ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 357 คงจะไปหานางกระมัง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 357 คงจะไปหานางกระมัง
บทที่ 357 คงจะไปหานางกระมัง
เพียงไม่นาน เทศกาลลอยโคมก็จะมาถึงแล้ว
พอฟ้ามืดลง ทุกบ้านในเมืองเปี้ยนเจียงต่างก็ถือเอาโคมไฟลอยที่บ้านของตนเตรียมไว้อย่างดีมุ่งหน้าไปสู่แม่น้ำหย่งโซ่ว
พวกซ่งชิงหลันเองก็กินอาหารเย็นเร็วหน่อย จากนั้นก็รีบร้อนออกจากบ้านกัน
แต่ที่รีบร้อนที่สุดเห็นจะเป็นอู่เชียนเชียน
นางนำโคมไฟลอยทั้งหมดให้ฉูซื่อโม่วถือ ส่วนตนก็วิ่งไปข้างหน้าสุดอย่างมีความสุข
เมื่อออกจากประตูใหญ่ของจวนซุน ก็เห็นว่าคนที่เดินไปมาบนถนนล้วนเดินไปทางแม่น้ำหย่งโซ่วราวกับฝูงผึ้งจึงอดไม่ได้ที่จะร้อนใจขึ้นมา อู่เชียนเชียนกวักมือเรียกพวกซ่งชิงหลันที่เดินอย่างช้า ๆ อยู่ด้านหลัง “พวกท่านเร็ว ๆ เข้าสิ! เร็วหน่อย! นี่ถ้าหากไปช้า อีกเดี๋ยวจะไม่มีที่ให้ลอยโคมนะเจ้าคะ!”
ซุนอิงหนิงระบายยิ้ม กล่าวอย่างอ่อนโยน “เชียนเชียน ไม่ต้องรีบร้อน แม่น้ำหย่งโซ่วนั้นยาวมาก มีที่ว่างให้เราลอยโคมมากมาย”
“แต่คนมากมายล้วนไปกันหมดแล้ว เราเองก็ต้องรีบหน่อยนะ! ซื่อโม่ว! เจ้ารีบตามข้ามา!”
“อืม! มาแล้ว!” ฉูซื่อโม่วไม่กล้าขัดยอดดวงใจ รีบถือโคมไฟในมือเร่งตามฝีเท้าของอู่เชียนเชียนไปอย่างมีความสุข
ซ่งชิงหลันมองภาพด้านหลังของพวกเขาสองคน อดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วส่ายหน้ากล่าว “เชียนเชียน เด็กคนนี้มักจะใจร้อนอยู่เสมอเลย”
ซุนอิงหนิงมองเหล่าคนรับใช้ที่อยู่ด้านหลังแวบหนึ่ง ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “วันนี้เป็นเทศกาลลอยโคมที่มีปีละครั้ง พวกเจ้าทุกคนไม่ต้องตามมาแล้ว ไปเที่ยวกันเองเถิด”
เหล่าสาวใช้มีความสุขขึ้นมาในทันที พวกนางพยักหน้าอย่างดีใจ กล่าว “ได้เจ้าค่ะ ๆ ขอบคุณคุณหนู!”
