ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 358 ทุกสรรพสิ่งยังเหมือนเดิม มีแต่ผู้คนที่เปลี่ยนไป
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 358 ทุกสรรพสิ่งยังเหมือนเดิม มีแต่ผู้คนที่เปลี่ยนไป
บทที่ 358 ทุกสรรพสิ่งยังเหมือนเดิม มีแต่ผู้คนที่เปลี่ยนไป
คนที่ลอยโคมส่วนใหญ่จะเลือกลอยกันที่ต้นน้ำ เพื่อที่จะได้มองดูโคมของตนลอยไปยังปลายน้ำ เพราะมันทำให้พวกเขารู้สึกถึงความยืนยาวราวกับว่าพรที่ตนขอไปนั้นจะกลายเป็นจริง
ดังนั้นบริเวณปลายน้ำจึงมองเห็นโคมไฟที่ลอยน้ำมากมาย สวนทางกลับจำนวนคนที่มีน้อยนิด
โคมไฟบางดวงมอดดับไปแล้ว บางดวงถูกน้ำในแม่น้ำซัดจนเปียกไม่เหลือสภาพเดิม บางดวงถึงขนาดจมลงไปตั้งแต่ยังลอยมาไม่ถึงปลายน้ำ แต่แน่นอนว่า ก็ยังมีโคมไฟอีกหลายดวงที่ลอยมาถึงปลายน้ำอย่างมั่นคง ดูแล้วเต็มไปด้วยความหวัง
นั่นเป็นเหตุผลว่าเหตุใดซุนอิงหนิงถึงได้เลือกมาลอยโคมตรงนี้ อีกอย่างในทุกปีครอบครัวของนางก็มักจะมาลอยโคมกันที่นี่
ท่านแม่บอกเสมอว่าการลอยโคมสื่อถึงความจริงใจ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ความคิดถึงจะส่งไปหาผู้ล่วงลับ ความจริงใจจะส่งไปสู่ดวงวิญญาณโดยไม่ไขว้เขว
ตอนนั้นเอง ด้านหลังก็มีเสียงสดใสของชุนหน่วนดังขึ้น “คุณหนู โคมไฟผีเสื้อจุดเสร็จแล้วเจ้าค่ะ”
ซุนอิงหนิงหันหน้าไปมองก็พบว่าโคมไฟผีเสื้อนี้เมื่อมีแสงไฟส่องประกาย ก็ยิ่งดูเสมือนจริงมากขึ้นไปอีก
เหมือนกับการลอยโคมไฟในทุก ๆ ปี สรรพสิ่งคงเดิมแต่คนเปลี่ยนไป ทุกอย่างล้วนจบลง
โคมไฟผีเสื้อในปีนี้ไม่ใช่โคมไฟผีเสื้อของปีก่อนแล้ว
เมื่อคิดถึงวันคืนเก่า ๆ ซุนอิงหนิงอดไม่ได้ที่จะเหม่อลอย
ชุนหน่วนที่อยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วอย่างสงสัย เอ่ยปากเร่งอีกครั้ง “คุณหนู ๆ เป็นอันใดไปเจ้าคะ รีบมาเถิดเจ้าค่ะ”
“อ้อ… ได้สิ…” ซุนอิงหนิงได้สติกลับมา นางเดินไปขนาบกายของชุนหน่วน
ทั้งสองคนช่วยกันยกโคมไฟผีเสื้อขึ้น เดินอย่างระมัดระวังไปที่ริมแม่น้ำ แล้ววางมันลงบนผืนน้ำอย่างเบามือ
ซุนอิงหนิงแช่มือบางที่ขาวราวกับหยกลงในแม่น้ำ ค่อย ๆ วักน้ำส่งโคมไฟผีเสื้อ ก่อนที่มันจะค่อย ๆ เคลื่อนไปข้างหน้าตามคลื่น
นางจ้องมองมันอยู่อย่างนั้น ราวกับว่ากำลังมองความคิดถึงของตนเองลอยห่างออกไป กล่าวเบา ๆ “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านอยู่ในปรโลกจะต้องมีความสุขนะเจ้าคะ วางใจเถิด ลูกเองก็จะใช้ชีวิตให้ดี”
