ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 360 ไม่เคยบอกชอบ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 360 ไม่เคยบอกชอบ
บทที่ 360 ไม่เคยบอกชอบ
ซ่งชิงหลันตกลงไปในแม่น้ำโดยไม่ทันได้ระวังตัว
น้ำเย็นเฉียบห้อมล้อมร่างของนางเอาไว้ นางยังไม่ทันได้ตอบสนอง น้ำก็ซัดเข้าสู่ดวงตา หู จมูก และปากของนางอย่างบ้าคลั่ง
นางสำลักโดยไม่รู้ตัว และต้องพยายามอย่างมากที่จะดิ้นรน หากแต่มือเท้าของนางล้วนถูกชายชุดดำฉุดกระชากจากในแม่น้ำโดยใช้เชือกมัดเอาไว้ นางทำได้เพียงค่อย ๆ จมลง จมลง…
ในตอนนั้นเอง นางก็เห็นภาพรอบ ๆ ในแม่น้ำ มีชายชุดดำอีกหลายคนที่ว่ายน้ำมาหานาง ดูท่าทางแล้วคงคิดจะจัดการนางเสียให้ตาย
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วแน่น เห็นว่าชายชุดดำนั้นยิ่งเข้าใกล้นางมาเรื่อย ๆ และเป็นเพราะนางขาดอากาศหายใจ อาการสำลักก็ยิ่งหนักขึ้น ใจของนางเองก็หล่นวูบ ความรู้สึกหวาดกลัวเมื่อความตายมาอยู่ตรงหน้ากระจายไปทั่วร่างของนาง
ราวกับว่านางนั้นยอมรับจุดจบนี้แล้ว…
เปลือกตาค่อย ๆ ปิดลง
ในตอนที่นางใกล้จะปิดตาสนิทนั้นเอง อยู่ ๆ นางก็เห็นร่างที่คุ้นตาพุ่งมาในน้ำ
เป็นไป๋เย่หาน!
เขาว่ายมาหาตนด้วยใบหน้าร้อนรน ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างอ่อนแรง รอยยิ้มนี้แฝงความรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
เหมือนว่านาง… จะไม่เคยบอกกับไป๋เย่หานอย่างจริงจังเลยว่านางชอบเขา
มองเห็นดวงตาที่รักใคร่ของซ่งชิงหลันกับร่างที่จมลงไปอย่างต่อเนื่อง ไป๋เย่หานก็ยิ่งเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม
เขาใช้ฝ่ามือเดียวพัดเอาเหล่าชายชุดดำที่หมายจะสังหารซ่งชิงหลันออกไป จากนั้นก็จัดการเหล่าชายชุดดำที่ควบคุมเชือกที่มือเท้าของซ่งชิงหลันจนบาดเจ็บ แล้วจึงดึงมือของซ่งชิงหลันเอาไว้
ด้านบนริมแม่น้ำหย่งโซ่ว
หลังจากอู่เชียนเชียนเห็นซ่งชิงหลันถูกโจมตี นางก็พุ่งตัวเข้าไปในทันที “พี่ชิงหลัน!”
นางตะโกนเสียงดังจนทำให้ซ่งชิงหนานและซุนอิงหนิงที่อยู่บนสะพานนกสาลิกาตกใจ
ซ่งชิงหนานมองเหล่าชายชุดดำสิบกว่าคนที่ซ่อนตัวอยู่ใต้แม้น้ำหย่งโซ่ว ทันใดนั้นก็เคร่งเครียด “ท่านพี่!”
เขาหันหน้ามามองซุนอิงหนิงที่อยู่ข้าง ๆ และกล่าวอย่างร้อนรน “อิงหนิง เจ้าอยู่ตรงนี้อย่าไปไหนนะ ข้าจะไปช่วยท่านพี่!”
กล่าวจบเขาก็เหาะลงไป เหาะไปถึงริมแม่น้ำหย่งโซ่ว
เขาและอู่เชียนเชียนร่วมมือกันโจมตีเหล่าชายชุดดำที่ซ่อนตัวอยู่ในน้ำทีละคนจนบาดเจ็บ
ในชั่วพริบตาเดียว ทั่วทั้งแม่น้ำหย่งโซ่วก็สาดกระเซ็นรอบด้าน โคมไฟบนผืนน้ำสว่างไปทั่ว น้ำเย็น ๆ สาดขึ้นไปถึงริมฝั่ง เหล่าคนที่มาร่วมเทศกาลลอยโคมก็ตื่นตระหนกกันในทันที คนที่ตื่นกลัวจนสิ้นสติก็ตะโกนเสียงดัง วิ่งหนีไปอย่างลนลาน ทั่วทั้งพื้นที่โกลาหลวุ่นวาย
ฉูซื่อโม่วที่อยู่ตรงริมน้ำก็เป็นกังวลอย่างมาก เมื่อเห็นอู่เชียนเชียนและซ่งชิงหนานเริ่มต่อสู้ แต่ตนกลับไม่มีวิชาต่อสู้ ช่วยอันใดไม่ได้ ในใจของเขาก็ทำได้เพียงเป็นกังวล และจับจ้องแต่ร่างของอู่เชียนเชียน
เขาพร่ำพูดในใจ ‘เชียนเชียน… เชียนเชียน เจ้าอย่าเป็นอันใดไปเด็ดขาดนะ!’
