ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 355 อยากจะเอาไปทุกอย่าง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 355 อยากจะเอาไปทุกอย่าง
บทที่ 355 อยากจะเอาไปทุกอย่าง
ซ่งชิงหลันยิ้มออกมา “เดิมทีข้าอยากจะมาคุยบางเรื่องกับเจ้า แต่เห็นเจ้ากับชุนหน่วนยุ่งอยู่ จึงไม่อยากจะรบกวน”
ซุนอิงหนิงรีบกวักมือเรียกซ่งชิงหลัน “ท่านพี่ชิงหลัน ท่านรีบเข้ามาเถิด เราเองเก็บของกันใกล้เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”
นางพูดไปพลางดันของที่ขวางทางเดินไปอีกด้าน เพื่อเปิดทางให้ซ่งชิงหลัน
ซ่งชิงหลันเดินเข้าไปในห้องหญิงสาว มองสิ่งของห่อใหญ่ห่อเล็กที่ถูกจัดเก็บก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “คิดไม่ถึงว่าของที่เก็บแล้วจะมากเพียงนี้”
“นั่นสิเจ้าคะ พอเก็บของแล้วก็อยากจะเอาไปด้วยเสียทุกชิ้น” อยู่ ๆ ซุนอิงหนิงก็ทอดถอนใจ “แต่ก็มีของบางสิ่งที่เอาไปไม่ได้”
กล่าวจบ นางก็มองรอบ ๆ ห้องอย่างอาลัยอาวรณ์ อย่างไรที่นี่ก็เป็นที่ที่นางใช้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กจนโต ไปที่ใดก็เต็มไปด้วยภาพความทรงจำอันสวยงามของทั้งครอบครัว อยู่ ๆ ต้องจากไปเช่นนี้ ช่างรู้สึกเศร้าจริง ๆ
ซ่งชิงหลันรู้ว่านางจะต้องคิดถึงครอบครัวขึ้นมาอีกเป็นแน่ จึงเอ่ยปากปลอบ “อิงหนิง คนเราอยู่บนโลกก็เพื่อใช้ชีวิตแต่ละวันให้ดี เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ไม่แน่ว่าภาพข้างหน้าจะยิ่งสวยงามกว่าก็ได้”
ในที่สุดซุนอิงหนิงก็ยิ้มออก “พี่ชิงหลัน ขอบคุณที่ปลอบข้าเจ้าค่ะ”
กล่าวจบ นางก็นึกบางอย่างออก “จริงสิ เมื่อครู่ท่านบอกว่ามาหาข้าเพราะมีเรื่องจะคุย เรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”
“อ๋อ คืออย่างนี้ ข้าได้ยินท่านพ่อบ้านฝูกล่าวว่าที่นี่มีเทศกาลลอยโคมไฟ ข้าคิดว่ามันฟังดูแปลกใหม่อย่างมาก ทั้งยังคิดมาดีแล้ว เช่นนั้นเรารอให้ผ่านเทศกาลนี้ไปก่อนแล้วค่อยกลับเมืองหลวงดีหรือไม่”
“นั่น… คือว่า…” ซุนอิงหนิงขมวดคิ้วอย่างลำบากใจ กล่าว “พี่ชิงตงบอกแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ ว่าให้เรากลับไปในอีกสองวัน”
“แหม ชิงตงนั้นคุยไม่ยากหรอก เรือสินค้าของเขามีมากเพียงนั้น ลำนี้ผ่านไป เดี๋ยวก็มีลำใหม่ผ่านมา ถ้าหากเจ้าตกลง ข้าก็จะเขียนจดหมายบอกเขา เท่านั้นก็เป็นอันว่าใช้ได้”
“เช่นนั้นก็จะดีมากเจ้าค่ะ!” ชุนหน่วนที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยิน ก็อดไม่ได้ที่จะปรบมืออย่างมีความสุข มองซุนอิงหนิงด้วยใบหน้าตื่นเต้น “คุณหนู ท่านชอบเทศกาลลอยโคมที่สุดเลยไม่ใช่หรือเจ้าคะ ข้ายังคิดว่าปีนี้พวกเราจะไม่ได้เข้าร่วมจึงเสียใจอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนี้ดีนัก อีกเดี๋ยวข้าจะออกไปซื้อกระดาษสีกลับมา เรามาทำโคมลอยด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่ต้องหรอก” ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วขัดจังหวะนาง “เมื่อครู่ข้าให้ท่านพ่อบ้านฝูออกไปซื้อแล้ว อีกเดี๋ยวก็คงจะกลับมาแล้วล่ะ”
ชุนหน่วนมีความสุขมากเมื่อฟังจบ นางยกนิ้วโป้งให้ซ่งชิงหลัน ก่อนกล่าว “แม่นางซ่ง ท่านช่างคิดได้รอบคอบจริง ๆ เจ้าค่ะ!”
