ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 364 กลัวเจ้าจะเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 364 กลัวเจ้าจะเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น
บทที่ 364 กลัวเจ้าจะเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น
ซ่งชิงหลันและอู่เชียนเชียนพากู่ต้าหู่ขึ้นเรือของตน
ทันทีที่กู่ต้าหู่ขึ้นเรือ ก็เห็นว่าเรือลำนี้หรูหรากว่าเรือทั่วไปมาก จึงอดเอ่ยถามเป็นไม่ได้ “เหตุใดเรือลำนี้จึงมีเพียงพวกเราไม่กี่คนเล่า”
อู่เชียนเชียนกล่าวอธิบายด้วยรอยยิ้ม “เรือลำนี้เป็นเรือของน้องชายพี่ชิงหลันน่ะ เอาไว้เพื่อส่งเรากลับเมืองหลวงโดยเฉพาะ”
“ท่านพี่ชิงหลัน น้องชายท่านจะยอดเยี่ยมเกินไปแล้วกระมัง”
มีเรือลำใหญ่ที่หรูหราเพียงนี้ได้ เช่นนั้นก็พอจะจินตนาการความร่ำรวยได้
อู่เชียนเชียนกลับยิ้มอย่างมีเลศนัย “ยังมีเรื่องยอดเยี่ยมที่เจ้ายังไม่รู้อีกนะ!”
“เอ๋ อันใดหรือขอรับ” กู่ต้าหู่อยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที
“ความจริงแล้ว พี่ชิงหลันเป็นเจ้าของภัตตาคารอวิ๋นหลาย แล้วนี่เจ้ากลับเมืองหลวงพร้อมพวกเราในครั้งนี้ เจ้าลาภปากเสียแล้ว”
“ว่าอย่างไรนะ” กู่ต้าหู่อ้าปากค้างอย่างตกใจ “ท่านพี่ชิงหลันคือแม่นางซ่งในตำนานผู้นั้นหรือ”
กล่าวจบ เขาตบหัวตนอย่างเพิ่งรู้สึกตัว “ไอ้หยา ท่านพี่ชิงหลันก็แซ่ซ่ง เหตุใดข้าจึงโง่ถึงเพียงนี้ ไม่สามารถเดาได้ ท่านพี่ชิงหลัน ข้าช่างมีตาหามีแววไม่ขอรับ”
“เจ้าเป็นผู้ช่วยชีวิตของข้านะ ไม่ต้องพูดจาห่างเหินเช่นนั้นหรอก” ซ่งชิงหลันยิ้ม “นี่กว่าจะกลับถึงเมืองหลวงยังต้องใช้เวลาอีกวันครึ่ง ต้าหู่ เจ้าสามารถไปพักผ่อนในห้องบนเรือได้นะ”
“นั่นสิ ไปกันเถิด ข้าจะพาเจ้าไปเอง” อู่เชียนเชียนอาสาพากู่ต้าหู่เดินเข้าไปในเรือ
แม้ซ่งชิงหลันอ้าปาก อยากจะค้านแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
หลังจากอู่เชียนเชียนช่วยหาที่ให้กู่ต้าหู่พักผ่อน นางก็เดินออกมา และปิดประตูให้เขา
แต่ทันทีที่นางหมุนตัว ก็เห็นฉูซื่อโม่วที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยใบหน้ามืดหม่น
อู่เชียนเชียนตกใจมาก ตบอกของตนอย่างปลอบประโลม “เหตุใดเจ้ามาหลบอยู่ด้านหลังข้าไม่ให้สุ้มให้เสียงเช่นนี้ ข้าตกใจเสียแทบตาย”
ฉูซื่อโม่วบึนปาก กล่าวอย่างไม่พอใจ “เหตุใดหรือ ดูเหมือนเจ้าจะไม่อยากเห็นข้านะ กลัวว่าข้าจะได้เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นหรืออย่างไร”
“ฉูซื่อโม่ว เจ้าพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร”
“ก็หมายความตามที่ว่า” ฉูซื่อโม่วกล่าวจบก็หันหน้าเดินหนีไปอย่างเกรี้ยวกราด หากแต่อู่เชียนเชียนเอื้อมมือไปรั้งเขาไว้ทันที “ฉูซื่อโม่ว เจ้าอย่าเพิ่งไป มาคุยกับข้าให้เข้าใจก่อน! เจ้าพูดจาประชดประชันเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไรกันแน่!”
