ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 366 ข้าจะไปกับท่าน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 366 ข้าจะไปกับท่าน
บทที่ 366 ข้าจะไปกับท่าน
ชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าคือน้องสี่ที่ซ่งชิงหลันพูดถึง
เมื่อครู่ ตอนอยู่เรือนด้านหน้าเขาไม่ทันสังเกต แต่ตอนนี้กู่ต้าหู่ลอบสังเกตชายหนุ่มอย่างลับ ๆ จึงได้พบว่าซ่งชิงเป่ยนั้นเหมือนเหล่าพี่ชายไม่มีผิด รูปร่างหน้าตาหล่อเหลา แต่ที่แตกต่างคือเขาดูมีบุคลิกที่ชาญฉลาด มีจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญ เพียงดูก็รู้ว่าคุ้มค่าให้ผูกมิตร
กู่ต้าหู่ยกยิ้ม ยื่นมือให้อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร “สวัสดี ข้าชื่อกู่ต้าหู่ อายุของเราพอ ๆ กัน ต่อไปเจ้าเรียกข้าว่าต้าหู่เป็นใช้ได้”
“ได้สิ!” ซ่งชิงเป่ยจับมือของเขาเอาไว้ด้วยท่าทีสบาย ๆ จากนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ชื่อของเจ้าดุดันเพียงนี้ เหตุใดมือจึงละเอียดงดงามราวกับหญิงสาวเพียงนี้”
คนถูกทักหน้าแดงโดยพลัน รีบชักมือกลับ ก่อนเอ่ยตอบอย่างโกรธ ๆ “เจ้าว่าผู้ใดเป็นหญิงกัน”
“ต้าหู่ อย่าหงุดหงิดไปเลย ข้าเพียงล้อเจ้าเล่นเท่านั้น” ซ่งชิงเป่ยยิ้ม “เจ้านี่นะ เพียงดูก็รู้ว่าเป็นเด็กที่โตมาจากครอบครัวร่ำรวย”
อีกฝ่ายไม่ออกความเห็น ซ่งชิงเป่ยมองออกว่าเขาไม่อยากพูดอันใดต่อจึงกล่าวอย่างเข้าใจ “เอาเถิด เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเวลาพักของเจ้าแล้ว มีเรื่องอันใดก็บอกได้ ข้าอยู่ห้องตรงข้ามกับเจ้านี่เอง”
กล่าวจบก็จงใจชี้ไปฝั่งตรงข้าม กู่ต้าหู่พยักหน้า “ได้ ขอบคุณมาก”
เพื่อรับรองกู่ต้าหู่คืนนี้ ซ่งชิงหลันให้หลิวกุ้ยเสียสั่งอาหารดี ๆ จากภัตตาคารอวิ๋นหลายมาเป็นพิเศษ
ซึ่งมีอาหารแนะนำอย่างนกพิราบย่าง หมูแดงอบน้ำผึ้ง ไก่ต้มสับ เนื้อวัวตุ๋น ต้มปลาผักกาดดองหม้อไฟ หมูเส้นผัดกระเทียม มะเขือยาวสอดไส้ มันฝรั่งเส้นผัด แกงผักกาดหางหงส์ สามสมบัติยัดไส้ นอกจากนั้นยังมีแกงไก่เข้มข้นอีกหม้อหนึ่งตบท้าย…
กู่ต้าหู่มองอาหารทั้งผักและเนื้อที่ดูหอมน่ากินบนโต๊ะ ก็อดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย “ไอ้หยา นี่จะมากไปแล้วกระมัง อีกทั้งทุกจานยังดูน่าอร่อยมากอีกด้วย!”