ซุนอิงหนิงอดจะตาแดงขึ้นมาไม่ได้ นางมองซ่งชิงหลันอย่างซาบซึ้ง “พี่ชิงหลัน ขอบคุณท่านมาก…”
นางรู้ดีว่า ถึงแม้ปากของซ่งชิงหลันจะบอกว่าอยากสัมผัสกับเทศกาลลอยโคม แต่ส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจอยู่ต่อก็เพื่อนาง
ชีวิตหนึ่งได้พบเพื่อนเช่นนี้ ซุนอิงหนิงช่างโชคดีเกินไปแล้วจริง ๆ
“ดูเจ้าสิ ยังดี ๆ กันอยู่ เหตุใดจึงตาแดงอีกแล้วเล่า” ซ่งชิงหลันหัวเราะออกมา ช่วยเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของนางเบา ๆ ราวกับพี่ใหญ่ที่อ่อนโยน กล่าวต่อ “ไปกัน พวกเราไปที่เรือนด้านหน้า ดูว่าท่านพ่อบ้านฝูกลับมาจากไปซื้อกระดาษสีหรือยัง ข้าขอบอกไว้ก่อนนะ ข้าทำโคมลอยไม่เป็น พวกเจ้าต้องช่วยทำให้ข้าอีกสักสองสามอัน ข้าต้องขอพรให้เฉินเฉินกับเยว่เยว่ด้วย”
ชุนหน่วนยิ้มคิกคักแล้วกล่าว “แม่นางซ่ง ท่านวางใจเถิดเจ้าค่ะ คุณหนูของข้าคล่องแคล่วนัก นางทำโคมลอยได้เก่งที่สุด!”
ซุนอิงหนิงมองนางแวบหนึ่ง “ชุนหน่วน เจ้าอย่าพูดไร้สาระ ข้าเก่งเพียงนั้นเสียที่ไหน”
“โคมลอยที่คุณหนูทำช่างงดงามนัก ข้าไม่ได้พูดไร้สาระนะเจ้าคะ ในเทศกาลลอยโคมของทุกปี โคมลอยที่คุณหนูลอยสวยที่สุดเลยเจ้าค่ะ!”
“เอาเถิด เราไม่ต้องพูดมาก รีบไปดูที่เรือนด้านหน้ากันเถิด” กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็ลากซุนอิงหนิงไปที่เรือนด้านหน้า
ทั้งสองคนเดินไปพลางพูดคุย ยามเมื่อมาถึงที่หมาย ก็ต้องตกใจกับภาพด้านหน้าที่เห็น
ที่แท้ พ่อบ้านฝูซื้อกระดาษสีกลับมาตั้งนานแล้ว
ในตอนนี้ไป๋เย่หาน ซ่งชิงหนาน อู่เชียนเชียน และฉูซื่อโม่ว ทั้งสี่คนกำลังทำโคมลอยอย่างตั้งอกตั้งใจและจริงจัง
ซุนอิงหนิงส่งยิ้มให้ซ่งชิงหลัน จากนั้นก็กล่าวหยอกเย้า “พี่ชิงหลัน ดูท่าข้าคงไม่ต้องออกแรงทำโคมลอยให้ท่านแล้วล่ะ ท่านอ๋องทำให้ท่านแล้วเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันยิ้มหวาน ในใจเองก็รู้สึกหวานชื่นไม่ต่างกัน
ครั้งก่อนก็ทำว่าวกระดาษให้กับมือ มาครั้งนี้ก็ทำโคมลอยให้กับมือด้วย
ความจริงหากพิจารณาดี ๆ เพื่อนางแล้ว ไป๋เย่หานนั้นยอมทำเรื่องมากมาย นางเองล้วนสังเกตเห็นและจดจำไว้ในใจ
การเคลื่อนไหวของหญิงทั้งสองที่ประตูดึงดูดความสนใจของอู่เชียนเชียน
