ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 367 เยว่เยว่และเฉินเฉินเป็นลูกของเจ้าหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 367 เยว่เยว่และเฉินเฉินเป็นลูกของเจ้าหรือ
บทที่ 367 เยว่เยว่และเฉินเฉินเป็นลูกของเจ้าหรือ
ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานที่ออกจากจวนอ๋องไปด้วยกันเห็นว่าด้านนอกนั้นมีรถม้าหรูหราจอดอยู่แล้ว
จางอิงรั่งหันกลับมา ผายมือทำท่าทางเชื้อเชิญ “ท่านอ๋อง แม่นางซ่ง เชิญขอรับ”
ซ่งชิงหลันมองไป๋เย่หานแวบหนึ่ง ไป๋เย่หานพยักหน้า ยื่นมือพยุงนางขึ้นรถม้า
รถม้าแล่นไปสู่วังหลวง เมื่อเข้าประตูวัง ตลอดทางก็ราบรื่นไร้สิ่งกีดขวาง เดาว่าคงมีการเตรียมการมาตั้งแต่แรก
ยามนี้ซ่งชิงหลันรู้สึกแปลก ๆ อยู่ภายใน ราวกับว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง รถม้าก็หยุดลง
หลังจากทั้งสองคนลงจากรถม้า จางอิงรั่งก็พาทั้งสองคนมุ่งหน้าเดินไปสู่พระที่นั่งชิงซิน
หากแต่จางอิงรั่งกลับเดินมาข้างกายของซ่งชิงหลัน หลังจากดูแล้วว่ารอบกายไม่มีผู้ใดเขาก็กล่าวเสียงเบา “แม่นางซ่ง ข้าเองก็ไม่รู้ว่าฝ่าบาททรงเรียกตัวท่านมาด้วยเหตุใด แต่ข้านั้นรู้ดีว่าตอนนี้คุณหนูหลิวเองก็อยู่ในวังหลวง ท่านจะต้องระวังการกระทำเสียหน่อยนะขอรับ”
ตั้งแต่ซ่งชิงหลันช่วยชีวิตองค์จักรพรรดิจิ่งกวงเยี่ยเอาไว้ อีกทั้งยังได้ชิมอาหารฝีมือของซ่งชิงหลัน จางอิงรั่งก็รู้สึกดีกับยอดหญิงผู้นี้มาก สัญชาตญาณจึงบอกว่าต้องช่วยนางเสียหน่อย
ซ่งชิงหลันยกยิ้ม ทั้งยังกล่าวตอบเบา ๆ “ขอบคุณท่านขุนนางจางที่เตือนเจ้าค่ะ”
ในตอนนี้ ไป๋เย่หานมองเห็นความเคลื่อนไหวของทั้งสองคน ก็อดเอ่ยถามเป็นไม่ได้ “มีอันใดหรือ ขุนนางจางพูดอันใดกับเจ้า”
“ไม่มีอันใดเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันส่ายหน้า
แววตาของนางมืดหม่นลง เมื่อได้ยินชื่อของหลิวหรูเยว่ นางก็พอจะเดาสาเหตุของความไม่สบายใจนี้แล้ว
เรื่องในวันนี้ จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับหลิวหรูเยว่เป็นแน่ อีกทั้งจะต้องไม่ใช่เรื่องดี!
จางอิงรั่งไม่จำเป็นต้องรายงาน เขาพาพวกเขาเดินเข้าไปในประตูพระที่นั่งชิงซินโดยตรง
เพียงเดินเข้าไปในพระที่นั่ง ซ่งชิงหลันก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศเย็นยะเยือกผิดปกติอย่างฉับไว
แต่ทว่านางยังไม่ทันได้คิดอย่างละเอียด เสียงอันสดใสของเด็กสองคนก็ขัดจังหวะนางเสียก่อน
“ท่านแม่!”
“ท่านแม่!”
