ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 356 ท่านแม่ทัพมอบให้ท่านหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 356 ท่านแม่ทัพมอบให้ท่านหรือ
บทที่ 356 ท่านแม่ทัพมอบให้ท่านหรือ
ไป๋เย่หานไม่ได้หยุดมือที่กำลังเคลื่อนไหว หาจังหวะเปิดเปลือกตาขึ้นมองนางแวบหนึ่ง กล่าวตอบอย่างจริงจัง “ไม่อย่างนั้นจะเป็นผู้ใดเล่า”
ซ่งชิงหลันยิ้มด้วยใบหน้าไม่อยากเชื่อ หยิบเอาโคมไฟลอยรูปเรือลำเล็กที่เขาทำเสร็จแล้วมาดูอย่างละเอียด ท่าทางชื่นชอบเป็นอย่างมาก และอดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูดออกมา “ทำออกมาสวยจริง ๆ นะ คิดไม่ถึงว่าท่านอ๋องของเราจะเก่งกาจเพียงนี้”
ไป๋เย่หานเผยสีหน้าเขินอายเล็กน้อย เขาเม้มปาก และไม่ได้กล่าวอันใดต่อ
พ่อบ้านฝูที่อยู่ข้าง ๆ รีบกล่าวเสริม “แม่นางซ่ง โคมไฟลอยนี้อาจจะดูเรียบง่าย แต่ทำแล้วต้องใช้ความคิดอย่างหนักเลยขอรับ หานอ๋องนั้นเก่งกาจจริง ๆ ข้าทำเป็นตัวอย่างให้ดูเพียงสองครั้ง ครู่เดียวท่านอ๋องก็ทำเป็นแล้ว”
“เก่งเพียงนั้นเชียว! เช่นนั้นท่านพ่อบ้านฝูเจ้าคะ รบกวนท่านช่วยสอนท่านอ๋องทำโคมไฟอีกสองสามแบบได้หรือไม่ เอาแบบที่ทำยากกว่านี้” กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็เผยรอยยิ้มซุกซนบนใบหน้า
เห็นได้ชัดว่านางกำลังแกล้งไป๋เย่หานอยู่
พ่อบ้านฝูเองก็รู้ทัน สีหน้าชายชราดูลำบากใจ มองไป๋เย่หานแวบหนึ่ง “เอ่อ… เรื่องนั้น… ท่านอ๋อง…”
ไป๋เย่หานที่เพลิดเพลินไม่เคยเบื่อ กล่าวตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “พ่อบ้านฝู ท่านสอนทำโคมไฟลอยแบบไหนได้อีกก็สอนข้ามาให้หมดเถิด”
เมื่อท่านอ๋องเอ่ยปากแล้ว พ่อบ้านฝูจึงกล้าตอบรับ พยักหน้าแล้วกล่าว “โธ่ ได้ ๆ ๆ ชายแก่อย่างข้าก็ทำได้แต่แบบเรียบ ๆ ส่วนแบบที่ดูซับซ้อนเหล่านั้น ต้องเป็นคุณหนูของพวกข้าขอรับ เดี๋ยวข้าลองคิดก่อนนะขอรับ โคมไฟดอกบัวยังมีอีกสองสามแบบ ข้าจะสาธิตให้ท่านดู…”
กล่าวจบ เขาก็เริ่มลงมือทำ
เหล่าคนรับใช้ของจวนซุนเมื่อเห็นว่ามีการทำโคมไฟลอย ต่างก็พากันมาร่วมสนุกทำโคมไฟลอยด้วยกัน ทุกคนล้วนใช้ความสามารถเต็มที่ ทำให้โคมไฟลอยมากมายหลายแบบปรากฏเพิ่มขึ้นทีละอัน ๆ
เช่นนั้นแล้ว ทั่วทั้งจวนซุนจึงเต็มไปด้วยภาพที่ครื้นเครง บรรยากาศแสนสุขนี้ช่างเหมือนกับวันปีใหม่ ทุกคนล้วนลืมความรู้สึกโศกเศร้าของการต้องจากลาในเร็ว ๆ นี้ไปชั่วครู่
พวกเขาทำงานกันอย่างมีความสุขทั้งวัน ทำโคมไฟลอยออกมาจำนวนไม่น้อย แต่ละคนล้วนตั้งตารอวันเทศกาลลอยโคมที่กำลังจะมาถึง
เมื่อถึงยามค่ำ ยามที่พ่อบ้านฝูกำลังเตรียมปิดประตูเข้านอน อยู่ ๆ ร่างของซ่งชิงหนานก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู ทำให้ชายแก่ตกใจจนสะดุ้ง “ไอ้หยา! แม่ทัพซ่ง! เหตุใดท่านจึงเดินมาไม่ให้สุ้มให้เสียงเล่า อยู่ ๆ ก็โผล่มาเช่นนี้ ทำเอาข้าตกอกตกใจหมด!”