กล่าวจบก็แยกเป็นกลุ่มสามสี่คนมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำหย่งโซ่ว
ตอนที่พวกซ่งชิงหลันมาถึงแม่น้ำหย่งโซ่ว ที่นี่ก็เต็มไปด้วยผู้คนแล้ว ริมแม่น้ำมีเสียงฝูงชนจอแจ ครึกครื้นอย่างมาก
แม่น้ำหย่งโซ่วในตอนนี้ มีคนลอยโคมไฟไปแล้วจำนวนมาก พอมองออกไปไกล ๆ แม่น้ำนั้นก็เหมือนท้องฟ้ายามค่ำที่ทอดยาวไร้ขอบเขต อีกทั้งโคมไฟที่ลอยอยู่เหนือผืนน้ำก็เหมือนดวงดาว ที่แต่ละดวงล้วนส่องแสงระยิบระยับ บรรยากาศยามนี้ทำให้แม่น้ำหย่งโซ่วงดงามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซ่งชิงหลันหลงใหลไปกับภาพงดงามตรงหน้าในทันที
นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “สวยเหลือเกิน”
ไป๋เย่หานที่ยืนอยู่ข้างกายเลิกคิ้วเล็กน้อย แสงไฟอ่อน ๆ สะท้อนอยู่ที่ใบหน้างดงามของหญิงอันเป็นที่รัก พอมองใบหน้ายิ้มแย้มของนาง เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ชอบถึงเพียงนั้นเลยหรือ”
“อืม ชอบสิ” ดวงตาสองข้างของซ่งชิงหลันจ้องมองแม่น้ำอย่างไม่ไหวติง กล่าวเบา ๆ “ถ้าหากเฉินเฉินกับเยว่เยว่อยู่ด้วยก็คงดี พวกเขาสองคนจะต้องชอบมากเป็นแน่”
กล่าวจบก็หันหน้ามามองไป๋เย่หาน
เหมือนกับคู่สามีภรรยาทั่วไป
แววตาอันอ่อนโยนของไป๋เย่หานประสานเข้ากับดวงตาของคนรัก อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากข้างหนึ่งขึ้นยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่รักใคร่ลึกซึ้ง เขาจับมือของนางพร้อมความสุขที่สงบ กล่าวเบา ๆ “เช่นนั้น ปีหน้าเราก็พาเฉินเฉินกับเยว่เยว่มาดูด้วยกันสิ”
ซ่งชิงหลันชะงัก จากนั้นก็ผุดยิ้ม “พูดแล้ว เจ้าจะโกหกไม่ได้นะ”
ในตอนนั้นเอง อู่เชียนเชียนและฉูซื่อโม่วก็วิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นเต้น
แววตาของอู่เชียนเชียนไม่อาจกดความตื่นเต้นไว้ได้ กล่าวพลางยิ้ม “ไอ้หยา! เหตุใดพวกท่านเพิ่งมาเล่า โคมไฟในแม่น้ำนั้นทั้งเยอะทั้งสวยเต็มไปหมดเลย พี่ชิงหลัน อิงหนิง ไปกัน ข้าจะพาพวกท่านไปดู”
กล่าวจบเชียนเชียนก็จับมือของซ่งชิงหลันข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็จับมือซุนอิงหนิงแล้ววิ่งไป
ชุนหน่วนเห็นดังนั้นก็กระวนกระวายทันที “ไอ้หยา! คุณหนู รอข้าด้วยสิเจ้าคะ…”
กล่าวจบนางก็วิ่งตามไป
ส่วนไป๋เย่หาน ฉูซื่อโม่ว และซ่งชิงหนาน ชายหนุ่มทั้งสามคนนั้นย่อมไม่วางใจ พวกเขาต่างก็รีบตามไปเช่นกัน
เมื่อมาถึงริมแม่น้ำและพิจารณาบรรดาโคมไฟอย่างใกล้ชิด ซ่งชิงหลันพบว่า ที่แท้ก็มีโคมไฟงดงามมากมายหลายชนิดลอยอยู่บนผืนน้ำ บางดวงเป็นกระต่าย บางดวงเป็นแพะ บางดวงเป็นเป็ดยวนยาง อีกทั้งบางดวงยังเป็นเรือมังกร…”
งดงามไม่น้อยหน้ากันเลย
“ให้ตายเถิด นี่ช่างงดงามเหลือเกิน” ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
ในตอนนั้น กลุ่มคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็ส่งเสียงวิจารณ์ออกมา
“โคมไฟแข่งขันปีนี้ช่างงดงามจริง ๆ”
“นั่นน่ะสิ ๆ โคมไฟลอยเหล่านี้สวยขึ้นทุกปี ๆ เลย!”
“ปีนี้ไม่รู้ว่าผู้ใดจะได้เป็นราชาแห่งโคมลอยนะ!”
“ข้าว่านะ น่าจะเป็นเรือมังกรลำนั้น”
“แต่ข้าคิดว่าโคมไฟหงส์นั่นก็ไม่เลวทีเดียว!”
