ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 344 คนเขลาผู้นี้นี่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 344 คนเขลาผู้นี้นี่
บทที่ 344 คนเขลาผู้นี้นี่
ซ่งชิงหลันเห็นประกายแห่งอารมณ์ในดวงตาของนาง ก็ยิ้มอย่างใจเย็น พร้อมทั้งกล่าวหยอกล้อ “เหตุใดหรือ เจ้าคิดว่าข้าเป็นผู้ใดกัน ดูเหมือนพอเห็นข้าแล้วเจ้าจะผิดหวังเล็กน้อยนะ”
ซุนอิงหนิงหน้าแดงอย่างเขินอาย และพูดเสียงแผ่วเบา “เปล่าเสียหน่อยเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันก้าวเดินไปข้างหน้า หยิบเอาธูปสามดอกมาจุด ไหว้ที่หน้าโต๊ะเซ่นไหว้ของซุนเหยียนหมิง สุดท้ายก็นำธูปปักลงในกระถางธูป
หลังจากรอให้การกระทำนี้แล้วเสร็จ นางก็หันหน้ากลับมามองซุนอิงหนิง “ชิงหนานยืนอยู่ด้านนอกมาโดยตลอด เพิ่งจากไปเมื่อครู่ บอกว่าไม่อยากรบกวนเจ้า”
ซุนอิงหนิงก้มหน้าลง พึมพำออกมาเบา ๆ “คนเขลาผู้นี้นี่”
เขามาอยู่เป็นเพื่อนตน จะถือว่ารบกวนได้อย่างไร
ซ่งชิงหลันมองนางอย่างสำรวจ เห็นความเหน็ดเหนื่อยบนใบหน้านาง ก็อดไม่ได้ที่จะเจ็บปวดใจ จึงกล่าว “เจ้าต้องดูแลตนเองเสียหน่อย ข้าเห็นว่าสองวันมานี้เจ้าไม่ได้กินอันใดสักเท่าไร อย่าให้ตนเองล้มป่วยไปได้ล่ะ”
ในยามที่คนเราอ่อนแอ ไม่สามารถรับความเป็นห่วงของผู้อื่นได้ไหว
ได้ยินเช่นนั้น ซุนอิงหนิงขอบตาแดงก่ำ อยู่ ๆ นางก็โผเข้าสู่อ้อมกอดของซ่งชิงหลัน มองโถใส่อัฐิที่อยู่ในโลง น้ำตาก็หลั่งไหลลงมา กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้น “ท่านพี่ชิงหลัน ข้าไร้ประโยชน์มากใช่หรือไม่”
“ร้องเถิด ร้องเสีย ร้องออกมาจะได้ดีขึ้นหน่อย” ซ่งชิงหลันตบหลังนางเบา ๆ
เด็กคนหนึ่งที่สูญเสียพ่อแม่ไป ทั้งยังต้องมาทนเจ็บปวดกับญาติที่มุ่งร้าย สำหรับนางแล้วถือเป็นเรื่องที่ต้องแบกรับมากเกินไป และกดดันมากเกินไปด้วยซ้ำ
นางรอจนกระทั่งซุนอิงหนิงค่อย ๆ สงบลง ซ่งชิงหลันจึงได้ผละออกจากอีกฝ่าย และกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “อิงหนิง เจ้าทำได้ดีมากแล้ว”
ซุนอิงหนิงขมวดคิ้ว “ท่านพี่ชิงหลัน ท่านว่า… ข้าควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ”
ความคิดของพวกครอบครัวท่านป้า ใช่ว่านางจะไม่รู้ เพียงแต่อย่างไรก็เป็นญาติกัน จึงไม่อยากทำให้ดูห่างเหินจนเกินไป
ซ่งชิงหลันถอนหายใจเบา ๆ และเอ่ยตอบ “ผู้ใดไม่รุกรานข้า ข้าก็ไม่รุกรานผู้นั้น ถ้าหากมีคนรอบกายวางแผนร้ายต่อเจ้า ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าเสียเปรียบเป็นอันขาด อิงหนิง เจ้าต้องจำไว้ ตอนนี้เจ้าเป็นนายของที่นี่ ข้าเชื่อว่าใต้เท้าซุนเองก็หวังจะให้เจ้ายืนหยัดได้ด้วยตัวคนเดียว”
ซุนอิงหนิงผงะไป จากนั้นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ “ท่านพี่ชิงหลัน ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านที่ช่วยตักเตือนข้าเจ้าค่ะ”
“เอาเถิด นี่ก็ดึกแล้ว รีบกลับห้องไปนอนเถิด พิธีศพในวันพรุ่งนี้ เจ้ายังมีเรื่องต้องทำอีกมาก”
เช้าวันต่อมา ห้องเซ่นไหว้ของเรือนด้านหน้ามีเสียงถกเถียงดังออกมา
พวกซ่งชิงหลันเองก็เปิดประตูห้องในทันที
อู่เชียนเชียนมองซ่งชิงหลันที่เดินออกมาจากห้องข้าง ๆ ก็กล่าวอย่างเป็นกังวล “พี่ชิงหลัน ดูเหมือนทางด้านหน้าจะเกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ!”
