ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 346 แม้แต่เรื่องนี้ท่านก็หึงหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 346 แม้แต่เรื่องนี้ท่านก็หึงหรือ
บทที่ 346 แม้แต่เรื่องนี้ท่านก็หึงหรือ
ซ่งชิงหลันมองไป๋เย่หานแวบหนึ่งก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ไป๋เย่หาน แม้แต่เรื่องนี้ท่านก็หึงอย่างนั้นหรือ อีกอย่าง พวกเรามาที่เมืองเปี้ยนเจียงก็เพื่อช่วยอิงหนิง ไม่ได้มาเพื่อเกี้ยวพาราสีกันเสียหน่อย”
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “แต่เดิมทีที่ข้าตามเจ้ามา ก็เพื่ออยู่ตามลำพังกับเจ้าและพัฒนาความสัมพันธ์ต่างหาก”
เขาคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ กว่าจะได้ทิ้งเด็กทั้งสองคนมาได้ช่างยากลำบากนัก แล้วเช่นนี้ยังจะต้องถูกคนอื่นแย่งเวลาที่พวกเขาต้องอยู่ตามลำพังไปอีก
“ได้ เช่นนั้นข้าจะให้โอกาสท่าน” อยู่ดี ๆ ซ่งชิงหลันก็เลิกคิ้ว มองไป๋เย่หานอย่างเย้าหยอก
สีหน้าของไป๋เย่หานเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในใจถึงขนาดตื่นเต้นขึ้นมา แล้วรีบเอ่ยถาม “จริงหรือ”
“อืม” ซ่งชิงหลันพยักหน้า งอนิ้วไปทางเขา และกล่าวอย่างอ่อนโยน “มานี่สิ”
“ที่นี่หรือ” ไป๋เย่หานทั้งตกใจทั้งดีใจ แววตาฉายแววตื่นเต้นเล็ก ๆ มุมปากมีรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ “พระชายาช่างกล้านัก แต่ข้าชอบมาก”
จากนั้นเขาก็รีบเดินเข้าไป
ไป๋เย่หานเข้าใกล้ซ่งชิงหลันเล็กน้อย ในตอนที่ริมฝีปากบางของเขากำลังจะประกบกับริมฝีปากอิ่มของนางนั้นเอง อยู่ ๆ ผักกาดกำมือหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา ขวางระหว่างทั้งสองคนเอาไว้
เขาผงะไปทันที เปิดเปลือกตามองขึ้นไป ก็เห็นใบหน้างดงามของซ่งชิงหลันยกยิ้มแปลกประหลาด แววตาของนางยิ้มโค้ง มองไป๋เย่หานที่ถูกหลอกอย่างมีความสุข
ไป๋เย่หานพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม “พระชายา เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ท่านอ๋อง ท่านเข้าใจผิดไปแล้วหรือ ข้าเรียกท่านมานี่ ก็เพื่อให้มาทำอาหารกับข้าต่างหาก” ซ่งชิงหลันหัวเราะอย่างขบขัน และพึงพอใจกับท่าทางน่าขายหน้าของไป๋เย่หานอย่างมาก
ส่วนไป๋เย่หานหน้าดำหน้าแดงราวกับก้นกระทะ เม้มปากไม่กล่าวอันใด
ซ่งชิงหลันจึงยิ้มแล้วหยอกล้อเขาอีกครั้ง “ทำอาหารกับข้าก็เป็นช่วงเวลาที่อยู่ตามลำพังนะเจ้าคะ ท่านอ๋องเจ้าไม่ยินดีหรืออย่างไร”
กล่าวจบนางก็กะพริบตาปริบ ๆ อย่างซุกซน
ไป๋เย่หานพ่ายแพ้ในทันที เขานั้นถูกซ่งชิงหลันบีบเอาไว้ในมืออย่างแน่นหนาจริง ๆ
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปรับผักกาดจากมือของซ่งชิงหลัน กล่าวเบา ๆ “สิ่งนี้ต้องทำอย่างไร”
“เอาผักกาดล้างก่อนแล้วค่อยหั่นเป็นชิ้น ๆ เป็นใช้ได้เจ้าค่ะ ข้าจะทำข้าวต้มผักให้อิงหนิง”
