ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 352 ไม่เหมาะกันเลยแม้แต่น้อย
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 352 ไม่เหมาะกันเลยแม้แต่น้อย
บทที่ 352 ไม่เหมาะกันเลยแม้แต่น้อย
เด็กหนุ่มชุดขาวหัวเราะเบา ๆ กล่าวตอบ “ข้าชื่อกู่ต้าหู่ ดูแล้วพวกท่านล้วนน่าจะอายุมากกว่าข้าเล็กน้อย พวกท่านเรียกข้าว่าต้าหู่ก็ได้ขอรับ”
“ต้า… ต้าหู่[1]*หรือ ฮ่า ๆ ๆ ๆ…” อู่เชียนเชียนอดไม่ได้จึงหัวเราะออกมา โชคดีที่นางยังไม่ทันได้กินอาหาร ไม่อย่างนั้นอาจจะพ่นใส่หน้าทุกคนเสียแล้ว
นางหัวเราะออกมาโดยไม่ทันคิด มองกู่ต้าหู่อย่างไม่อยากเชื่อแล้วกล่าว “เจ้าดูสำอางราวกับสตรีเช่นนี้ เหตุใดบิดาเจ้าจึงตั้งชื่อดุดันให้เจ้าเพียงนี้เล่า ไม่เหมาะกับเจ้าเลยแม้แต่น้อย”
กู่ต้าหู่หน้าแดงเล็กน้อย “ชื่อนั้นเป็นสิ่งที่เอาไว้เรียกเท่านั้น ข้าคิดว่าอย่างไรก็ได้ ไม่สำคัญขอรับ”
“อืม ต้าหู่ ความคิดของเจ้านั้นไม่เลวเลย” ซ่งชิงหลันพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าชื่อซ่งชิงหลัน ดูอายุของเจ้าน่าจะพอ ๆ กับน้องห้าของข้า ต่อไปเจ้าเรียกข้าว่าพี่ชิงหลันเถิด คนผู้นี้คือสามีข้า ไป๋เย่หาน”
กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็ยื่นมือชี้ไปที่ไป๋เย่หานข้างกาย
เดิมทีไป๋เย่หานแสดงสีหน้าเย็นชาเพราะไม่อยากให้ผู้ใดเข้าใกล้ แต่เพียงได้ยินว่าซ่งชิงหลันแนะนำตนเองเช่นนั้นก็มีความสุขในทันใด เขาทำสีหน้าเป็นมิตรกับกู่ต้าหู่อย่างหาได้ยาก
หากแต่แววตาของเขาที่มองซ่งชิงหลันนั้นราวกับเปลวเพลิง ในดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ในสายตานั้นราวกับกำลังบอกว่า ‘พระชายา เจ้าพูดเช่นนี้ ข้าชอบยิ่งนัก’
ที่แท้คำว่าสามีที่ดูธรรมดา ๆ กลับทำให้เขาพึงพอใจได้เพียงนี้
ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา และเลิกคิ้วให้เขา จากนั้นก็ใช้สายตาตอบกลับ ‘ท่านนี่ช่างไม่โตเสียเลย’
อู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ กลับไม่มีเวลามาสนใจการเกี้ยวพานของทั้งคู่
นางกล่าวกับกู่ต้าหู่โดยตรง “ข้าชื่ออู่เชียนเชียน บ้านข้าเปิดโรงฝึกยุทธ์อยู่ที่เมืองหลวง ต้าหู่ ดูแล้ววรยุทธ์ของเจ้าไม่เลวเลยไม่รู้ว่าเรียนจากอาจารย์ที่ใดหรือ”
“เอ๋… ข้าหรือ ข้าเพียงแค่เรียนกับท่านพ่อ ไม่มีอาจารย์หรอกขอรับ”
“เช่นนี้นี่เอง เช่นนั้นพ่อเจ้าก็เก่งกาจยิ่งนัก เป็นคนมีชื่อในยุทธภพด้วยใช่หรือไม่ อืม คนแซ่กู่ในยุทธภพนี้ ข้าขอคิดดูก่อน…”
“เอ๋ จริงสิ พี่ชายท่านนี้ชื่ออันใดหรือ” ไม่รอให้อู่เชียนเชียนคิดออก กู่ต้าหู่ก็เอ่ยปากขัดจังหวะนางและมองไปทางฉูซื่อโม่ว
อู่เชียนเชียนยิ้ม และกล่าวตอบ “อ้อ เขาหรือ เขาชื่อฉูซื่อโม่ว”
“ฉูซื่อโม่ว ใช่ ฉูซื่อโม่วผู้ที่เป็นจิตรกรเลื่องชื่อท่านนั้นหรือไม่” กู่ต้าหู่มองฉูซื่อโม่วด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ราวกับได้พบคนที่ชื่นชอบ
อู่เชียนเชียนสงสัยกับการตอบสนองนี้ของเขาอย่างมาก “เจ้าเองก็รู้จักฉูซื่อโม่วด้วยหรือ”
“ใช่น่ะสิ! ข้าเคยเห็นภาพวาดของท่านพี่ฉูมาก่อน ช่างโดดเด่นเหนือผู้ใดจริง ๆ คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้พบตัวจริง ดูท่าข้าออกมาผจญภัยในครั้งนี้ ถือว่าคุ้มค่ายิ่งนัก!”