“ข้าพูดประชดเสียที่ไหน เจ้าต่างหาก ทำตัวมีพิรุธอันใดอยู่”
“ข้าน่ะหรือทำตัวมีพิรุธ?”
“ดูเจ้าเสียสิ ทุกครั้งที่เห็นกู่ต้าหู่ ก็เอาแต่เข้าไปหาเขา เชียนเชียน เจ้าบอกข้ามาตามตรงเถิด เจ้าชอบเจ้าเด็กอ่อนต่อโลกกู่ต้าหู่นั่นใช่หรือไม่”
“เจ้ายังมีหน้ามาว่าคนอื่นเขาอ่อนต่อโลก เจ้าน่ะสิที่อ่อนต่อโลก” อู่เชียนเชียนจ้องมองเขาอย่างโกรธเกรี้ยว “อีกอย่าง ข้าก็เพียงมองกู่ต้าหู่เป็นน้องสาว เจ้าคิดไปถึงไหนกัน”
“… น้องสาวหรือ” ฉูซื่อโม่วตะลึงไป “หากข้าจำไม่ผิด เขาเป็นผู้ชายนี่”
อู่เชียนเชียนขมวดคิ้ว และพึมพำเบา ๆ “ไอ้หยา ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่ยามที่ข้าเห็นกู่ต้าหู่ และอยู่กับเขา ข้ารู้สึกเหมือนอยู่กับพี่ชิงหลันหรืออิงหนิงไม่มีผิด ข้าไม่เคยมองเขาเป็นผู้ชายเลย ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องหึงหวงเช่นนี้เลย!”
“จะ จริงหรือ” ฉูซื่อโม่วเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจนัก
“ฉูซื่อโม่ว เจ้ามองข้า อู่เชียนเชียนผู้นี้เป็นคนอย่างไรกัน ถึงแม้ข้าจะเป็นภรรยาที่ยังไม่ได้แต่งงานกับเจ้า แต่ใจข้าก็เลือกแล้วว่าเจ้าเป็นสามีของข้า ข้าจะเปลี่ยนใจไปรักชายอื่นได้อย่างไร เจ้าช่างดูถูกข้าเกินไปแล้ว! นี่ข้าโกรธแล้วนะ! เฮอะ!”
กล่าวจบ อู่เชียนเชียนถลึงตามองเขาแล้วเดินจากไปอย่างโกรธเกรี้ยว
ฉูซื่อโม่วรู้ว่าอู่เชียนเชียนโกรธแล้วจริง ๆ จึงกระวนกระวายขึ้นมา
เขารีบวิ่งตามไปพลางตะโกน “เชียนเชียน เจ้ารอข้าก่อน ข้าผิดไปแล้ว เจ้าอย่าโกรธเลย!”
……
ซ่งชิงหลันนอนพักอยู่สองวันเต็ม จนไม่อยากจะนอนอยู่แต่บนเตียงอีกแล้ว จึงได้เดินออกมาจากห้องโดยสาร และไปสูดอากาศที่ดาดฟ้าเรือเสียหน่อย
แต่เพียงมาถึงดาดฟ้าเรือ นางก็เห็นกู่ต้าหู่ที่สวมชุดสีขาวยืนอยู่ตรงหัวเรือ ลมทะเลพัดเข้าใส่ชายชุดของเขา ให้ความรู้สึกเหมือนเทพเซียนเป็นอย่างมาก
ซ่งชิงหลันเดินเข้าไป ยืนอยู่ข้างกายเขาแล้วถามด้วยรอยยิ้ม “เหตุใดไม่พักอยู่ในห้องโดยสารเล่า”
กู่ต้าหู่ยิ้มน้อย ๆ เมื่อดูในระยะที่ใกล้เพียงนี้ ซ่งชิงหลันจึงค้นพบว่าที่แท้แก้มฝั่งขวาของเขาก็มีลักยิ้มเล็ก ๆ อยู่ ทำให้เขาดูงดงามขึ้นอย่างมาก
เขากล่าวพลางยิ้ม “ภูมิทัศน์ในทะเลงดงามเพียงนี้ หลบอยู่ในห้องโดยสารก็คงจะเสียดายแย่ขอรับ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า เด็กคนนี้ช่างแตกต่างจริง ๆ นางชอบมาก
ซ่งชิงหลันกล่าวต่อ “จริงสิ เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ ข้ายังไม่ได้ขอบคุณเจ้าอย่างเป็นทางการเลย”
