ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 347 เรื่องนี้จะจัดการอย่างไร
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 347 เรื่องนี้จะจัดการอย่างไร
บทที่ 347 เรื่องนี้จะจัดการอย่างไร
ในตอนนี้ ชุนหน่วนวิ่งออกมาจากเรือนด้านหลังอย่างร้อนรน
เมื่อเห็นที่เรือนด้านหน้ามีไฟไหม้เสียจนดำทะมึนก็ตกใจในทันที รีบเอ่ยถาม “ท่านลุงฝู! นี่… นี่เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันหันหน้าไปมองนางแล้วเอ่ยถาม “ชุนหน่วน เหตุใดเจ้าจึงวิ่งออกมา ข้าบอกให้เจ้าดูแลคุณหนูของเจ้าไม่ใช่หรือ”
ชุนหน่วนกล่าวตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “แม่นางซ่ง คุณหนูฟื้นแล้วเจ้าค่ะ! ข้าออกมาเพื่อบอกท่านเจ้าค่ะ!”
“อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นข้าจะไปดูเสียหน่อย”
“จริงด้วยเจ้าค่ะ คุณหนูบอกข้าว่าหิว ในที่สุดนางก็อยากกินอาหารแล้วเจ้าค่ะ!”
“เช่นนั้นก็ดี เจ้าไปเอาข้าวต้มผักที่ต้มอยู่ในครัวมาเสีย!” ซ่งชิงหลันสั่งชุนหน่วน จากนั้นก็เดินไปที่ห้องของซุนอิงหนิงเสียก่อน
ชุนหน่วนกำลังยกข้าวต้มเดินออกมาจากห้องครัว ก็เห็นซ่งชิงหนานแบกชายที่ดูอัปลักษณ์เข้ามาในจวน นางขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่ก็คิดได้ว่าคุณหนูของตนยังหิวอยู่ จึงไม่ได้ดูให้ละเอียด รีบเดินไปยังเรือนด้านหลัง
ซ่งชิงหนานทิ้งตัวคนลงบนพื้น แล้วเอ่ยถามเสียงเย็น “บอกมา! ผู้ใดส่งเจ้ามา!”
คนผู้นั้นตกใจเสียจนตัวสั่น แล้วกล่าวด้วยเสียงหวาดกลัว “ทุกท่าน… นายท่านทุกท่านขอรับ พวกท่านปล่อยข้าน้อยไปเถิด ข้าน้อยหลงลืมไปชั่วขณะ จึงได้ทำเรื่องโง่ ๆ เช่นนี้ ข้าไม่อาจทำคนผู้นั้นขุ่นเคืองได้ ข้าบอกไม่ได้! หากข้าบอกไปก็อาจจะต้องตายตก!”
ไป๋เย่หานหรี่ตาเล็กน้อย มุมปากยกขึ้น เผยรอยยิ้มเย็นที่ดูร้ายกาจ ริมฝีปากบางเปิดขึ้น “อย่างนั้นเจ้าเชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้เจ้าก็อาจตายได้”
ประโยคนี้ดูเหมือนจะไม่จริงจังอันใด หากแต่ทำให้เขาตระหนกอย่างมาก
นั่นเป็นเพราะชายหนุ่มรูปงามตรงหน้านี้ มีรัศมีที่น่าเกรงขาม บรรยากาศโดยรอบนั้นราวกับท่าทางของกษัตริย์ ทำให้เขาหวาดกลัวจนเหงื่อเย็นท่วมไปทั้งร่างโดยไม่รู้ตัว ทำได้เพียงขอความเห็นใจอย่างไร้ศักดิ์ศรี “ข้าเชื่อ! ข้าเชื่อขอรับ! ข้าจะบอก! เป็น… เป็นนายหญิงผู้พิพากษามณฑลที่ให้เงินข้าน้อยมาหนึ่งร้อยตำลึง นางสั่งให้ข้าเผาทั้งคนและจวนซุนให้ราบคาบ นายท่านทุกคน หากพวกท่านอยากแก้แค้น ก็ไปหานายหญิงผู้พิพากษามณฑลเถิด! ข้าน้อยเป็นเพียงแค่คนโชคร้ายที่ถูกจ้างมาเท่านั้น!”