“อืม” ซ่งชิงหลันพยักหน้าอย่างจริงจัง และเอ่ยตอบ “พวกเรารีบไปดูหน่อยเถิด”
จากนั้นกลุ่มคนก็รีบไปที่เรือนด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
ยังไม่ทันเดินไปถึงห้องเซ่นไหว้ พวกเขาก็ได้ยินเสียงแหลมของนายหญิงผู้พิพากษามณฑลดังมา “เรื่องง่าย ๆ เพียงนี้ยังทำให้ดีไม่ได้! ข้าว่าเจ้าน่ะ! เป็นคนโง่เง่านัก ไร้ประโยชน์ รีบไสหัวออกไปจากจวนซุนเสียดีกว่า! อยู่ตรงนี้ก็มีแต่เพียงจะขวางหูขวางตา ขวางทางคนเขา!”
พวกซ่งชิงหลันมาถึงห้องเซ่นไหว้ ก็เห็นนายหญิงผู้พิพากษามณฑลกำลังชี้หน้าด่าพ่อบ้านฝูอยู่ ท่าทางเช่นนั้นไม่ต่างอันใดกับหญิงปากร้ายที่โวยวายอยู่ข้างถนน
พ่อบ้านฝูก้มหน้า กัดฟัน ไม่ได้มีท่าทางยอมรับดั่งเช่นปกติ อยู่ ๆ ก็กล่าวโต้ “นายหญิงผู้พิพากษามณฑล ข้าเป็นบ่าวของจวนซุน แต่ท่านไม่ใช่นายท่านแห่งจวนซุน ท่านไม่มีสิทธิ์มาตัดสินว่าข้าควรอยู่หรือไปขอรับ!”
“ไอ้หยา! ไอ้คนสารเลว! เจ้ายังกล้าจะก่อจองหองอีกหรือ!” นายหญิงผู้พิพากษามณฑลคิดไม่ถึงว่าพ่อบ้านฝูที่ไม่มีปากมีเสียงอยู่เสมอจะกล่าวคำพูดเช่นนี้ออกมาได้
นางโกรธเสียจนดวงตาแทบถลน ทันใดนั้นก็หัวเราะเยาะ และเอ่ยเสียงแหลม “ข้าจะบอกให้ ไม่ช้าก็เร็วข้าจะต้องเป็นนายของจวนซุน! ตอนนี้ข้าทำอันใดพวกเจ้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ รอจนถึงตอนนั้นก่อนเถิด ข้าจะไล่ตาแก่อย่างเจ้าออกจากจวนเป็นคนแรก! ดูสิว่าเจ้าจะยังกล้าเถียงข้าเช่นนี้อีกหรือไม่”
อู่เชียนเชียนเกลียดคนที่รังแกผู้อื่นเช่นนี้ที่สุด
นางเดินไปด้วยความโกรธ ถกแขนเสื้อตั้งใจจะวิ่งเข้าไปขัดขวางการก่นด่าของนายหญิงผู้พิพากษามณฑล
อยู่ ๆ ในตอนนั้น ด้านหลังของพวกเขาก็มีเสียงหวานหากแต่ทรงพลังดังขึ้น “ท่านป้า! ท่านทำอันใดอยู่เจ้าคะ”
ทุกคนมองตามไป ก็เห็นซุนอิงหนิงในชุดไว้ทุกข์สีขาวเดินมาอย่างช้า ๆ ถึงแม้ทั้งตัวนางจะดูเรียบง่าย แต่ก็ไม่อาจปกปิดความงามที่โดดเด่นได้ โดยเฉพาะวันนี้ดูแล้วช่างน่าเกรงขามอย่างมาก
นายหญิงผู้พิพากษามณฑลเองก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของนาง อดขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้ ในใจกำลังงุนงง ซุนอิงหนิงก็เดินหน้ามาแล้วปกป้องพ่อบ้านฝูเอาไว้ด้านหลัง เผชิญหน้ากับนายหญิงผู้พิพากษามณฑลแล้วเอ่ย “ท่านป้าเจ้าคะ ข้ายังอยู่ตรงนี้ เหตุใดเจ้าของจวนซุนจึงกลายเป็นท่านได้”
ใบหน้าของนายหญิงผู้พิพากษามณฑลฉายแววกระอักกระอ่วนในทันที นางคิดไม่ถึงเลยว่าตนจะพลั้งความในใจออกไปด้วยความรีบร้อน กลับบังเอิญถูกคนที่ไม่ควรได้ยินมาได้ยินเข้าเสียแล้ว
นางยิ้มเล็กน้อย จับมือของซุนอิงหนิงเอาไว้ และกล่าวอธิบาย “หนิงเอ๋อร์ ป้าเพียงแค่พลั้งปากพูดผิดไปก็เท่านั้น ป้าเองก็เป็นกังวลน่ะสิ พ่อบ้านฝูทำงานไม่ดีอย่างนี้!”