กล่าวจบเขาก็ตบหน้าอกด้วยใบหน้าที่ยังตื่นกลัวอยู่ จากนั้นก็เอ่ยถามต่อ “แม่ทัพซ่ง ดึกดื่นป่านนี้ท่านไม่นอน มาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือขอรับ”
“อืม” ซ่งชิงหนานพยักหน้าอย่างแรง “พ่อบ้านฝู ท่านบอกว่าท่านทำโคมไฟรูปดอกบัวได้หลายแบบ ช่วยสอนข้าทำแบบหนึ่งได้หรือไม่”
ตอนนี้พ่อบ้านฝูงุนงงไปหมด วันนี้ตอนที่ทำโคมไฟลอย เขาก็สอนแบบที่ทำได้ไปหมดแล้ว เหตุใดซ่งชิงหนานจึงมาหาเขากลางดึกเช่นนี้อีก
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยถาม “แม่ทัพซ่ง ท่านต้องการทำโคมไฟดอกบัวแบบไหนหรือขอรับ”
“ดอกบัวแฝด” ซ่งชิงหนานกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ขณะเดียวกันก็เอากระดาษสีในมือออกมาพร้อมอุปกรณ์ในการตัด
พ่อบ้านฝูมองท่าทางของเขาที่เตรียมพร้อมและจริงจัง ก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ
พ่อบ้านประจำจวนซุนผงะ ก่อนจะรีบพยักหน้าแล้วกล่าว “ขอรับ ท่านตามข้าเข้ามาในห้องเถิด”
ค่ำคืนค่อย ๆ มืดลงเรื่อย ๆ แต่ห้องของซุนอิงหนิงยังคงมีแสงไฟอยู่
นางยังคงทำโคมไฟลอย เปลวเทียนส่องสะท้อนใบหน้าจริงจังตั้งใจของสาวแรกรุ่น ทำให้ใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วเปล่งประกายมากขึ้นไปอีก
ชุนหน่วนยกถาดอาหารค่ำที่เพิ่งอุ่นเสร็จเข้ามา เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของซุนอิงหนิงก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวอย่างปวดใจ “คุณหนู ดึกมากแล้ว กินข้าวเสียหน่อยแล้วรีบนอนเถิดเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ค่อยทำต่อก็ย่อมได้”
ซุนอิงหนิงเผยรอยยิ้มขื่น กล่าว “ปีก่อน ล้วนเป็นข้าและท่านแม่ที่ทำโคมไฟผีเสื้อดวงนี้ด้วยกัน ตอนนั้นข้าเพียงแค่ช่วยเหลือ ตอนนี้เมื่อทำคนเดียวก็พบว่าช่างยากเย็นนัก”
ระหว่างที่ทำโคมไฟ นางก็อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงวันเวลาอันมีความสุขของครอบครัวสามคนเมื่อก่อน
สิ่งที่นางกำลังทำอยู่นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่โคมไฟลอย แต่ยังมีความทรงจำของครอบครัวซ่อนอยู่ด้วย
ซุนอิงหนิงต้องการใช้โอกาสนี้ เขียนความปรารถนาของท่านพ่อท่านแม่ลงไปในโคมไฟ นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกท่านทั้งสองจะอยู่ในปรโลกกันอย่างมีความสุข
ชุนหน่วนนำอาหารค่ำวางไว้ที่โต๊ะข้าง ๆ กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “คุณหนู ท่านกินสักคำก่อนเถิด อีกเดี๋ยวข้าจะช่วยทำด้วยเจ้าค่ะ”
ซุนอิงหนิงลุกขึ้น เดินมานั่งลงซดโจ๊กข้าวเดือยที่ชุนหน่วนทำ ยิ้มแล้วเอ่ย “เจ้านี่นะ ข้ากลัวว่าเจ้าจะทำของทั้งหมดที่ข้าทำมาพังเสียมากกว่า ชุนหน่วน ตอนนี้ก็ดึกแล้ว เจ้าไม่ต้องคอยรับใช้ข้าอยู่ที่นี่หรอก รีบกลับไปนอนเถิด”
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ! คุณหนูยังไม่นอน ข้าที่เป็นสาวใช้จะนอนก่อนได้อย่างไร”
“ไม่เห็นจะเป็นไร อีกอย่าง เจ้าอย่าเอาแต่พูดว่าตนเป็นสาวใช้ ข้าคิดว่าพี่ชิงหลันพูดได้ถูกนัก ระหว่างคนกับคนควรจะเท่าเทียมกัน หลังจากผ่านเรื่องราวมากมายมา ข้าน่ะ มองเจ้าเป็นน้องสาวคนดีของข้ามาตั้งนานแล้ว ต่อไปไม่ต้องสำรวมกับข้าถึงเพียงนี้ก็ได้!”