ซ่งชิงหลันสัมผัสได้ถึงจุดสำคัญ “เจ้าเคยเห็นภาพวาดของซื่อโม่วหรือ”
ภาพวาดของฉูซื่อโม่วนั้นมีราคาสูงเกินจินตนาคาร คนที่สามารถซื้อภาพของเขาได้ เช่นนั้นจะต้องร่ำรวยเป็นอย่างมาก
กู่ต้าหู่หัวเราะออกมาทันที และกล่าว “ข้า… ข้าเคยเห็นภาพที่บ้านของสหายคนหนึ่งน่ะขอรับ”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วเล็กน้อย ยังคงสงสัยอยู่
อยู่ ๆ ฉูซื่อโม่วที่เงียบไม่พูดอันใดมาโดยตลอดก็โพล่งออกมาอย่างไม่มีที่มาที่ไป “ข้ายังเป็นคู่หมั้นของเชียนเชียนอีกด้วย”
เห็นท่าทางจริงจังเพียงนั้นของเขา บรรยากาศน่าอึดอัดนั้นก็แผ่ไปทั่วในทันที
แต่กู่ต้าหู่ชะงักงันไปทันที “เอ๋ พวกท่านเป็นคู่รักกันหรือ”
กล่าวจบเขาก็มองฉูซื่อโม่ว จากนั้นก็มองอู่เชียนเชียน ดูเหมือนยากเย็นนักที่จะเข้าใจเรื่องนี้
ในความเข้าใจของเขา จิตรกรอัจฉริยะอย่างฉูซื่อโม่ว ควรจะชอบหญิงสาวอ่อนหวานที่ทั้งอ่อนโยน เพียบพร้อม จิตใจดี มีน้ำใจ คิดไม่ถึงว่าจะมาชอบอู่เชียนเชียนที่เป็นผู้หญิงสบาย ๆ มีชีวิตชีวาและสดใสเช่นนี้
ฉูซื่อโม่วเลิกคิ้ว มองกู่ต้าหู่ “เหตุใดหรือ ดูเหมือนเจ้าจะมีท่าทางผิดหวังมากนะ”
ขณะเดียวกันนั้น เขาก็ลอบพึมพำในใจ ‘เฮอะ! ข้าเดาไม่ผิดจริง ๆ เจ้าเด็กบ้านี่ชอบเชียนเชียนของเขาสินะ’
กู่ต้าหู่ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน และกล่าวตอบ “ไม่ใช่ขอรับ ๆ ข้าเพียงแค่…”
อู่เชียนเชียนที่ทนดูไม่ได้ กล่าวกับฉูซื่อโม่ว “ซื่อโม่ว วันนี้เจ้าเป็นอันใดไป เหตุใดต้องเสียมารยาทเช่นนี้ด้วย”
“ข้าเปล่าเสียหน่อย” ฉูซื่อโม่วพึมพำกับตนเอง
ซ่งชิงหลันที่อยู่ข้าง ๆ มองทั้งสองเถียงกัน ก็อดไม่ได้ที่จะแอบยิ้ม
ไป๋เย่หานขยับเข้าไปใกล้ ๆ หูนางแล้วถามเบา ๆ “เจ้ายิ้มด้วยเหตุใดหรือ”
“ซื่อโม่วหึงแล้ว ท่านไม่คิดว่ามันน่าตลกมากหรืออย่างไร”
ไป๋เย่หานเงยหน้าขึ้นมอง มองท่าทางฉูซื่อโม่วที่อึกอักพูดอันใดไม่ออกนั้นช่างดูเจ็บปวดอย่างมาก
หากแต่เขากลับไม่เป็นเช่นนี้ สิ่งที่ควรพูดก็ควรพูดออกมาให้เข้าใจ
เห็นพวกเขายังคงถกเถียงกันไม่จบสิ้น ไป๋เย่หานก็ขมวดคิ้ว และในที่สุดก็อดไม่ได้จึงเอ่ยออกมา “อาหารจะเย็นชืดแล้ว”
เพียงกล่าวเช่นนั้น บนโต๊ะอาหารก็เข้าสู่บรรยากาศกระอักกระอ่วน
เป็นเพราะไป๋เย่หานดูวางมาดขรึมเกินไป อีกทั้งรัศมีรอบ ๆ ตัวก็น่าเกรงขามอย่างมาก พวกอู่เชียนเชียนทั้งสามคนล้วนหยุดชะงัก ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก็เป็นซ่งชิงหลันที่ออกหน้าทำให้เรื่องจบด้วยดี