ในตอนนี้ ชุนหน่วนย่อตัวลงข้างกายของซุนอิงหนิง กล่าวเบา ๆ กับโคมไฟผีเสื้อที่ลอยไปไกล “นายท่าน นายหญิง พวกท่านโปรดวางใจ ข้าจะอยู่ข้างกายคุณหนูไปตลอด จะดูแลนางอย่างดีเจ้าค่ะ”
ซุนอิงหนิงอบอุ่นในใจขึ้นมาทันที ขอบตาแดง หันหน้ามามองชุนหน่วนแล้วเอ่ย “ชุนหน่วน ขอบใจเจ้านะ”
“คุณหนู ต่อไปพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว…”
จากนั้นหญิงทั้งสองก็ลุกขึ้นพร้อมกัน เมื่อหันหลังมาก็เห็นร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ด้านหลังพวกนางไปไม่ไกลนัก ไม่รู้ว่ายืนอยู่นานเพียงใดแล้ว
ชุนหน่วนเบิกตากว้างขึ้นทั้งสองข้าง จากนั้นก็บีบแขนของซุนอิงหนิง เผยรอยยิ้มร้าย “คุณหนู นั่นแม่ทัพซ่งเจ้าค่ะ! เขาจะต้องมาหาท่านเป็นแน่ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”
ชุนหน่วนเป็นคนฉลาดเฉลียวที่ดวงตามีแววนัก พอนางกล่าวจบก็รีบวิ่งหนีไป มิหนำซ้ำก่อนจากยังไม่วายเอ่ยคำพูดมีเลศนัยกับซุนอิงหนิง “คุณหนู อีกเดี๋ยวอย่าลืมไปดูดอกไม้ไฟกับแม่ทัพซ่งที่สะพานนกสาลิกานะเจ้าคะ!”
“เอ๋… ชุนหน่วน… อย่า…” ซุนอิงหนิงจะเรียกอย่างไรก็รั้งไว้ไม่ได้
ยามที่ชุนหน่วนผ่านร่างของซ่งชิงหนานไป นางยังจงใจหยุดแล้วกล่าวออกมาประโยคหนึ่ง “แม่ทัพซ่ง ข้าต้องไปดูโคมไฟแข่งขันแล้ว ฝากคุณหนูของข้าไว้กับท่านด้วยนะเจ้าคะ”
กล่าวจบก็เห็นว่ามือของซ่งชิงหนานถืออันใดอยู่ นางยิ้มอีกครั้งแล้ววิ่งจากไปอย่างมีความสุข
ซ่งชิงหนานพยักหน้า จากนั้นก็เดินมาตรงหน้าซุนอิงหนิงช้า ๆ
เห็นได้ชัดว่าซุนอิงหนิงไม่รู้จะทำอย่างไร แม้แต่ดวงตาก็ไม่กล้ามองชายหนุ่ม นางกล่าวเบา ๆ “พี่ใหญ่ซ่ง เหตุใดท่านจึงมาที่นี่ด้วยเล่าเจ้าคะ”
“เป็นเพราะเจ้ามาที่นี่อย่างไรล่ะ” น้ำเสียงของซ่งชิงหนานทุ้มต่ำแฝงความดึงดูดชวนให้ลุ่มหลง
ในใจของซุนอิงหนิงเต้นแรง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็สบประสานเข้ากับดวงตาสีเข้มของแม่ทัพซ่ง
ดวงตาคู่นั้นราวกับท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ส่องสะท้อนร่างของนางไว้อย่างชัดเจน
ซ่งชิงหนานยกมุมปากข้างหนึ่งขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่อ่อนโยน จากนั้นก็นำของที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมา แล้วยื่นไปตรงหน้าของซุนอิงหนิง กล่าวอย่างเขินอายเล็กน้อย “สิ่งนี้ ข้ามอบให้เจ้า”
ซุนอิงหนิงก้มหน้าลงไปมอง ก็พบว่าเป็นโคมไฟดอกบัวแฝดนั้นจริง ๆ!