อยู่ ๆ ในตอนนั้นเอง ก็มีร่างสีขาวพุ่งผ่านข้างกายของฉูซื่อโม่วไป เขารู้สึกได้ถึงกระแสอากาศอันหนักแน่น ยามที่ตอบสนองกลับพบว่ามีร่างสีขาวโดดเด่นนั้นพุ่งเข้าสู่การต่อสู้บนผืนน้ำ
ร่างสีขาวร่างนั้นก็คือกู่ต้าหู่!
ในตอนนี้ เท้าของอู่เชียนเชียนถูกชายชุดดำในน้ำจับเอาไว้แน่น นางมีสีหน้าคร่ำเครียด และขยับไม่ได้
แต่โชคดีที่กู่ต้าหู่นั้นมาทันเวลา เขาใช้เท้าถีบหัวของชายชุดดำที่อยู่ใต้น้ำด้วยใบหน้าเย็นเยียบ ฝีเท้านี้ช่างรวดเร็ว รุนแรงและแม่นยำ ชายชุดดำผู้นั้นคำรามออกมาแล้วจมลงไปที่ก้นแม่น้ำ
อู่เชียนเชียนหันมาเห็นกู่ต้าหู่ ทันใดนั้นก็แสดงสีหน้าดีใจออกมา เอ่ยว่า “กู่ต้าหู่! เหตุใดจึงเป็นเจ้า นี่เจ้ามาได้อย่างไร”
กู่ต้าหู่เลิกคิ้ว “ที่ไหนมีความคึกคัก ที่นั่นย่อมมีกู่ต้าหู่ เป็นอย่างไรบ้าง ท่านไม่บาดเจ็บใช่หรือไม่”
อู่เชียนเชียนยิ้มอย่างสบาย ๆ “ข้าไม่เป็นไร แค่นี้เรื่องเล็ก!”
“ระวัง!” กล่าวจบ กู่ต้าหู่ก็ใช้พลังหนึ่งฝ่ามือไปที่ด้านหลังของนาง ฟาดเอาชายชุดดำที่อยู่ ๆ ก็โผล่มากลับลงไปในน้ำอีกครั้ง
พวกเขาล้วนรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคุยกัน
ทั้งสองคนสบตากันแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ จากนั้นก็แยกย้ายแล้วโจมตีศัตรูพร้อมกัน
ฉูซื่อโม่วที่ยืนอยู่ริมน้ำเห็นว่าอู่เชียนเชียนปลอดภัยแล้ว จิตใจที่เป็นกังวลมาตลอดในที่สุดก็ผ่อนคลายลง
แต่เมื่อกวาดสายตาไปเห็นร่างของพวกเขาที่เข้าขากันอย่างมาก ในใจก็อดไม่ได้ที่จะหึงหวงขึ้นมาเล็กน้อย
อีกด้านหนึ่ง
ชุนหน่วนกำลังแหวกตัวออกมาจากฝูงคน ไม่ง่ายเลยกว่านางจะขึ้นมายังสะพานนกสาลิกาได้ และมาถึงข้างกายของซุนอิงหนิง
นางจับมือของซุนอิงหนิงไว้ด้วยสีหน้าเป็นกังวล พร้อมเอ่ยถาม “คุณหนู ไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“ข้าไม่เป็นไร…” ซุนอิงหนิงส่ายหน้า มองผืนน้ำที่กำลังโกลาหลก็กล่าวอย่างเป็นกังวล “ดูเหมือนพี่ชิงหลันจะตกลงไปในแม่น้ำ ข้าเป็นห่วง…”
“โธ่! คุณหนู! ท่านรีบดูสิเจ้าคะ! นั่นมันท่านอ๋องกับแม่นางซ่งไม่ใช่หรือ!” อยู่ๆ ในตอนนั้นชุนหน่วนก็ชี้ไปยังคนสองคนที่โผล่พ้นผืนน้ำของแม่น้ำหย่งโซ่วแล้วตะโกนออกมา
ซุนอิงหนิงหรี่ตามองไปตามทางที่ชุนหน่วนชี้ ก็เห็นว่าเป็นซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานจริง ๆ
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย และกล่าวเสียงต่ำ “ไปเถิด เรารีบไปดูกัน”
ในตอนนี้ ซ่งชิงหนานเองก็เห็นไป๋เย่หานช่วยซ่งชิงหลันออกมาสู่ผืนน้ำได้แล้ว
เขาโล่งใจในทันที ต่อสู้ไปพลางกล่าวกับไป๋เย่หาน “ท่านพี่เขย ท่านรีบพาท่านพี่ข้าขึ้นฝั่งเถิดขอรับ ชายชุดดำทางด้านนี้ยกให้เป็นหน้าที่พวกข้าเอง!”