อู่เชียนเชียนยิ้ม “แน่นอนสิ ทั้งหมดนี้เป็นอาหารจากภัตตาคารอวิ๋นหลาย ขอเพียงเจ้าได้กินเพียงหนึ่งครั้งก็จะต้องคิดถึงไม่มีวันลืมเป็นแน่ เชื่อเถิดว่าข้าไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อย”
“จริงหรือ เช่นนั้นข้าจะต้องลิ้มรสให้ดี ๆ เสียแล้วขอรับ” กล่าวจบ ชายหนุ่มก็หยิบตะเกียบขึ้นมา มองอาหารบนโต๊ะแล้วเริ่มลังเล ไม่รู้ว่าจะคีบสิ่งใดก่อนดี เพราะทุกจานล้วนน่ากินอย่างมาก
ซ่งชิงเป่ยที่นั่งอยู่ข้างกายจึงคีบขานกพิราบย่างชิ้นหนึ่งใส่ในชามให้ “นกพิราบย่างนี้เป็นหนึ่งในอาหารแนะนำของภัตตาคารอวิ๋นหลาย เจ้าลองชิมดูสิ รับรองว่าไม่ทำให้เจ้าผิดหวังแน่”
“ขอบคุณ” เขาพยักหน้าแล้วเริ่มกิน
นกพิราบย่างมีกลิ่นหอมรมควันของถ่านจากต้นลิ้นจี่ อีกทั้งเนื้อก็อร่อย เพียงกินไปคำเดียวก็อดไม่ได้ที่จะเลียนิ้ว “อืม อร่อย! อร่อยเกินไปแล้ว!”
กล่าวจบก็ลองคีบอาหารจานอื่น ๆ ชิม ต้องยอมรับว่าอาหารเหล่านี้ไม่มีสิ่งใดที่ไม่อร่อยเลย ทุกจานล้วนเลิศรสเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มทำได้เพียงโกรธที่ท้องของตนมีจำกัด ไม่สามารถกินของอร่อยทั้งหมดนี้ได้
ซ่งชิงเป่ยนั่งอยู่ข้าง ๆ อดยกยิ้มเป็นไม่ได้ “เฮ้อ ต้าหู่ เจ้าดูตัวเล็ก ๆ เพียงนี้ คิดไม่ถึงว่าจะกินเก่งเหลือเกิน!”
เชียนเชียนกล่าวแทรก “เจ้าไม่รู้ล่ะสิ ตอนที่อยู่เมืองเปี้ยนเจียง ต้าหู่ได้รับตำแหน่งราชากินบะหมี่ที่กินได้เร็วที่สุดด้วยนะ”
ทันทีที่กล่าวออกไป ทุกคนบนโต๊ะต่างประหลาดใจขึ้นมา
คนถูกเอ่ยถึงอย่างชื่นชมเริ่มเขินอาย มองอู่เชียนเชียนแล้วกล่าว “แม่นางอู่ เรื่องนี้อย่าได้พูดถึงเลย… อึก…” ขณะกล่าว อยู่ ๆ เขาก็สะอึกเสียงดัง
ซ่งชิงเป่ยรีบยื่นน้ำให้เขา “เจ้านี่นะ เหตุใดจึงกินจุเพียงนี้เล่า”
“มันอร่อยเกินไป ข้าไม่อาจควบคุมได้…”
ซ่งชิงหลันยกยิ้ม “ต้าหู่ เจ้าวางใจเถิด ข้ารับรอง ในช่วงเวลาที่เจ้าอยู่ที่เมืองหลวง ข้าจะจัดการอาหารทุกอย่างที่เจ้ากินให้เอง!”
อีกฝ่ายยิ้มอย่างเขินอาย “นี่… นี่ข้าชักจะรู้สึกผิดแล้ว…”
“ไม่มีอันใดต้องรู้สึกผิดหรอก” อู่เชียนเชียนรีบกล่าว “พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปกินเป็ดย่างเลิศรสที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย นั่นเป็นอาหารอร่อยที่สุดในโลก!”
