ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 351 ชายหนุ่มชุดขาว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 351 ชายหนุ่มชุดขาว
บทที่ 351 ชายหนุ่มชุดขาว
เสียงฆ้องดังขึ้น จากนั้นก็มีบริกรของร้านสามคนเดินเข้ามา แต่ละคนยกบะหมี่ที่ร้อนกรุ่นขนาดใหญ่ วางไว้ตรงหน้าของลูกค้าสามคนที่เข้าแข่งขันรอบสุดท้าย
อยู่ ๆ ในตอนนั้นเอง อู่เชียนเชียนก็จับมือของซ่งชิงหลันเอาไว้อย่างตื่นเต้น และกล่าว “พี่ชิงหลัน ท่านรีบดูเร็ว นั่นคือชายชุดขาวคนเมื่อครู่ไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันมองตามทิศทางที่นิ้วนางชี้ไป
ก็เห็นว่าในบรรดาผู้เข้าแข่งขันกินจุทั้งสามคน มีคนหนึ่งที่เป็นชายหนุ่มชุดขาวรูปงามอยู่จริง ๆ และเป็นชายที่ช่วยทวงความยุติธรรมให้คุณยายที่ขายถังหูลู่คนเมื่อครู่นี้
ซ่งชิงหลันอดยิ้มออกมาไม่ได้ “เฮ้อ เป็นเขาจริง ๆ ด้วย”
อู่เชียนเชียนหยอกล้อ “เมื่อครู่เขาเร่งรีบจากไป คงไม่ใช่เพราะจะมาร่วมแข่งกินบะหมี่แสนอร่อยของร้านเหม่ยเว่ยกวนหรอกหรือ”
นางคาดเดา ชายหนุ่มชุดขาวผู้นี้มาที่นี่เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกินบะหมี่เร็วจริง ๆ
การแข่งขันรอบก่อนหน้าของเขา ช่างยากนักกว่าจะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็จะเป็นคนสุดท้ายที่เข้าเส้นชัยอย่างมั่นใจให้จงได้
เจ้าของร้านเหม่ยเว่ยกวนให้สัญญาน “เริ่มได้!”
ผู้เข้าแข่งขันสามคนสุดท้ายหยิบตะเกียบทันที และเริ่มกินอย่างรวดเร็ว
ทุกคนมองดูท่าทางสูดเส้นบะหมี่ของพวกเขา จนรู้สึกร้อนแทน
อู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ อยู่ ๆ ก็เริ่มส่งเสียงให้กำลังใจชายชุดขาว “สู้ ๆ! สู้ ๆ! รีบกินเข้า! รีบกินอีกหน่อย! อีกไม่นานเจ้าก็จะชนะแล้ว เร็วอีกนิด…”
สุดท้ายหลังผ่านการแข่งขันที่ดุเดือด ชายหนุ่มชุดขาวก็เป็นคนแรกที่กินทั้งบะหมี่และน้ำแกงจนหมด!
เจ้าของร้านผู้นั้นเองก็ดูอย่างตื่นเต้นมาก หลังจากที่ชายหนุ่มชุดขาวดื่มน้ำแกงหยดสุดท้ายจนหมด เขาก็ตีฆ้องในทันที พร้อมทั้งประกาศเสียงดัง “ดี! ข้าขอประกาศ! ชายชุดขาวผู้นี้เป็นราชากินบะหมี่ที่เร็วที่สุดแห่งร้านเหม่ยเว่ยกวนของเรา!”
ทันใดนั้นในกลุ่มคนก็ส่งเสียงโห่ร้องให้กำลังใจ!
“ไอ้หยา! เก่งจริง ๆ!”
“นี่! ชายหนุ่มคนนี้ดูแล้วสำอางนัก คิดไม่ถึงว่าจะเก่งกาจเพียงนี้!”
“นั่นน่ะสิ คนอ้วนสองคนข้าง ๆ นั้น ดูแล้วกินเก่งเหลือเกิน แต่กลับแพ้ให้ชายผอมเพรียว ช่างเหลือเชื่อจริง ๆ! ข้าต้องกลับบ้านไปพูดคุยกับเมียข้าเสียหน่อย นางต้องตกตะลึงเป็นแน่!”
“แต่ข้าว่านะ กินบะหมี่ให้เร็ว ความอ้วนอาจจะไม่เป็นประโยชน์ เจ้าคิดดูสิ บะหมี่นั้นร้อนเพียงนั้น คงต้องมีวรยุทธ์เสียหน่อยจึงจะทำได้!”