กล่าวจบ นางยังถลึงตามองพ่อบ้านฝูอย่างโกรธแค้น
ซุนอิงหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนเอ่ยตอบ “ท่านลุงฝูเป็นคนเก่าคนแก่ของจวน ตอนท่านพ่อท่านแม่ยังอยู่ก็ปฏิบัติกับเขาเหมือนเป็นครอบครัว ต่อให้ท่านลุงฝูมีจุดที่ทำได้ไม่ดี ท่านป้าก็ไม่ควรตะคอกใส่เขาเช่นนี้!”
พ่อบ้านฝูเห็นว่าคุณหนูของตนปกป้องตนเช่นนี้ ก็ซาบซึ้งเป็นอย่างมาก
ขอบตาของเขาเป็นแดงก่ำ และเอ่ยแย้งด้วยเหตุผล “คุณหนู ชีวิตนี้ข้าน้อยภักดีและทุ่มเทต่อจวนซุนมากตลอด ถ้าหากข้าน้อยทำผิดจริง เช่นนั้นข้าน้อยก็จะยอมรับ! แต่เรื่องที่นายหญิงผู้พิพากษามณฑลให้ข้าน้อยทำ ช่างเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้จริง ๆ ขอรับ!”
ซุนอิงหนิงสงสัยขึ้นมา เอ่ยถาม “เรื่องอันใดกันแน่”
“นายหญิงผู้พิพากษามณฑลให้ข้าน้อยเชิญแขกมาร่วมพิธีศพของนายท่านตามรายชื่อของนาง แต่รายชื่อนี้กลับมีชื่อของใต้เท้าหลี่! ใต้เท้าหลี่ผู้นี้ละโมบและตัณหาจัด สมัยนายท่านยังอยู่ก็ไม่ชอบไปมาหาสู่กับเขา อีกทั้งตอนที่นายท่านมีปัญหา คนผู้นี้ยังสร้างข่าวลือว่านายท่านทุจริตฉ้อโกง คุณหนู ท่านดูสิขอรับ คนเช่นนี้จะให้เชิญมาที่พิธีศพของนายท่านได้อย่างไร! นี่ไม่เป็นการทำให้นายท่านเสื่อมเกียรติหรอกหรือ!”
ซุนอิงหนิงฟังแล้วก็โกรธเป็นอย่างมากเช่นกัน นางหันหน้าไปมองนายหญิงผู้พิพากษามณฑลที่อยู่ข้าง ๆ และเอ่ยถาม “ท่านป้า นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นเจ้าคะ ตอนที่ท่านหารือกับข้าก็บอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าพิธีศพในวันนี้จะเชิญเพียงญาติ ๆ ของเราเท่านั้น”
“ไอ้หยา! หนิงเอ๋อร์ เจ้ายังเล็กนัก เจ้าไม่รู้จักการคบค้าสมาคมทางราชการหรอก” นายหญิงผู้พิพากษามณฑลมองซุนอิงหนิง กล่าวอย่างจริงจัง “ตอนท่านพ่อเจ้ายังอยู่ก็ไปทำให้เจ้าขุนมูลนายหลายคนไม่พอใจ ป้าจึงอยากใช้โอกาสนี้เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ เช่นนี้ต่อไปก็จะดีกับพวกเราด้วย!”
“นี่เป็นพิธีศพของพ่อข้า! ไม่ได้มีเพื่อให้พวกท่านมาหาเส้นสาย!”
อยู่ ๆ ซุนอิงหนิงก็โกรธมากจนทำให้นายหญิงผู้พิพากษามณฑลนิ่งไป นางมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อ คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าคนตรงหน้าคือหลานสาวที่มักจะเงียบและอ่อนโยน
เหตุใดนางจึงเหมือนเปลี่ยนไปเป็นอีกคนเล่า
นายหญิงผู้พิพากษามณฑลลืมการตอบสนองไปชั่วครู่
ส่วนบุตรสาวผู้พิพากษามณฑลที่อยู่ข้าง ๆ ทนดูต่อไปไม่ไหว กล่าวอย่างปกป้อง “ท่านพี่ ท่านใจร้ายเกินไปแล้วกระมัง! ที่ท่านแม่ข้าทำก็เพื่อจวนซุนของพวกท่านไม่ใช่หรือ เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนี้กับท่านแม่ข้าได้!”