“เป็นนางคนนั้นจริง ๆ ด้วย!” อู่เชียนเชียนกล่าวอย่างเคียดแค้น
ต่อให้ใช้นิ้วเท้า นางก็เดาออกว่าจะต้องเป็นนายหญิงผู้พิพากษามณฑลผู้นั้นเป็นแน่ พอเห็นว่ารังแกซุนอิงหนิงไม่ได้ จึงได้ทำเรื่องสกปรกเช่นนี้ อยากจะฆ่าคนปิดปากอย่างนั้นหรือ
ซ่งชิงหนานในตอนนี้ก็โกรธมากเช่นกัน
เขายากจะจินตนาการ ถ้าหากพวกเขาไม่ได้กลับมากับซุนอิงหนิง ไม่แน่ว่านางคงจะตายอยู่ในกองไฟแล้วก็เป็นได้
เพียงคิดถึงตรงนี้ เขาก็โกรธจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน พร้อมลอบกำหมัดแน่น พยายามข่มอารมณ์โกรธในใจเอาไว้ มองไปยังไป๋เย่หาน “ท่านพี่เขย ท่านว่าเรื่องนี้ควรจัดการเช่นไรดีขอรับ”
ไป๋เย่หานมีแววตาเคร่งขรึม “ไปที่จวนเจ้าเมือง”
……
คืนนี้นายหญิงผู้พิพากษามณฑลหลับอย่างสบายตลอดคืน นางถึงขนาดฝันว่าตนนั้นได้ครอบครองทรัพย์สมบัติตระกูลซุน จากนั้นก็พาบุตรสาวไปจับจ่ายซื้อของ ภาพนั้นช่างมีความสุขอย่างเกินจะกล่าว
นางลงจากเตียงอย่างมีความสุข ยื่นมือบิดขี้เกียจ จากนั้นก็ร้องเรียกสาวใช้ให้มาช่วยแต่งตัวให้ตน
หากแต่ในตอนที่นางกำลังจะออกจากห้องเพื่อไปรอรับข่าวดี พ่อบ้านก็วิ่งเข้ามาอย่างกระวนกระวาย
นายหญิงผู้พิพากษามณฑลถลึงตามองเขา “เจ้าเร่งรีบตั้งแต่เช้าตรู่เพียงนี้ มีเรื่องอันใด”
พ่อบ้านก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนกล่าวตอบ “นายหญิงขอรับ ท่านเจ้าเมืองพาคนมาที่จวนขอรับ”
“แล้วอย่างไรเล่า ท่านเจ้าเมืองไม่ได้มาที่จวนเป็นครั้งแรกเสียหน่อย เจ้าจะประหม่าไปด้วยเหตุใดกัน” นายหญิงผู้พิพากษามณฑลมองเขาอย่างไม่พอใจ แล้วกำลังจะลุกขึ้น
ในตอนนั้นเอง ท่านเจ้าเมืองก็พาคนเข้ามาเสียแล้ว
นายหญิงผู้พิพากษามณฑลเดินไปต้อนรับพร้อมรอยยิ้มทันที “ท่านเจ้าเมือง เหตุใดท่านจะมาจึงไม่แจ้งกันก่อนเล่าเจ้าคะ พวกข้าจะได้เตรียมตัวต้อนรับท่านให้ดี ๆ!”
กล่าวจบนางก็ส่งสายตาให้พ่อบ้าน และกล่าว “ยังไม่รีบไปต้มชากาหนึ่งมาอีก”
“ไม่จำเป็น!” ท่านเจ้าเมืองขัดจังหวะนางอย่างเย็นชา
จนนายหญิงผู้พิพากษามณฑลผงะไป จากนั้นก็รู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติ นางจึงยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน แล้วเอ่ยถามเบา ๆ “ท่านเจ้าเมือง ท่าน… นี่ท่าน… มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”
เจ้าเมืองไม่อยากแม้แต่จะมองนางแม้แต่แวบเดียว เชิดคางให้คนด้านหลัง และกล่าวเสียงทุ้มต่ำ “ลงมือ จับตัวกลับไปเสีย”
“ขอรับ!” น้ำเสียงที่ดังและชัดเจนดังขึ้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่ทางการที่ดูสูงกำยำหลายคนก็เดินหน้ามาแล้วจับตัวนายหญิงผู้พิพากษามณฑลเอาไว้
นายหญิงผู้พิพากษามณฑลตกใจจนหน้าซีด ตะโกนดังลั่นออกมา “พวกเจ้าจะทำอันใด ท่านเจ้าเมือง นี่หมายความว่าอย่างไรหรือ”
ในตอนนั้นเอง บุตรสาวและบุตรชายของนายหญิงผู้พิพากษามณฑลก็เดินออกมา เมื่อเห็นภาพนี้ก็ตกใจโดยพลัน จึงรีบตะโกนว่า “เหตุใดพวกเจ้าต้องจับตัวแม่ข้าด้วย พวกเจ้ายังทำตามกฎหมายอยู่หรือไม่”
เจ้าเมืองเห็นสองคนนั้นก็กล่าวต่อ “พอดีเลย ในเมื่อพวกเจ้าออกมาด้วยตัวเอง ก็ไม่ต้องให้คนไปค้นหาให้เสียเวลา ทุกคน จับพวกเขาสองคนไปด้วย พาตัวไป!”