ซ่งชิงหลันเพิ่งจะเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเด็กตัวเล็กทั้งสองคนวิ่งมาตรงหน้านางอย่างรวดเร็ว กอดขาของนางไว้คนละข้าง
ความเป็นแม่ในตัวซ่งชิงหลันพลุ่งพล่านขึ้นมาทันใด นางยื่นมือออกไปลูบหัวเด็กสองคนและกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เฉินเฉิน เยว่เยว่…”
ซ่งซิงเยว่ยู่ปาก เขย่ามือของซ่งชิงหลัน ทำท่าทางน่ารักออดอ้อนขึ้นมา “ท่านแม่เจ้าคะ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”
เพียงคำพูดอันอ่อนหวานนี้ ทำให้ซ่งชิงหลันไม่อาจต้านทานได้
นางยิ้มพลางบีบแก้มนุ่มของซ่งซิงเยว่ “แม่เองก็คิดถึงพวกเจ้า”
ซ่งซิงเฉินเองเข้ามาใกล้ “ท่านแม่ ท่านมารับพวกข้ากลับหรือขอรับ”
ไป๋เย่หานที่อยู่ข้าง ๆ เห็นภาพความรักใคร่ของพวกเขาสามแม่ลูก อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตนเหมือนเป็นส่วนเกิน
“อะแฮ่ม ๆ…” ไป๋เย่หานจงใจกระแอมสองครั้ง เพื่อดึงดูดความสนใจของเด็กทั้งสอง
ซ่งซิงเยว่ที่ฉลาดเฉลียวมองออกถึงความตั้งใจของท่านพ่อทันที
นางสะดุ้งเฮือกแล้ววิ่งไปกอดขาของไป๋เย่หานแน่น พร้อมกล่าวออดอ้อน “ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าเองก็คิดถึงท่านมากเจ้าค่ะ ครั้งนี้ท่านกับท่านแม่ไปเมืองเปี้ยนเจียงกลับมา มีของเล่นกลับมาให้ข้าหรือไม่”
ไป๋เย่หานผู้เป็นทาสของบุตรสาว เมื่อเห็นซ่งซิงเยว่ออดอ้อนเช่นนี้ ความเย็นชาที่มักจะผลักไสให้ผู้คนออกห่างไปเป็นพันลี้ก็ละลายหายไปทันที
เขาอุ้มซ่งซิงเยว่ขึ้นมาอย่างเอ็นดู “รอเจ้ากลับไปก็จะรู้เอง”
ซ่งซิงเยว่ในอ้อมแขนดีดขาอย่างตื่นเต้นในทันที “เช่นนั้นเรากลับบ้านกันตอนนี้เลยเถิดเจ้าค่ะ!”
“ได้สิ” ไป๋เย่หานตอบรับ เตรียมจะหมุนตัวกลับ
หากแต่ด้านหลังพลันมีเสียงเย็นชาน่าเกรงขามของจิ่งกวงเยี่ยดังขึ้นเสียก่อน “จางอิงรั่ง ปิดประตู และออกไปเฝ้าไว้”
ทันทีที่ออกคำสั่ง จางอิงรั่งรีบพาขันทีและนางข้าหลวงทั้งหมดออกจากพระที่นั่งชิงซินทันที
หลังจากที่ประตูปิดลง ไป๋เย่หานหันหลังกลับมาขมวดคิ้วไม่พอใจ “เสด็จพ่อ นี่หมายความว่าอย่างไรขอรับ”
ซ่งชิงหลันที่อยู่ข้าง ๆ เองก็รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกปิดประตูตีสุนัข ถูกต้อนให้จนมุมไม่อาจหนีรอดไปได้
ในพระที่นั่งชิงซินตอนนี้ นอกจากพวกเขาไม่กี่คนแล้ว ยังมีพระสนมเฉินและหลิวหรูเยว่อยู่ด้วย
หลิวหรูเยว่ในตอนนี้ ยกยิ้มมุมปาก ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองซ่งชิงหลันเขม็งราวกับกำลังดูการแสดง ถึงขนาดเลิกคิ้วให้ซ่งชิงหลันอย่างภาคภูมิใจ ตั้งใจยั่วยุชัดเจน
แต่ทว่าซ่งชิงหลันไม่เก็บมาใส่ใจ เพียงทำเหมือนนางเป็นอากาศ
เห็นเช่นนั้น หลิวหรูเยว่ส่งเสียงฮึดฮัดในใจ ‘เฮอะ ซ่งชิงหลัน ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะจองหองเช่นนี้ไปได้นานเพียงใด’
จากนั้น จิ่งกวงเยี่ยก็ถอนหายใจยาวเหยียด
เงยหน้ามองไป๋เย่หาน “หานอ๋อง พ่อขอถามเจ้าคำหนึ่ง เจ้ามั่นใจจริง ๆ หรือว่าเฉินเฉินและเยว่เยว่เป็นลูกของเจ้า”
ทันทีที่กล่าวเช่นนี้ ราวกับว่าทะเลสาบที่นิ่งสงบถูกระเบิดในทันใด
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วเป็นปม มองไปทางหลิวหรูเยว่อย่างเย็นชาแวบหนึ่ง และกล่าวตอบเสียงเย็น “เสด็จพ่อ เฉินเฉินและเยว่เยว่ย่อมเป็นลูกของข้าอย่างแน่นอน ลูกไม่รู้ว่าพระองค์ทรงได้ยินเรื่องไร้สาระนี้มาจากที่ใด แต่ลูกสามารถยืนยันได้ว่านี่เป็นการใส่ร้ายของคนทรยศ!”