…
เมื่อฟังเสียงวิจารณ์ของพวกเขา อู่เชียนเชียนก็อดไม่ได้ที่จะหันไปถามซุนอิงหนิงที่อยู่ข้าง ๆ “อิงหนิง โคมไฟแข่งขันนั่นหมายความว่าอย่างไรหรือ”
ซุนอิงหนิงอธิบายอย่างใจเย็น “ทุกปีในเทศกาลลอยโคมจะมีเหล่าครอบครัวคนมีเงินมาลอยโคมไฟแข่งขันกัน ก็เหมือนกับชื่อรางวัล พวกเขาจะเปรียบเทียบกันว่าผู้ใดทำโคมไฟลอยได้ดีที่สุด”
“เหตุใดเจ้าไม่บอกเร็วกว่านี้เล่า ถ้าหากรู้มาก่อน พวกเราก็จะได้ทำโคมไฟขนาดใหญ่ที่ไม่เหมือนผู้ใดออกมาแข่งขันลอยโคมกับเขาด้วย!” กล่าวจบ อยู่ ๆ อู่เชียนเชียนก็ปรากฏความคิดหนึ่งขึ้นมาในหัว นางกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น “จริงสิ! อิงหนิง เจ้าทำโคมไฟผีเสื้อมาอันหนึ่งไม่ใช่หรือ โคมไฟของเจ้าสวยงามนัก งดงามราวกับมีชีวิต เพียงลอยลงไปในแม่น้ำ โคมไฟของพวกเขาเหล่านั้นจะต้องหม่นหมองไปในทันทีแน่!”
ซุนอิงหนิงยิ้มแล้วส่ายหน้า
ซ่งชิงหลันที่อยู่ข้าง ๆ ยิ้มบาง “โคมไฟแข่งขันนี้ก็เป็นเพียงการละเล่นของเหล่าคนมีเงินเท่านั้น ข้าเดานะ ตำแหน่งราชาโคมไฟลอยนี้คงถูกตัดสินมาตั้งแต่ต้นแล้วกระมัง”
ซุนอิงหนิงหัวเราะ “พี่ชิงหลันช่างฉลาดจริง ๆ พ่อข้าไม่ชอบสิ่งที่ว่างเปล่าเช่นนี้มาโดยตลอด ดังนั้นบ้านเราจึงไม่เคยเข้าร่วมการทำโคมไฟแข่งขันเลย”
อู่เชียนเชียนยังคงเบ้ปากอย่างไม่เต็มใจ กล่าวพึมพำเบา ๆ “โคมไฟลอยงดงามเพียงนี้ หากไม่เอาไปสู้ ก็ช่างน่าเสียดายนัก”
“เชียนเชียน คุณหนูซุนไม่เคยคิดที่จะร่วมการแข่งลอยโคมมาตั้งแต่เริ่มทำโคมไฟชิ้นนี้แล้ว” ฉูซื่อโม่ว กล่าวเสียงนุ่ม “คุณหนูซุนนั้นทำเพื่อขอพร ถ้าหากนำไปแข่งขันลอยโคม ความตั้งใจแรกก็จะเปลี่ยนไปไม่ใช่หรือ”
จากนั้นอู่เชียนเชียนจึงเข้าใจในทันที สีหน้าเผยความรู้สึกละอาย มองซุนอิงหนิงแล้วกล่าว “อิงหนิง ขอโทษนะ ข้าไม่ควร…”
ซุนอิงหนิงยิ้มแล้วส่ายหน้า เอ่ย “ไม่เป็นไร จริงสิ พวกเจ้าจะไปลอยโคมกันไม่ใช่หรือ”
“ใช่แล้ว! เมื่อครู่พวกข้าเอาแต่สนใจโคมไฟสวยงามเหล่านั้นจนลืมเรื่องสำคัญไปเลย” อู่เชียนเชียนตอบรับคำเตือนของซุนอิงหนิง รีบดึงมือฉูซื่อโม่วแล้วกล่าว “ซื่อโม่ว ไปกัน พวกเราไปลอยโคมทางด้านนั้นตรงที่คนน้อย ๆ กันเถิด”
หลังจากมองทั้งสองคนจากไป ซุนอิงหนิงก็หันกลับมามองซ่งชิงหลัน “พี่ชิงหลัน ข้าจะลงไปทางปลายน้ำ เช่นนั้นพวกท่าน…”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วโบกมือ “เจ้าไปเถิด ไม่ต้องห่วงพวกข้า พวกข้าจัดการกันเองได้”
ซุนอิงหนิงพยักหน้า ถือโคมไฟลอยจากไปพร้อมชุนหน่วน
ซ่งชิงหนานขมวดคิ้วเล็กน้อย มองซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “ท่านพี่ ท่านพี่เขย ข้าไม่รบกวนพวกท่านแล้ว ขอตัวก่อนขอรับ”
“คิก…”
ซ่งชิงหลันมองแผ่นหลังของน้องชายที่รีบร้อนจากไป ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ชิงหนานคงจะไปหาอิงหนิงกระมัง”