จากนั้นไป๋เย่หานก็ทำตามคำสั่งของซ่งชิงหลัน เริ่มลงมือทำงาน
ทั้งสองคนพูดคุยหัวเราะกันเป็นครั้งคราว ดูแล้วเรียบง่ายและอบอุ่นเหมือนกับคู่สามีภรรยาทั่วไป
เมื่อข้าวสุกแล้ว ซ่งชิงหลันใส่ผักกาดลงไปในหม้อ แต่เมื่อกำลังจะปิดฝา ก็ได้ยินเหมือนเสียงคนต่อสู้กันดังมาจากที่ลานบ้าน
นางตกใจ รีบมองไป๋เย่หานอย่างเป็นกังวล “เกิดอันใดขึ้น”
คิ้วของไป๋เย่หานขมวดแน่น จากนั้นก็จับมือซ่งชิงหลันไว้โดยไม่รู้ตัว และกล่าวอย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไร ข้าจะไปดู”
ทั้งสองคนเดินมาตรงประตูห้องครัวก็เห็นลูกธนูไฟแต่ละดอกถูกยิงลอยเข้ามาอย่างต่อเนื่องจากด้านนอกจวน
ในตอนนี้ซ่งชิงหนานและอู่เชียนเชียนทั้งสองคนกำลังอยู่บนหลังคา มือถือกระบี่วาดไปมา ฟันเหล่าลูกธนูไฟเหล่านั้นกลับไป
แต่ต่อให้พวกเขาทั้งสองคนจะมีวรยุทธ์สูงส่งเพียงใด กำลังก็ถือว่ายังน้อยอยู่ สุดท้ายก็มีลูกธนูไฟที่เล็ดลอดเข้ามาในจวน ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ตรงมุมหนึ่ง
ตอนนี้พ่อบ้านฝูที่ได้ยินเสียงอึกทึกก็รีบพาเหล่าคนรับใช้ในจวนมา เมื่อเห็นภาพนี้เขาก็ยังคงสงบสติ ออกคำสั่งคนรับใช้ด้านหลังตนโดยพลัน “เร็ว! รีบไปตักน้ำมาดับไฟเร็วเข้า!”
ซ่งชิงหลันเห็นเช่นนั้นก็รีบรุดหน้าไปช่วยเหลือ
หากแต่ไป๋เย่หานรั้งนางเอาไว้ทันที แล้วกล่าวเสียงทุ้มต่ำ “ไฟเล็ก ๆ ทางด้านนี้ไม่สำคัญอันใด อีกเดี๋ยวก็ดับลงแล้ว เจ้าไปข้างในเถิด”
กล่าวจบเขาก็เหาะขึ้นไปบนหลังคา เข้าร่วมช่วยซ่งชิงหนานและอู่เชียนเชียนตั้งรับธนูไฟ
ดวงตาไป๋เย่หานเย็นชาจนน่าขนลุก จากนั้นรวบรวมกำลังภายในมาที่กลางฝ่ามือสองข้าง และวาดออกไป พาธนูไฟทั้งหมดที่เข้ามาในจวนซุนพุ่งย้อนกลับไป
อู่เชียนเชียนมองพลังวิเศษของไป๋เย่หานที่มาโดยไม่ทันตั้งตัว ทันใดนั้นก็เผยใบหน้าชื่นชมทันที นางร้องตะโกนเสียงดัง “ท่านเก่งกาจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ!”
ซ่งชิงหนานเองก็ใช้สายตานับถือมองไปยังไป๋เย่หานเช่นกัน “ท่านพี่เขย! ในที่สุดท่านก็มา!”
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น” ไป๋เย่หานขมวดคิ้ว แววตาเย็นชามองไปยังมุมหนึ่งนอกประตูจวนซุน
“น่าจะมีคนลอบทำร้ายขอรับ” ซ่งชิงหนานกล่าวตอบเสียงลุ่มลึก
ในตอนนี้ คนที่ด้านนอกจวนซุนก็ตกใจเสียจนขวัญเสีย มองธนูไฟที่ปักอยู่รอบตนเอง ก็กระวนกระวายเสียจนรีบวางคันธนูในมือแล้วดับไฟ
จากนั้นเหล่าคนที่เป็นลูกน้องก็เอ่ยถามคนที่เป็นหัวหน้า “พี่ใหญ่ ดูท่าทางจะมียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่ในจวนซุน พวกเราทำอย่างไรดีขอรับ”
“ทำอย่างไรน่ะหรือ ยังจะทำอย่างไรได้อีก ในเมื่อได้เงินมาแล้ว ก็ต้องทำงานให้เสร็จ! พวกเจ้าฟังนะ! เพิ่มไฟเข้าไปอีก เพิ่มความเร็ว แล้วก็ยิ่งธนูต่อไป!”