“ไม่จำเป็นขอรับ เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
“ข้าได้ยินว่าเจ้าเป็นศิษย์ของนักบวชยา…” อยู่ ๆ ซ่งชิงหลันหันหน้ามาจ้องมองเขาอย่างลึกซึ้ง “ต้าหู่ เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่”
นักบวชยาไม่ใช่คนธรรมดา การที่สามารถเป็นศิษย์ของเขาได้ ย่อมต้องไม่ใช่คนธรรมดาเช่นกัน
รอยยิ้มบนใบหน้าของกู่ต้าหู่แข็งทื่อไปในทันใด เขาจ้องมองซ่งชิงหลันด้วยใบหน้าจริงจัง “พี่ชิงหลัน คำถามนี้ข้าไม่ตอบได้หรือไม่”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “แน่นอน”
อย่างไรเสีย มีผู้ใดบ้างที่ไม่มีความลับเป็นของตน
กู่ต้าหู่ขมวดคิ้ว และเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง “พี่ชิงหลัน ข้าไม่ใช่คนเลว ท่านไว้ใจข้าได้”
“ข้ารู้” กล่าวจบ สองมือของซ่งชิงหลันก็วางมือบนราวแล้วมองออกไปยังผืนทะเลไร้ขอบเขตอย่างเหม่อลอย ปล่อยให้ลมทะเลพัดผ่านใบหน้าอันงดงาม พร้อมกับความคิดที่พุ่งพล่าน
กู่ต้าหู่มองนางแวบหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะถาม “พี่ชิงหลัน ท่านเป็นอันใดหรือ ดูเหมือนหลังจากท่านฟื้นก็มีเรื่องบางอย่างในใจอย่างไรอย่างนั้น”
ซ่งชิงหลันผงะไป นางเข้าใจว่าตนเก็บซ่อนอารมณ์อย่างดีแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าจะถูกกู่ต้าหู่มองออกเสียได้
ความจริงแล้ว เรื่องความฝันนั้นรบกวนใจนางมาโดยตลอด ทั้งที่นางแยกไม่ออกว่ามันเป็นความฝันหรือความจริงกันแน่
นางถอนหายใจเล็กน้อยแล้วกล่าวตอบ “ตอนที่ข้าหมดสติไป ข้าฝัน ในฝันนั้นข้าเห็นคนคนหนึ่งที่เหมือนกับข้าทุกประการ ข้าคิดว่านางเป็นซ่งชิงหลันตัวจริง เหมือนว่าข้าเป็นคนแย่งชีวิตของนางมา…”
เห็นท่าทางสงสัยของกู่ต้าหู่ ซ่งชิงหลันก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “ไอ้หยา เจ้าก็คงไม่รู้ว่าข้าพูดอันใดอยู่”
“ท่านหมายความว่า ร่างกายที่ท่านอยู่ในตอนนี้ยังมีอีกจิตวิญญาณหนึ่งหรือ” กู่ต้าหู่กล่าวขยายในสิ่งที่หญิงพูด
ซ่งชิงหลันตะลึงไปทันใด นางมองกู่ต้าหู่ด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ เอ่ยว่า “เจ้า… เชื่อด้วยหรือ”
กู่ต้าหู่ยกยิ้ม “ท่านอาจารย์เคยบอกข้าเอาไว้ โลกใบนี้กว้างใหญ่ เต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่ธรรมดา อย่าได้สงสัย แต่ให้หาข้อพิสูจน์มัน”
ซ่งชิงหลันครุ่นคิดคำพูดนี้อย่างถี่ถ้วน จึงอดไม่ได้ที่จะยกยิ้ม “อาจารย์ของเจ้าเป็นคนที่ฉลาดเฉลียวจริง ๆ”
“ใช่ขอรับ แต่ทว่าข้าเรียนรู้จากเขามาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น…”