นางหัวเราะ “จริงสิ อาหารนี้ต้องกินตอนยังร้อน ๆ จึงจะอร่อย พวกเรารีบกินเถิด”
“โธ่… ก็ได้ ๆ ๆ…”
ดังนั้นทุกคนก็เริ่มขยับตะเกียบ
กู่ต้าหู่คีบอาหารคำหนึ่งชิม ยังไม่ทันกินหมดคำหนึ่งก็เอ่ยชมไม่ขาดปาก “อืม… อร่อย! อร่อยเหลือเกิน! นี่มันอร่อยเกินไปแล้ว!”
อู่เชียนเชียนมองเขาที่กินอย่างตะกละตะกลาม ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “อาหารที่นี่ไม่เลวเลยจริง ๆ แต่ก็ยังไม่ถือว่าน่าพึงพอใจ เจ้าไม่เคยกินของอร่อยหรืออย่างไร ข้าจะบอกเจ้าให้ อาหารที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายอร่อยกว่าที่นี่ตั้งเยอะ!”
ในตอนนั้นก็มีเสียงของท่านลุงคนหนึ่งดังมาจากโต๊ะข้าง ๆ “แม่นาง ที่แท้เราก็เป็นคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน! เดือนก่อนข้าไปที่เมืองหลวงมาครั้งหนึ่ง โชคดีได้ลองชิมอาหารของภัตตาคารอวิ๋นหลาย รสชาติเช่นนั้น หากนึกย้อนกลับไปยังไม่หนำใจเลยจริง ๆ!”
กล่าวจบ ท่านลุงผู้นั้นก็กลืนน้ำลาย
กู่ต้าหู่เบิกตากว้าง กล่าวด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ “จริงหรือขอรับ อาหารที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายนี่อร่อยเพียงนั้นจริง ๆ หรือ”
“แน่นอนสิ!” ท่านลุงผู้นั้นยังคงกล่าวชมต่อ “นายน้อย เจ้าคงไม่รู้สินะ คนเรามีคำพูดหนึ่งที่พูดกัน อาหารที่อร่อยที่สุดต้องดูที่เมืองหลวง อาหารที่อร่อยที่สุดที่เมืองหลวงต้องดูที่อวิ๋นหลาย!”
“เช่นนั้นเองหรือ…” กู่ต้าหู่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด กล่าวอย่างเงียบ ๆ “ดูท่า ข้าเองก็ต้องไปลองชิมที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายแห่งเมืองหลวงเสียแล้ว”
อู่เชียนเชียนแปลกใจขึ้นมา “ต้าหู่ เจ้าเป็นคนที่ใดหรือ เหตุใดถึงไม่รู้จักแม้แต่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย”
“เอ๋ ข้า… ข้า…” อยู่ ๆ กู่ต้าหู่ก็หน้าแดง กล่าวอย่างประหม่าเล็กน้อย “บ้านเกิดของข้าอยู่ห่างจากเมืองหลวงมากนัก ดังนั้นจึงไม่รู้เรื่องในเมืองหลวงน่ะขอรับ”
แววตาของอู่เชียนเชียนแสดงความสงสารออกมาทันที “เจ้าน่าสงสารเกินไปแล้วกระมัง อาหารอร่อยนั้น เอาไว้คราวหลังเจ้าไปที่เมืองหลวง ข้าจะพาเจ้าไปกินของอร่อย ๆ ที่ร้านพี่ชิงหลันเอง!”
[1] ต้าหู่ หมายถึง เสือตัวใหญ่