“ได้!” กู่ต้าหู่พยักหน้า
จวนแม่ทัพที่เงียบเหงามานานกลับสู่ความครึกครื้นอีกครั้งในคืนนี้
ซ่งชิงหลันนอนลงเมื่อกลับมาถึงเตียงหลังยาวที่คุ้นเคย ไม่นานนักก็ผล็อยหลับไป
นางหลับจนถึงฟ้าสว่าง หากไม่ใช่เพราะหานเฟยมาเคาะประตู ก็คงนอนต่อได้อีกยาว
รองแม่ทัพหานเฟยเองพอทราบมาบ้างว่าพระชายามักมีอารมณ์หงุดหงิดยามตื่นนอน เขาจำใจมาปลุกอีกฝ่ายเพราะเกิดเรื่องขึ้นจึงเคาะประตูห้องก่อนเอ่ยเสียงเบา “ท่านอ๋อง พระชายา พวกท่านตื่นหรือยังขอรับ”
ไป๋เย่หานลืมตาทันที แววตาฉายความไม่พอใจอย่างเด่นชัด ลุกขึ้นนั่งเตรียมจะออกไปสั่งสอนคนข้างนอก
ทว่าซ่งชิงหลันห้ามไว้ก่อน “ท่านเพิ่งกลับมาแท้ ๆ ต้องดุเพียงนั้นด้วยหรือ”
เย่หานขมวดคิ้ว และกล่าวตอบ “เขาตะโกนจนเจ้าตื่นนะ”
“ไม่เป็นไร” ซ่งชิงหลันพลิกตัวลงจากเตียง “ข้าเองก็คิดจะตื่นอยู่แล้ว”นางสวมเสื้อผ้าเสร็จก็เปิดประตู
เมื่อเห็นว่าคนที่เปิดประตูเป็นพระชายา ผู้มารบกวนก็โล่งอกอยู่ในใจ “อรุณสวัสดิ์ขอรับพระชายา” ขณะที่รองแม่ทัพหานกำลังจะเปิดปากยิ้ม ก็เหลือบไปเห็นไป๋เย่หานที่หน้าตาคร่ำเครียดเดินตามมาติด ๆ พลันรอยยิ้มบนใบหน้าชายหนุ่มก็หายไปทันที เขาเอ่ยทักทายด้วยความเคารพ “อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านอ๋อง”
อีกฝ่ายถามด้วยใบหน้าเย็นชา “เช้าตรู่เพียงนี้ มีเรื่องอันใด”
“ท่านขุนนางจางมาขอรับ กำลังรออยู่ที่จวนดูท่าทางเร่งรีบอย่างมาก”
ใจซ่งชิงหลันหล่นตุบ มองไป๋เย่หานแล้วกล่าว “เป็นเพราะเกิดเรื่องอันใดในวังกับเฉินเฉินและเยว่เยว่หรือเปล่า”
หานอ๋องได้ยินก็ขมวดคิ้ว กล่าว “ข้าจะไปดูเสียหน่อย”
“ข้าจะไปกับท่านด้วย” นางไม่วางใจจึงตามไปที่จวนหานอ๋องด้วย
จางอิงรั่งเมื่อเห็นไป๋เย่หานเข้ามา ก็คำนับอย่างเคารพนบนอบในทันที “คารวะหานอ๋อง” พอเห็นซ่งชิงหลันที่อยู่ด้านหลัง ก็กล่าวทักทายเสียงเบา “สวัสดีขอรับแม่นางซ่ง”
ไป๋เย่หานสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยเสียงเย็น “มีเรื่องอันใด”
หัวหน้าขันทีมองซ่งชิงหลันโดยไม่รู้ตัว สุดท้ายก็หันกลับมาตอบคำถาม “ท่านอ๋อง ข้าน้อยทำตามรับสั่งของฝ่าบาท มาเชิญท่านอ๋องและแม่นางซ่งเข้าวังขอรับ”
“ข้าหรือ” ซ่งชิงหลันชี้ที่ตนเองด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ถามอย่างเป็นกังวล “เป็นเพราะเฉินเฉินและเยว่เยว่สร้างปัญหาใช่หรือไม่”
จางอิงรั่งยิ้มแต่ไม่กล่าวอันใด เขาเป็นหัวหน้าขันทีมานาน ไม่ได้ไร้ประสบการณ์ ย่อมไม่ใช่คนที่จะถูกหลอกให้กล่าวอันใดออกมาง่าย ๆ
ไป๋เย่หานเองก็รู้สึกได้ถึงความไม่สงบใจ เขาขมวดคิ้ว “ให้ข้าไปกับเจ้าก็พอแล้วใช่หรือไม่”
อีกฝ่ายมีสีหน้าลำบากใจ “ท่านอ๋อง ท่านจะทำให้ข้าลำบากหรืออย่างไรขอรับ เช่นนี้ข้าน้อยจะทูลฝ่าบาทว่าอย่างไรเล่า…”
ซ่งชิงหลันจับมือไป๋เย่หาน “ไม่เป็นไร ข้าจะไปกับท่านด้วย”