“อืม จริงด้วย ไม่แน่ว่าชายหนุ่มผู้นี้จะไม่ธรรมดา”
“ช่างเถิด เลิกคุยเรื่องชายผู้นี้ได้แล้ว ดูการแข่งมาตลอดเช้าแล้ว ตอนนี้หิวพอดี รีบเข้าไปกินอาหารกันเสียหน่อยดีกว่า”
“ใช่ ๆ ๆ! พวกเราเข้าไปกัน กินไปคุยไป…”
……
เจ้าของร้านเหม่ยเว่ยกวนเห็นเหล่าลูกค้าเดินเข้ามาในภัตตาคารทีละคน ในใจก็ปลาบปลื้มอย่างที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว เขาเสียอาหารโต๊ะหนึ่ง แต่กลับได้ชื่อเสียงอย่างมาก อีกทั้งยังดึงดูดลูกค้าได้มากกว่าเดิม นี่ถือว่าคุ้มค่าจริง ๆ!
ดังนั้น เจ้าของร้านมองชายหนุ่มชุดขาวด้วยรอยยิ้ม และกล่าว “คุณชาย ภัตตาคารของเราได้เตรียมอาหารเครื่องดื่มมากมายไว้ให้ท่านที่ห้องส่วนตัวบนชั้นสองแล้ว ตอนนี้ท่านสามารถขึ้นไปเพลิดเพลินกับมันได้เลยขอรับ”
ในตอนนั้น อู่เชียนเชียนก็เดินมาตรงหน้าชายหนุ่มชุดขาว มองเขาด้วยใบหน้าตื่นเต้น “คิดไม่ถึงว่าเจ้านั้นไม่เพียงแต่มีวรยุทธ์เก่งกาจ ที่แท้เรื่องกินอาหารก็เก่งกาจไม่แพ้กัน!”
“เอ๋ ท่านเป็นผู้ใดหรือ” ชายหนุ่มชุดขาวหันหน้ามามองอู่เชียนเชียน จากนั้นก็เผยรอยยิ้มที่ตกใจและยินดี และกล่าว “บังเอิญเหลือเกิน! พวกท่านคือ…”
กล่าวจบ เขามองพวกซ่งชิงหลันที่อยู่ด้านหลังอู่เชียนเชียน
“อ้อ พวกเขาเป็นเพื่อนของข้า พวกเรามากินอาหารที่นี่ คิดไม่ถึงว่าจะได้พบเจ้าอีกครั้ง ภายในวันเดียวนี้ พวกเราได้พบกันสองครั้งแล้ว ช่างมีชะตาต้องกันจริง ๆ!”
เพื่อนหรือ…
ฉูซื่อโม่วที่อยู่ด้านหลังได้ยินคำนี้ สีหน้าก็บึ้งตึงลงทันที
เห็น ๆ อยู่ว่าเขาเป็นว่าที่สามีของนาง เหตุใดตอนนี้จึงลดขั้นเป็นเพื่อนเสียแล้วเล่า
จะต้องเป็นเพราะชายที่หน้าตาหล่อเหลาตรงหน้านี้เป็นแน่!
คิดเช่นนี้ ฉูซื่อโม่วก็อดไม่ได้ที่จะแสลงใจขึ้นมาเล็กน้อย
“จริงสิ! พวกเรามีชะตาต้องกันเกินไปแล้ว!” ชายหนุ่มชุดขาวผู้นั้นเรียกได้ว่าเข้าขากับอู่เชียนเชียนอย่างง่ายดาย เสียดายที่พวกเขาเจอกันช้าไป
หลังจากนั้น ในหัวของเขาก็ปรากฏประกายแวบหนึ่ง หันไปมองเจ้าของร้านที่อยู่ข้างกาย และเอ่ยถาม “เจ้าของร้าน อาหารโต๊ะนั้นข้ากินคนเดียวคงไม่หมด พาเพื่อนของข้าไปชิมอาหารด้วยได้หรือไม่”
“ย่อมได้อยู่แล้ว!”