นางเงยหน้าขึ้นมาและกล่าวกับทั้งสองคน “พี่ชิงหลัน อิงหนิง เหตุใดพวกท่านจึงเพิ่งมาเล่า พวกข้ารอพวกท่านมาครู่ใหญ่แล้ว รีบมาเร็วเข้า ๆ โคมลอยของข้าทำออกมาได้ไม่ดีเลย อิงหนิง เจ้ารีบมาดูให้ข้าหน่อยเถิด”
“ได้ ๆ ๆ ข้าจะดูให้ท่านเอง” ซุนอิงหนิงเดินหน้าไปทันที
นางหยิบเอาโคมลอยที่ดูไม่เป็นชิ้นเป็นอันซึ่งมีอู่เชียนเชียนเป็นเจ้าของขึ้น อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “เชียนเชียน นี่ท่านทำอันใดกัน ท่านควรจะทำเช่นนี้… เช่นนี้… แล้วก็เช่นนี้…”
ซุนอิงหนิงพูดพลางสาธิตให้ดู
แววตาของอู่เชียนเชียนจ้องมองโดยไม่ขยับ แม้สายตาจะจดจำได้ ทว่าพอเป็นมือกลับทำไม่ได้เสียอย่างนั้น โคมลอยของนางจึงออกมาหน้าตาแปลกประหลาดอีกครั้ง
สุดท้ายเชียนเชียนก็ทนไม่ไหว นางยอมแพ้และกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจ “กระดาษไม่กี่แผ่นนี้ช่างทรมานกันนัก เหตุใดจึงยากเสียยิ่งกว่าเพลงดาบอีก ช่างเถิด ข้าไม่ทำแล้ว มันไม่เหมาะกับข้าจริง ๆ”
กล่าวจบนางก็เหยียดตัวทันที ก่อนจะพิงหลังลงบนเก้าอี้
ฉูซื่อโม่วที่อยู่ข้าง ๆ เป็นผู้รับช่วงต่อความเละเทะของนาง เขาหยิบเอาโคมลอยที่ยังไม่เสร็จของเชียนเชียนมาดู กล่าวพร้อมใบหน้าอ่อนโยน “เอาเถิด เจ้าไม่ต้องลงมือแล้ว ข้าจะทำให้เจ้าเอง”
หลังจากกล่าวจบ นิ้วเรียวก็พลิกไปมา หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง…
ใช้เวลาเพียงไม่นาน โคมลอยรูปดอกบัวก็ออกมาเสร็จสมบูรณ์
อู่เชียนเชียนหยิบมาดูด้วยใบหน้าตกใจและยินดี มองดูด้านซ้ายด้านขวาอย่างตั้งใจ ชื่นชอบเป็นอย่างมาก
นางมองฉูซื่อโม่วอย่างดีใจ กล่าวชื่นชม “ซื่อโม่ว! เจ้าจะเก่งกาจไปแล้วกระมัง! ข้านึกว่าเจ้าทำได้เพียงวาดรูป คิดไม่ถึงว่าโคมลอยก็ยังทำได้ดีอีกด้วย!”
ฉูซื่อโม่วยิ้มออกมาอย่างเขินอาย “เจ้าชอบก็ดีแล้ว”
“ชอบสิ ชอบ ข้าต้องชอบอยู่แล้ว! เจ้าทำสองสามแบบที่ไม่เหมือนกันให้ข้าอีกได้หรือไม่ ข้าจะลอยโคมไฟเพิ่มอีกหน่อย”
“ได้ เอาตามเจ้าว่าเลย” เพียงฉูซื่อโม่วได้ยิน ก็เริ่มลงมือตัดกระดาษทันที
ซ่งชิงหลันนั่งลงข้างกายไป๋เย่หาน หยิบเอาโคมลอยอันหนึ่งที่เขาเพิ่งทำเสร็จขึ้นมา กล่าวด้วยใบหน้าที่ยากจะจินตนาการ “ไป๋เย่หาน นี่ท่านเป็นคนทำหรือ”