื้อเครื่องสำอางตามใจอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”
“แน่นอน! เมื่อถึงตอนนั้น เจ้าอยากซื้อสิ่งใดก็ย่อมได้! พ่อของเจ้าก็จะไม่ต่อว่าว่าพวกเราสองแม่ลูกเป็นหญิงล้างผลาญอีกแล้ว!”
“นั่นจะดีเกินไปแล้ว! แต่ท่านแม่ ข้าว่าวันนี้ท่านพี่ดูไม่ได้กระตือรือร้นกับเรานัก ท่านมั่นใจหรือว่าจะควบคุมนางได้”
“เรื่องนี้วางใจเถิด ตอนนี้ในโลกใบนี้นั้น พวกเราเป็นญาติที่เหลือเพียงไม่มากของนางแล้ว อีกอย่างนางก็เติบโตที่เมืองเปี้ยนเจียงมาตั้งแต่เด็ก ก็น่าจะไม่จากที่นี่ไป ดังนั้นขอเพียงเราดีกับนางเสียหน่อย ให้นางได้ใช้ชีวิตร่วมกับเรา เช่นนั้นเงินก็จะต้องตกเป็นของเรา! เจ้าน่ะ! ช่วงเวลานี้จะต้องแสดงออกให้ดี ๆ ทำให้นางมีความสุขให้ได้ เข้าใจหรือไม่”
“เจ้าค่ะ! ข้าเข้าใจแล้ว! ท่านแม่ จริง ๆ ข้าก็ยังมีแผนที่ปลอดภัยอยู่ รับรองว่าจะต้องจัดการท่านพี่ได้อยู่หมัดเป็นแน่!”
“วิธีอันใดหรือ ไหนว่ามาสิ!”
“ท่านก็ให้ท่านพี่แต่งเอานางเข้ามาเสียก็ใช้ได้แล้วไม่ใช่หรือ หากนางเป็นสะใภ้ของบ้านเราแล้ว เช่นนั้นเงินของนางก็เป็นสินเดิมของเจ้าสาวแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
“ไอ้หยา! เป็นแผนที่ดีเหลือเกิน เหตุใดข้าจึงคิดไม่ออกเล่า! พวกเราจะได้แต่งงานในเครือญาติกันเอง! ดี รอให้จัดงานศพครั้งนี้เรียบร้อยเสียก่อน ข้าจะไปพูดคุยกับหนิงเอ๋อร์…”
……
ฟังถึงตรงนี้ อู่เชียนเชียนก็โกรธจนแทบทนไม่ไหว
นางอยากจะบุกเข้าไปในห้องเสียตอนนี้ ตีสองแม่ลูกที่เพ้อฝันวางแผนชั่วใส่ผู้อื่นให้เจ็บปวดสักยกหนึ่ง!
คิดได้เช่นนี้ จึงวางแผนในใจอย่างเงียบ ๆ!
เพียงแต่ว่าเมื่ออู่เชียนเชียนกำลังจะยื่นมือออกไป ก็ถูกซ่งชิงหลันก้าวเท้าไปก่อน และยื่นมือมาห้ามนางไว้
อู่เชียนเชียนหันมามองพี่สาวด้วยใบหน้าไม่อยากเชื่อ ขมวดคิ้ว ตั้งคำถามด้วยสายตา “พี่ชิงหลัน ท่านจะทำอันใดกัน”
ซ่งชิงหลันส่ายหน้า ทำปากกล่าวว่า “ไปกัน”
ถึงแม้อู่เชียนเชียนจะงุนงง ในใจไม่ยินยอม แต่ก็ยังเดินตามนางไปอย่างเชื่อฟัง
สุดท้าย ซ่งชิงหลันก็พาอู่เชียนเชียนไปยังศาลาที่สวนด้านหลัง
อู่เชียนเชียนที่อดทนมาตลอดทาง สุดท้ายก็อดไม่ได้จึงเอ่ยปากกล่าว “พี่ชิงหลัน เหตุใดท่านต้องห้ามข้าไว้ด้วย ท่านเองก็ได้ยินแล้ว คนเหล่านั้นมีเจตนาร้ายแอบแฝง คิดจะแย่งสมบัติของอิงหนิง หากข้าไม่ได้สั่งสอนพวกนาง คงยากที่ความแค้นในใจจะสลายไปได้!”