หลังจากได้รู้จักกับซ่งชิงหลัน ซุนอิงหนิงก็ได้เรียนรู้เรื่องมากมายจากนาง เรียกได้ว่าเป็นการเปิดโลกอย่างมาก
“อ้อ! จริงสิ!” อยู่ ๆ ชุนหน่วนก็ร้องออกมา
ซุนอิงหนิงตกใจกับท่าทางตื่นตัวของนาง มองชุนหน่วนก่อนจะถาม “เจ้าเป็นอันใดไปอีกเล่า”
อยู่ ๆ ชุนหน่วนก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย จากนั้นขยับเข้าใกล้ซุนอิงหนิงเล็กน้อย กล่าวเบา ๆ “คุณหนู ท่านเดาสิเจ้าคะว่าระหว่างทางมานี่ ข้าได้พบผู้ใด”
ซุนอิงหนิงส่ายหน้าอย่างสงสัย กล่าว “ผู้ใดหรือ”
“ข้าเห็นแม่ทัพซ่งอยู่หน้าประตูของพ่อบ้านฝู อีกอย่าง ข้ายังได้ยินมาว่าแม่ทัพซ่งนั้นไปขอให้พ่อบ้านฝูช่วยสอนเขาทำโคมไฟลอยด้วยนะเจ้าคะ!”
“ทำโคมไฟหรือ ตอนกลางวันทุกคนก็ทำเสร็จแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดเขาต้องไปหาพ่อบ้านฝูกลางดึกด้วยเล่า” ซุนอิงหนิงยิ่งรู้สึกสงสัยกว่าเดิม
“นั่นสิเจ้าคะ! ข้าฟังดูอย่างละเอียด คุณหนูลองทายสิเจ้าคะ ที่แท้แม่ทัพซ่งก็ไปขอให้พ่อบ้านฝูช่วยสอนเขาทำโคมไฟดอกบัวแฝดเจ้าค่ะ!” กล่าวจบ ชุนหน่วนก็ตื่นเต้นขึ้นมา ดวงตาสองข้างมองซุนอิงหนิงเป็นประกาย “คุณหนู ท่านว่า โคมไฟที่แม่ทัพซ่งทำนั้นจะมอบให้ผู้ใดหรือเจ้าคะ”
ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด อยู่ ๆ ใบหน้าเล็กของซุนอิงหนิงก็แดงขึ้นมา
นางหลบสายตา หลบแววตาตื่นเต้นของชุนหน่วน กล่าวอึก ๆ อัก ๆ “คือ… ข้า… ข้าจะรู้ได้อย่างไร”
“ฮิ ๆ… คุณหนู อย่าแสร้งทำเป็นงุนงงเลยเจ้าค่ะ!” ชุนหน่วนโน้มตัวมาตรงหน้านางอีกครั้ง หัวเราะฮิ ๆ แล้วกล่าว “ข้าดูออกหมดแล้ว แม่ทัพซ่งชอบคุณหนู คุณหนู ท่านฉลาดเพียงนี้จะไม่รู้ได้อย่างไร ดังนั้นข้าจึงเดาว่า แม่ทัพซ่งต้องคิดจะทำโคมไฟดอกบัวแฝดนี้ให้คุณหนูเป็นแน่!”
“ชุนหน่วน! เจ้าอย่าพูดไร้สาระสิ!” ซุนอิงหนิงหน้าแดง ทันใดนั้นก็กล่าวขัดจังหวะสาวใช้
ในใจก็ลอบคิด ถ้าหากถึงตอนนั้นซ่งชิงหนานไม่ได้มอบมันให้นาง จะไม่น่าขายหน้าเกินไปหรือ
ว่ากันว่ายิ่งคาดหวังมากก็จะยิ่งผิดหวังมาก นางเองไม่กล้าตั้งความหวังมากเกินไป
“คุณหนู ท่านเองก็หวังอย่างมากว่าแม่ทัพซ่งจะมอบโคมไฟให้ท่านใช่หรือไม่เจ้าคะ” ชุนหน่วนเดาใจของเจ้านายออก
ซุนอิงหนิงมองนางแวบหนึ่งด้วยท่าทางแสร้งโกรธ กล่าว “วันนี้เจ้าพูดมากไปแล้ว นี่ก็ดึกแล้ว รีบกลับห้องไปนอนเถิดไป”
“ก็ได้! ก็ได้เจ้าค่ะ! ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!” ชุนหน่วนรู้ว่าคุณหนูของตนกำลังเขินอายอยู่ จึงรีบจากไปทันที
ก่อนจะจากไป ยังไม่ลืมขยิบตาให้นางอย่างซุกซน
ซุนอิงหนิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เด็กคนนี้ นานวันไปก็ยิ่งเกินจะควบคุมแล้ว
นางมองโคมไฟรูปผีเสื้อที่ยังทำไม่เสร็จตรงหน้า พลันครุ่นคิด ไม่รู้ว่าโคมไฟรูปดอกบัวแฝดของซ่งชิงหนานจะเป็นอย่างไรบ้าง