จากนั้นไป๋เย่หานก็พาซ่งชิงหลันมาถึงริมแม่น้ำอย่างรวดเร็ว
ซุนอิงหนิงและชุนหน่วนเองก็รีบมา พวกนางอยู่กับฉูซื่อโม่ว รับตัวซ่งชิงหลันมาแล้วดึงนางขึ้นมาบนฝั่ง
นักฆ่าชุดดำที่เหลือเมื่อเห็นว่าเป้าหมายถูกช่วยไปแล้วก็ส่งสัญญาณให้กัน แล้วตัดสินใจจะหนีไป
อู่เชียนเชียนดูออกว่าพวกเขามีแผนอันใด จึงคิดจะตามไปไม่หยุดหย่อน
กู่ต้าหู่ที่อยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือไปห้ามนางไว้ทันที “อย่าไล่ตามศัตรูที่จนตรอก ตอนนี้สิ่งสำคัญกว่าคือการดูอาการพี่ชิงหลัน”
อู่เชียนเชียนพยักหน้า ทั้งสองคนเหาะกลับมาบนฝั่งพร้อมกัน
โชคดีที่ซ่งชิงหนานตาเฉียบคมและมือไว พุ่งเข้าไปใต้น้ำทันทีแล้วจับตัวชายชุดดำคนหนึ่งเอาไว้อย่างเร่งรีบ จากนั้นก็พาขึ้นฝั่ง
ซ่งชิงหนานเตะชายชุดดำผู้นั้นครั้งหนึ่ง จากนั้นก็เหยียบลงบนอกของเขา เอ่ยถามด้วยใบหน้าเย็นชาดวงตาดุร้าย “บอกมา! ผู้ใดส่งเจ้ามา!”
“ฮ่ะ ๆ…” อยู่ ๆ ชายชุดดำผู้นั้นก็เผยรอยยิ้มแปลกประหลาด หลังจากนั้นที่มุมปากก็มีเลือดไหลออกมา ดวงตาทั้งสองข้างเหลือกขึ้นแล้วไม่ขยับอีกเลย
กู่ต้าหู่เดินไปข้างหน้า นำสองนิ้ววางไว้ตรงใต้จมูกของเขา ขมวดคิ้วแล้วกล่าว “เขาตายแล้ว กินยาพิษฆ่าตัวตาย”
จากนั้นเขาก็ยืนขึ้น มองซ่งชิงหนานแล้วกล่าว “ดูท่าทางพวกเขาจะเป็นนักฆ่าขององค์กรนักฆ่า ที่หากทำภารกิจไม่สำเร็จก็จะฆ่าตัวตาย”
ซ่งชิงหนานไม่ได้กล่าวอันใด ดวงตาฉายแววเย็นชา เขาใช้เท้าเตะเบา ๆ จนศพของชายชุดดำผู้นั้นลงไปในน้ำ
ในตอนนี้ ไป๋เย่หานได้ช่วยให้ซ่งชิงหลันสำลักน้ำทั้งหมดออกมาแล้ว
หากแต่ใบหน้าของนางยังซีดเผือด ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น
อู่เชียนเชียนที่เป็นกังวลอยู่ข้าง ๆ ก็แทบจะร้องไห้ออกมา “พี่ชิงหลัน… พี่ชิงหลัน… ท่านอ๋อง ทำอย่างไรดี”
ไป๋เย่หานแววตาลึกล้ำ และกล่าวเสียงเย็น “กลับกันก่อน!”
กล่าวจบเขาก็อุ้มซ่งชิงหลันขึ้นมา เหาะกลับไปที่จวนซุนอย่างรวดเร็ว