นางทั้งตกใจและดีใจ หัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้ ทันใดนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นมองซ่งชิงหนานแล้วเอ่ย “พี่ใหญ่ซ่ง นี่…”
ซ่งชิงหนานยิ้มอย่างเขินอาย “อิงหนิง ความรู้สึกของข้า เจ้าเข้าใจหรือไม่”
ซุนอิงหนิงอดยิ้มออกมาไม่ได้ ใบหน้าแสดงความเขินอาย กล่าวเสียงเบา “พวกเราเอาโคมไฟนี้ไปลอยน้ำด้วยกันดีหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
ทั้งสองคนมาถึงริมแม่น้ำ นำเอาโคมไฟดอกบัวแฝดลอยลงไป
มองพวกมันค่อย ๆ ลอยไปอยู่ข้าง ๆ โคมไฟผีเสื้อ ซุนอิงหนิงยิ้มน้อย ๆ และลอบเอ่ยอย่างเงียบ ๆ “ท่านพ่อ ท่านแม่ ตอนนี้ลูกหาชายที่ชอบพบแล้ว เขาดีกับลูกมาก”
คิดเช่นนี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะหันหน้ามาเล็กน้อย มองซ่งชิงหนานที่อยู่ข้างกาย
ซ่งชิงหนานเองก็หันหน้ามา ทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้ม
จากนั้นทั้งคู่ก็เดินกลับไปพร้อมกัน
พวกเขาเพียงแต่เดินไปอย่างเงียบ ๆ ไม่มีผู้ใดพูดอันใดออกมา บรรยากาศดูเหมือนจะกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
ซ่งชิงหนานประหม่าเสียจนเหงื่อผุดขึ้นมา
ซุนอิงหนิงเองก็บิดมืออย่างประหม่าไม่ต่างกัน อยากจะพูดอันใดบางอย่างเพื่อกลบความกระอักกระอ่วนนี้ แต่ก็คิดหัวข้ออันใดไม่ออก
ตอนนั้นเอง กลุ่มคนรอบกายก็พากันตื่นเต้นขึ้นมา
ฝูงชนพากันวิ่งผ่านพวกเขากันไปทีละระลอก ๆ ดูเหมือนพวกเขากำลังวิ่งไปสักแห่งข้างหน้านั่น
“ระวัง!”
เมื่อเห็นว่ามีคนหนึ่งที่เกือบจะชนซุนอิงหนิง ซ่งชิงหนานก็ยื่นมือออกไปดึงตัวนางเข้ามาใกล้เล็กน้อยในทันที
ชายหนุ่มที่เกือบจะเข้ามาชนหันหน้ามา มองอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวขอโทษ “แม่นาง ขอโทษด้วย…”
ทันใดนั้น ด้านหลังพวกเขาก็มีคนอีกระลอกแห่มา แต่ละคนล้วนมีสีหน้าตื่นเต้น ราวกับว่าพบเรื่องดี ๆ อันใดบางอย่าง
“เร็วเข้า! เร็วเข้า!”
“พวกเรารีบไปที่สะพานนกสาลิกากันเถิด!”
“จริงด้วย! จริงด้วย! อีกเดี๋ยวก็จะจุดดอกไม้ไฟแล้ว! ดูดอกไม้ไฟที่สะพานนกสาลิกาจะสวยที่สุด!”
“เอาเถิด! อย่ามัวชักช้า! รีบวิ่งกันเถิด!”
…
ไม่รอให้ทั้งสองคนตอบสนอง ซุนอิงหนิงและซ่งชิงหนานถูกคลื่นฝูงชนด้านหลังที่แห่มา เบียดจนพวกเขาแยกจากกัน
ทั้งคู่ถูกฝูงชนดันไปข้างหน้าอย่างจำใจ โดยมีจุดมุ่งหมายคือสะพานนกสาลิกา
ซ่งชิงหนานมองซุนอิงหนิงที่แยกตัวห่างออกไปเรื่อย ๆ อย่างเป็นกังวล ตะโกนเสียงดัง “อิงหนิง! อิงหนิง…”
“พี่ใหญ่ซ่ง… พี่ใหญ่ซ่ง…” ซุนอิงหนิงเองก็ยากที่จะแทรกกลุ่มคนออกมา กว่าจะเห็นซ่งชิงหนานก็ขยับไปหาไม่ได้เสียแล้ว
ตอนนี้ทั้งสองคนถูกเบียดอยู่กลางฝูงชนจนไม่อาจออกไปไหนได้
ซ่งชิงหนานขมวดคิ้วเล็กน้อย ตะโกนออกมา “อิงหนิง! อย่ากลัว เจ้าขึ้นสะพานไป เดินระวังด้วย ข้าจะดูอยู่ข้างหลัง ไม่ต้องกลัว!”
เมื่อได้ฟังคำพูดนี้ของซ่งชิงหนาน ซุนอิงหนิงก็รู้สึกสงบใจลงได้มาก
สุดท้ายทั้งสองคนก็ถูกฝูงชนดันให้เดินขึ้นมาบนสะพานนกสาลิกา
ทันใดนั้น บนท้องฟ้าก็มีดอกไม้ไฟอันงดงามเบ่งบานออกมา