“เจ้าอย่ากระโตกกระตากไป” ซ่งชิงหลันกล่าวปลอบขวัญให้นางคลายความโกรธ และเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน “ข้าเองก็เหมือนกับเจ้าที่เกลียดชังครอบครัวผู้พิพากษามณฑล แต่อย่างไรเขาก็ยังเป็นญาติของอิงหนิง หากพวกเราล้ำเส้นไปมีแต่จะทำให้นางลำบากใจ ดังนั้นเรื่องนี้ทำได้เพียงให้อิงหนิงตัดสินใจเอง”
“แต่ว่า…” อู่เชียนเชียนยู่ปาก “อิงหนิงเป็นคนหูเบา ข้าเป็นกังวลว่านางจะถูกป้าของนางหลอกเอาได้!”
นางดูออก นายหญิงผู้พิพากษามณฑลผู้นี้ ไม่เพียงแต่จะโลภมากเห็นแก่เงินแม้เพียงเล็กน้อย แต่ยังช่างพูดช่างจาอย่างมาก นางสามารถพูดเหตุผลออกมาได้เป็นชุด พูดเสียจนกลับผิดให้เป็นถูกได้
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างมีเลศนัยออกมาทันที และเอ่ยว่า “ข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น ถึงแม้อิงหนิงจะดูเหมือนคนอ่อนแอ นิสัยยอดเยี่ยม แต่เมื่อได้พบเรื่องความผิดและถูก นางก็มีความคิดของตนเองอยู่ ไม่ว่านายหญิงผู้พิพากษามณฑลจะมีแผนการเพื่อหาผลประโยชน์อย่างแยบยลเพียงใด ขอเพียงอิงหนิงไม่ยินยอม นางย่อมไม่มีทางสมหวัง”
“เฮอะ! ข้าเองก็ดูออก สามีภรรยาผู้พิพากษามณฑลคู่นี้เป็นพวกรังแกคนอ่อนแอแต่กลัวคนแข็งแกร่ง!” อู่เชียนเชียนมุ่ยปาก กระแนะกระแหนต่อ “ท่านพี่ชิงหลัน เมื่อครู่เหตุใดท่านไม่ให้ข้าพูดให้จบเล่า ถ้าหากเปิดเผยตัวตนของท่านอ๋องออกไป ข้าว่าพวกเขาจะไม่กล้าเร่งเร้าเป็นแน่!”
“ก็เพราะเช่นนั้นนั่นแหละ ข้าจึงไม่อยากให้บอกกล่าวถึงฐานะของท่านอ๋อง หากพวกเขารู้เข้า จะเปิดเผยความคิดชั่วร้ายออกมาง่าย ๆ เพียงนี้หรือ พวกเขาจิตใจชั่วร้ายเพียงนี้ สวรรค์ไม่เข้าข้างเป็นแน่ อย่างไรก็ต้องมีสักวันที่ได้รับบทลงโทษอันสาสม”
อยู่ ๆ ในตอนนั้นก็มีเสียงกระวนกระวายของฉูซื่อโม่วดังขึ้น “เชียนเชียน… เชียนเชียน… เจ้าอยู่ไหนกัน”
ซ่งชิงหลันมองอู่เชียนเชียนแวบหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะกล่าวหยอก “ดูเจ้าสิ ทำเอาซื่อโม่วกระวนกระวายหมดแล้ว ยังไม่รีบตอบอีก”
ใบหน้าของอู่เชียนเชียนปรากฏรอยยิ้มแห่งความสุข มองซ่งชิงหลันแล้วเอ่ย “พี่ชิงหลัน ท่านล้อข้าอีกแล้ว!”
กล่าวจบก็เดินออกจากศาลา มุ่งหน้าไปทางเสียงของฉูซื่อโม่วแล้วขานตอบ “ซื่อโม่ว! ซื่อโม่ว! ข้าอยู่ตรงนี้!”