“ขอรับ!”
สุดท้ายสามแม่ลูกก็ถูกคุมตัวพาไปที่จวนของท่านเจ้าเมือง และส่งตรงไปยังห้องขัง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการเหล่านั้นผลักพวกเขาเข้าห้องขังอย่างไม่ปรานี
บุตรสาวผู้พิพากษามณฑลผู้นั้นเป็นคนไม่ยืนหยัด นางคุกเข่าลงกับพื้น มองห้องขังที่สกปรกนั้น ทันใดนั้นก็ร้องออกมาเสียงดัง “โอ๊ย! นี่พวกเจ้าจะทำอันใด! พวกเจ้าทำกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร! พ่อข้าเป็นใต้เท้าผู้พิพากษามณฑลเชียวนะ!”
เจ้าหน้าที่เหล่านั้นหัวเราะเยาะ “อีกไม่นานพ่อเจ้าก็จะไม่ใช่ผู้พิพากษามณฑลอีกแล้ว! ดูสิว่าพวกเจ้าจะยังหยิ่งผยองไปได้อีกนานเท่าไร”
กล่าวจบพวกเขาก็หมุนตัวจากไป
ในตอนนี้ก็มีเสียงของผู้พิพากษามณฑลดังมาจากห้องขังที่อยู่ข้าง ๆ พวกเขา “ภรรยาข้า ลูกชาย ลูกสาว…”
“ท่านพ่อหรือ ท่านพ่อ! เหตุใดท่านเองก็อยู่ในนี้ด้วยเล่า ข้ายังหวังว่าท่านจะมาช่วยพวกเราออกไปอยู่เลย!”
นายหญิงผู้พิพากษามณฑลก็มองเขาผ่านช่องกรงไม้เช่นกัน ถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล “ท่านพี่ นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ เหตุใดท่านเจ้าเมืองจึงทำกับเราเช่นนี้”
“ข้า… ข้าเองก็ไม่รู้ วันนี้ข้าเพิ่งจะไปถึงศาลาว่าการ ก็ถูกคนของท่านเจ้าเมืองจับมาเสียได้!”
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงเย็นชาเรียบเฉยดังขึ้นมา “พวกเจ้านี่นะ! ไม่รู้แม้แต่ว่าตนทำความผิดอันใดลงไป ช่างเกินเยียวยาเสียจริง!”
สิ้นเสียง ร่างที่เต็มไปด้วยรัศมีทรงอำนาจของท่านเจ้าเมืองก็ปรากฏต่อหน้าพวกเขา
ผู้พิพากษามณฑลรีบล้มลุกคลุกคลานมาถึงหน้าประตูห้องขัง มองเขาอย่างน่าสงสารแล้วเอ่ยถาม “ท่านเจ้าเมืองขอรับ ข้าน้อยทำความผิดอันใดลงไปกันแน่หรือ ท่านช่วยบอกให้กระจ่างเถิดขอรับ!”
เจ้าเมืองมองเขาอย่างเย็นชา และกล่าว “พวกเจ้าส่งคนไปเผาจวนซุนไม่ใช่หรือ”
เพียงนายหญิงผู้พิพากษามณฑลได้ยินว่าเป็นเพราะเรื่องนี้ ในใจก็หล่น ‘ตุบ!’ ในทันที
นางรีบกล่าวอธิบาย “ท่านเจ้าเมือง ความจริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด พวกข้าถูกคนใส่ร้ายป้ายสี ท่านจะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนนะเจ้าคะ…”
“พวกเจ้าไม่ต้องอ้างอันใดอีกแล้ว คนที่พวกเจ้าจ้างวานได้ยอมรับความผิดดวยตัวเอง!” กล่าวจบเขายังจ้องมองทั้งสองคนอย่างโกรธเกรี้ยว “พวกเจ้ารู้หรือไม่ ว่าคนที่พวกเจ้าไปทำให้ขุ่นเคืองในจวนซุนท่านนั้นเป็นผู้ใด!”
นายหญิงผู้พิพากษามณฑลและผู้พิพากษามณฑลมองหน้ากัน แล้วรีบเอ่ยถาม “เป็นผู้ใดหรือ”
“หานอ๋องอย่างไรเล่า! พวกเจ้าเกือบจะเผาหานอ๋องเสียแล้ว! นี่เป็นความผิดสถานหนัก ต่อให้เทพเซียนต้าหลัวก็ช่วยพวกเจ้าไม่ได้!”