เมื่อมองดูลูกธนูไฟชุดใหม่ที่ถูกยิงเข้ามา แววตาของไป๋เย่หานเย็นยะเยือก ออกคำสั่งด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “พวกเจ้าทั้งสองลงไปจัดการคนเหล่านั้น ข้าจะคอยอยู่ตรงนี้”
ไป๋เย่หานพูดไม่ผิด หากไม่จัดการพวกด้านล่าง เรื่องนี้ก็จะไม่จบไม่สิ้น ต่อให้พวกเขาจะเก่งกาจเพียงไหน ก็ไม่อาจป้องกันต่อไปได้
ดังนั้น ซ่งชิงหนานและอู่เชียนเชียนก็เหาะลงไป รีบมุ่งหน้าไปจัดการคนเหล่านั้นทันที
กลุ่มคนที่อยู่ด้านล่าง เมื่อเห็นซ่งชิงหนานและอู่เชียนเชียนพุ่งตัวเข้ามาก็ตกใจจนฉี่ราด
“พี่ใหญ่! พี่ใหญ่! ทำอย่างไรดีขอรับ พวกมันบุกมาแล้ว!”
“ไอ้เจ้าโง่! พวกมันมีเพียงสองคน! พวกเราเหล่าพี่น้องสิบกว่าคนจะกลัวพวกมันหรืออย่างไร ยิงธนูใส่พวกมันเสีย! เร็ว!”
ทันทีที่เขาออกคำสั่ง ทุกคนก็เปลี่ยนเป้าหมาย ดึงคันธนูเต็มกำลัง เล็งไปที่ซ่งชิงหนานและอู่เชียนเชียน
ซ่งชิงหนานโค้งมุมปากขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มเหยียดหยัน เขาใช้กระบี่งอในมือวาดเป็นวงสองสามครั้ง จากนั้นก็สะบัดแขนไปข้างหน้า กระบี่โค้งนั้นก็เหมือนมีตามองเห็น มันทะยานเข้าใส่เหล่าคนที่กำลังดึงคันธนู ฟันเข้าที่คอคนทุกคนล้มลงไปกับพื้นไม่เหลือรอดสักคน
คนที่อยู่ด้านหลังเห็นพี่น้องของตนล้มลงกับพื้น ยังไม่ทันได้หลับตาก็ตกใจเสียจนฉี่ราด และเลือกที่จะหนีไป!
เหลือไว้เพียงหัวหน้าผู้นั้น เมื่อเห็นพี่น้องที่ทิ้งตนไปก็โกรธเสียจนดวงตาแทบถลนออกมา ตะโกนเสียงดัง “พวกเจ้า ไอ้พวกคนโง่! เหตุใดจึงหนีไปเสียแล้ว…”
“ต่อให้เจ้าจะหนีตอนนี้ก็สายไปแล้ว!” น้ำเสียงหวานและเฉียบคมดังขึ้น ทันใดนั้นกระบี่ยาวคมเล่มหนึ่งจ่อไปที่คอของเขา
เขาหันหน้ามาอย่างสั่นสะท้าน มองใบหน้างดงามของอู่เชียนเชียนที่เผยรอยยิ้มใสซื่อบริสุทธิ์ ก็รู้สึกยิ่งหวาดกลัวกว่าเดิม จึงขอความเมตตา “ท่านหญิง ท่านอย่าสังหารฆ่าให้เสียคมกระบี่เลย ช่วยไว้ชีวิตข้าทีเถิด!”
อู่เชียนเชียนหัวเราะอย่างขบขัน และกล่าว “เรื่องนี้ข้าตัดสินใจไม่ได้หรอก!”
สุดท้ายซ่งชิงหนานก็กดจุดของเขา ให้เขาขยับไม่ได้ จากนั้นก็ลากเขากลับเข้าไปในจวนซุน