ชายหนุ่มชุดขาวมองไปทางพวกอู่เชียนเชียนทันที และเอ่ยถาม “ไม่รู้ว่าพวกท่านยินดีจะมากินข้าวกับข้าหรือไม่”
ซ่งชิงหลันดูออกตั้งแต่แรกถึงความผิดแปลกของฉูซื่อโม่ว จึงได้เอ่ยปากปฏิเสธอย่างมีมารยาท “คงไม่ดีกระมัง จะรบกวนเจ้าหรือไม่…”
“รบกวนเสียที่ไหนกัน!” ยังไม่รอให้ซ่งชิงหลันกล่าวจบ อู่เชียนเชียนก็กล่าวขัดจังหวะนาง จากนั้นก็พูดต่อ “จะกินข้าวก็ต้องมีคนเยอะหน่อยจึงจะอร่อย! ไปกันเถิดเจ้าค่ะ เราขึ้นไปด้วยกัน”
กล่าวจบนางก็มองไปยังชายหนุ่มชุดขาวที่อยู่ข้าง ๆ
เจ้าของร้านเองก็เป็นคนฉลาด เดินนำทางขึ้นไปทันที “ลูกค้าทุกท่าน เชิญทางด้านนี้ขอรับ”
เพียงซ่งชิงหลันเข้าไปในภัตตาคาร ก็กวาดตามองรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว
การตกแต่งของภัตตาคารนี้เรียบหรู บริกรก็ทำงานอย่างกระตือรือร้นและคล่องแคล่ว เพียงเข้ามาก็มอบความประทับใจแรกให้คนได้ไม่เลว
ซ่งชิงหลันพยักหน้าอย่างครุ่นคิด เพิ่มคะแนนให้ร้านเหม่ยเว่ยกวนอย่างเงียบ ๆ ในใจ
สุดท้าย เจ้าของร้านก็พาพวกเขามาถึงห้องส่วนตัวที่ชั้นสอง
ห้องส่วนตัวที่ชั้นสองนี้ตกแต่งได้อย่างงดงามหรูหรา ทั้งยังมีการจุดธูปหนิงเสินที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ให้คนรู้สึกสบายตัวและผ่อนคลาย
แต่ห้องส่วนตัวนี้แยกกันเป็นห้อง ๆ ส่วนที่ไม่เหมือนกับโถงใหญ่ก็คือจำนวนโต๊ะที่จัดวางอยู่ที่นี่น้อยกว่ามาก ระยะห่างระหว่างโต๊ะสองโต๊ะเท่ากันพอดี ให้ความครึกครื้นแต่ก็มีระยะห่างที่แยกจากกัน ก็ทำให้สบายใจเช่นกัน
ทุกอย่างในภัตตาคารนี้ สะท้อนให้เห็นเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่บริหารใช้ความคิดกับมันไปมาก ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะมองเจ้าของร้านครู่หนึ่ง ในใจลอบกล่าว ‘คนเราตัดสินจากภายนอกไม่ได้จริง ๆ’
เจ้าของร้านเรียกพวกเขาไปนั่งที่อย่างกระตือรือร้น บริกรเองก็ยกน้ำชาให้อย่างทันท่วงที
ชายหนุ่มชุดขาวเห็นว่าบนโต๊ะตัวใหญ่เต็มไปด้วยอาหารจานผักและเนื้อที่ดูน่าอร่อย ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย “ไอ้หยา อาหารเหล่านี้ดูแล้วน่ากินมากทีเดียว”
เจ้าของร้านแนะนำขึ้นมาทันที “คุณชายขอรับ ของเหล่านี้ล้วนเป็นอาหารจานเด็ดของภัตตาคารเรา มีแกงเต้าหู้หัวปลา ไก่ต้มสับ ปลาทอดเปรี้ยวหวาน หมูผัดหน่อไม้ กุ้งผัดใบชา หมูนึ่งข้าวคั่ว ผัดสามเซียน มันปูหูฉลาม ทั้งยังมีของหวานอย่างขนมอบพุทราจีนที่อร่อยมากขอรับ”
ชายหนุ่มชุดขาวพยักหน้า “เอาเถิด ท่านเจ้าของร้าน ท่านทำธุระของท่านต่อเถิด เดี๋ยวพวกเรากินกันเองขอรับ”
“ได้! หากลูกค้าทุกท่านต้องการสิ่งใด ให้เรียกใช้ได้ขอรับ”
กล่าวจบ เจ้าของร้านก็หมุนตัวลงชั้นล่างไป
เมื่อเห็นเจ้าของร้านจากไปแล้ว ซ่งชิงหลันก็เป็นคนแรกที่เอ่ยถามคำถามที่ทุกคนล้วนอยากรู้ นางมองชายหนุ่มชุดขาวแล้วเอ่ยถาม “จริงสิ น้องชาย เรายังไม่รู้เลยว่าควรเรียกเจ้าอย่างไร”