ไป๋เย่หานผู้ชาญฉลาด เพียงสายตาเดียวก็มองออกว่านี่คือแผนการของหลิวหรูเยว่
หลิวหรูเยว่กระวนกระวายทันที “ท่านอ๋อง! ฝ่าบาททรงหวังดีกับท่านนะเพคะ ท่านอย่าได้ถูกหลอกเสียจนตามืดบอดเลย!”
“นั่นน่ะสิ! หานอ๋อง!” พระสนมเฉินชี้แนะอย่างจริงใจ “เด็กสองคนนี้เกิดมาหลังจากเจ้าไปออกรบ อีกทั้งก่อนเจ้าจะจากไป ก็ไม่รู้ว่านางตั้งครรภ์ ไม่แน่ว่านางอาจจะกระทำเรื่องไม่สมควรกับผู้อื่นก็เป็นได้ จึงได้มีลูกโดยที่ไม่รู้เช่นนี้!”
“พอได้แล้ว!” ไป๋เย่หานตะคอกเสียงเย็น ขัดจังหวะคำพูดของพระสนมเฉิน
พระสนมเฉินเห็นเช่นนั้นตื่นตกใจในทันที ตั้งแต่พวกเขาแม่ลูกได้พบกัน ไป๋เย่หานไม่เคยพูดกับนางเสียงดังเช่นนี้มาก่อนเลย
แต่ตอนนี้เขากลับข่มขู่มารดาของตนเพียงเพื่อหญิงคนเดียว
พระสนมเฉินยิ่งคับข้องใจ “หานอ๋อง… เหตุใดเจ้า… เหตุใดเจ้าจึงพูดจาเช่นนี้กับข้า…”
“พระมารดา การที่ท่านทำเช่นนี้เป็นการดูหมิ่นชิงหลันนะขอรับ!” ไป๋เย่หานพูดเสียงดัง “เฉินเฉินและเยว่เยว่เป็นลูกของข้า เรื่องนี้ข้ารู้ดีที่สุด!”
ในตอนนั้นเอง ซ่งชิงหลันที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะออกมา
หลิวหรูเยว่เห็นไป๋เย่หานปกป้องนางเพียงนั้น นางที่ยังใจเย็นอยู่ก่อนหน้านี้ อดไม่ได้ที่จะลนลาน “ซ่งชิงหลัน! เจ้ายังมีหน้ามาหัวเราะอีกหรือ”
“หากข้าไม่หัวเราะ จะให้ร้องไห้หรืออย่างไร” ซ่งชิงหลันเหลือบมองนางแวบหนึ่ง และเอ่ยถามกลับ “เห็นพวกท่านกล่าวกันเสียดูดี บางที คงจะมีหลักฐานที่แน่นหนาแล้วกระมัง แต่ข้ากลับสงสัยอย่างมากว่าพวกท่านจะเอาหลักฐานอันใดออกมาแสดง”
“ฮ่า ฮ่า…” หลิวหรูเยว่หัวเราะอย่างพึงพอใจ “ซ่งชิงหลัน ตอนนี้ฝ่าบาทและพระสนมเฉินยังทรงไว้หน้าเจ้า หากเจ้ายอมรับความผิดก็ยังมีชีวิตรอดไปได้ แต่หากเจ้ายังคงดึงดันไม่ยอมรับ ก็อย่าเสียดายแล้วกัน!”
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้ว “ข้ากลับอยากรู้มากเหลือเกิน คุณหนูหลิวกลายเป็นโฆษกประจำตัวของฝ่าบาทตั้งแต่เมื่อไรกัน จึงได้มาตัดสินใจแทนฝ่าบาทเช่นนี้”
คำพูดที่นางกล่าวออกไปเช่นนั้น โทษฐานนั้นไม่ใช่น้อย ๆ เลย
หลิวหรูเยว่มีเหงื่อเย็นไหลออกมาทันที ต้องโทษที่นางอยากเอาชนะซ่งชิงหลันมากไป จึงได้อวดดีไปครู่หนึ่ง นางจึงแก้ตัวอย่างใจร้อน
ส่วนพระสนมเฉินที่อยู่ข้าง ๆ รีบอธิบายแทนนาง “เรื่องนี้เป็นหรูเยว่ที่รู้เรื่องนำมาบอกข้า นางย่อมพูดเช่นนั้นได้”