“เชียนเชียน! เชียนเชียน…” ฉูซื่อโม่วรีบสาวเท้าเดินมา เมื่อเห็นอู่เชียนเชียน เขาก็ถอนหายใจโล่งอก “เมื่อครู่ข้าไปหาเจ้าที่ห้องแต่กลับหาไม่เจอ ข้าตกใจเสียแทบแย่”
อู่เชียนเชียนขบขันกับท่าทางเป็นห่วงของเขา ในใจก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา จึงยิ้มแล้วเอ่ยตอบ “ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ เจ้าจะเป็นกังวลเพียงนี้ไปด้วยเหตุใด ข้าเพียงแค่รู้สึกอึดอัดในใจ จึงได้ออกมาเดินเล่นที่สวนดอกไม้ เอาเถิด ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมาแล้ว เรากลับไปพักที่ห้องกันดีกว่า”
กล่าวจบก็มุ่งหน้าเดินกลับไปสู่ห้องของตนเอง
ซ่งชิงหลันมองภาพด้านหลังอันสนิทสนมของพวกเขาก็ยิ้มออกมา เดินไปทางด้านห้องโถงด้านหน้า
นางเดาไม่ผิด ซุนอิงหนิงอยู่ที่นี่จริง ๆ
ทั้งยังมีอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย
ซ่งชิงหลันเห็นว่านอกประตูนั้น มีซ่งชิงหนานที่เฝ้าซุนอิงหนิงที่อยู่ในห้องเซ่นไหว้อย่างเงียบ ๆ ก็ผงะไป จากนั้นเดินไปตรงหน้าน้องชายแล้วกล่าวเบา ๆ “เจ้าเป็นห่วงนางเพียงนี้ เหตุใดไม่เข้าไปอยู่กับนางเล่า”
ซ่งชิงหนานหรี่ตาลงเล็กน้อย กล่าวเสียงทุ้มต่ำ “ข้าคิดว่า ในตอนนี้นางน่าจะอยากอยู่อย่างสงบคนเดียวขอรับ”
“อืม” ซ่งชิงหลันพยักหน้า
“ท่านพี่ พวกครอบครัวผู้พิพากษามณฑลมีเจตนาแอบแฝง ข้าว่า…”
“ให้อิงหนิงตัดสินใจเองเถิด” ซ่งชิงหลันเอ่ยปากขัดจังหวะเขา “นี่ก็ดึกแล้ว เจ้ารีบกลับไปพักเถิด”
ซุนอิงหนิงที่อยู่ในห้องเซ่นไหว้ นั่งคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะเซ่นไหว้ซุนเหยียนหมิง ร้องไห้ออกมาอย่างเงียบ ๆ “ท่านพ่อ ลูกอกตัญญูยิ่งนัก ไม่สามารถพบหน้าท่านเป็นครั้งสุดท้าย…”
“คุณหนู นายท่านย่อมรู้ว่าท่านช่วยทวงความยุติธรรมและทวงความบริสุทธิ์ให้เขาขอรับ เขาจะต้องซาบซึ้งอย่างมากเป็นแน่ขอรับ” พ่อบ้านฝูที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวออกมา เขามองโถอัฐิที่วางอยู่อย่างเศร้าหมอง พลางกล่าวอย่างเป็นกังวล “ข้าน้อยเองก็ไม่รู้ว่าคุณหนูจะกลับมาตอนไหน เห็นว่าร่างของนายท่านค่อย ๆ ส่งกลิ่น ดังนั้นข้าน้อยจึงได้บังอาจตัดสินใจ ทำพิธีเผาให้นายท่าน เหลือไว้เพียงอัฐิขอรับ”
“ท่านลุงฝู ท่านอย่ากล่าวเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ข้าต้องขอบคุณท่านจึงจะถูก หากไม่มีท่านที่ปกป้องท่านพ่ออย่างศรัทธา เกรงว่าท่านพ่อคงไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก ตอนนี้ยังเหลือสิ่งที่เอาไว้ดูต่างหน้ายามคิดถึง ข้าก็ซาบซึ้งมากแล้ว”
กล่าวจบนางก็มองพ่อบ้านฝู แล้วกล่าวต่อ “ท่านลุงฝู นี่ก็ดึกแล้ว พรุ่งนี้ยังมีธุระต้องทำมากมาย กลับไปพักผ่อนเร็วหน่อยจะดีกว่าเจ้าค่ะ”
หลังจากพ่อบ้านฝูจากไป ซุนอิงหนิงก็ยังเฝ้าอยู่ที่ห้องเซ่นไหว้
อยู่ ๆ ในตอนนั้นนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง นางหันหลังกลับไปอย่างยินดี เมื่อเห็นคนตรงหน้า แววตายินดีก็จางหายไป จากนั้นก็เอ่ยถาม “ท่านพี่ชิงหลัน เป็นท่านเองหรือ”