ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 370 สายเลือดของราชวงศ์จะละเลยเป็นไม่ได้
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 370 สายเลือดของราชวงศ์จะละเลยเป็นไม่ได้
บทที่ 370 สายเลือดของราชวงศ์จะละเลยเป็นไม่ได้
จิ่งกวงเยี่ยพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “ที่แม่นางซ่งกล่าวมีเหตุผล อย่างไรก็ต้องมีการยืนยัน สายเลือดของราชวงศ์จะละเลยเป็นไม่ได้ จะต้องตรวจสอบให้แน่ชัด”
เพียงหลิวหรูเยว่ได้ฟังก็เป็นกังวลใจขึ้นมา
ตอนนี้องค์จักรพรรดิยังไม่ได้ตัดสินใจ นี่ถ้าหากจะต้องการสืบสวนขึ้นมาจริง ๆ ผู้ใดจะรู้ว่าจะสืบสาวราวเรื่องไปถึงตอนไหน
อีกอย่าง เป็นไปได้มากว่าระหว่างนี้จะถูกคนวางแผนอันใดได้ เช่นนั้นทุกสิ่งที่นางลงแรงใจจัดการมาก็จะเสียเปล่าน่ะสิ
หลิวหรูเยว่กัดฟัน และเอ่ยปาก “ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันมีวิธีหนึ่ง ที่จะรู้ได้ในทันทีว่าเด็กสองคนนี้เป็นบุตรของท่านอ๋องจริงหรือไม่เพคะ”
ซ่งชิงหลันมองท่าทางสุภาพเช่นนั้นของนาง อดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะแล้วกล่าว “วิธีที่คุณหนูหลิวว่าคงไม่ใช่การหยดเลือดลงน้ำเพื่อพิสูจน์เครือญาติกระมัง”
วิธีการนี้เรียกได้ว่าไม่ต้องคาดเดาเลยแม้แต่น้อย ต่อให้นางใช้นิ้วเท้าก็ยังเดาออก การแก่งแย่งในวังหลวงก็มีวิธีอยู่เพียงไม่กี่อย่างจริง ๆ
หลิวหรูเยว่เลิกคิ้ว มุมปากยกขึ้นเผยรอยยิ้มเหยียดหยัน “เหตุใดหรือ แม่นางซ่งกลัวหรืออย่างไร ไม่กล้าใช่หรือไม่”
“เหอะ ข้าบอกไปแล้ว ว่าข้าตัวตรงไม่หวั่นเงาเฉเฉียง ไม่ว่าท่านจะใช้วิธีการใด สุดท้ายผลก็จะเหมือนเดิม ไม่มีทางเป็นไปตามที่ท่านต้องการ”
การหยดเลือดเพื่อพิสูจน์เครือญาตินั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ซ่งชิงหลันไม่หวาดกลัวอยู่แล้ว
หากแต่สีหน้าของหลิวหรูเยว่นั้นดูไม่เต็มใจ นางกล่าวพลางหัวเราะเยาะ “เช่นนั้นก็มาลองดูกันเถิด!”
พระสนมเฉินที่อยู่ข้าง ๆ เพียงได้ยินเรื่องการหยดเลือดพิสูจน์เครือญาติ ยังคงรู้สึกว่าไม่ควรนัก “นี่ต้องเจาะเอาเลือดของหานอ๋อง ไม่ดีเท่าไรกระมัง…”
หลิวหรูเยว่ย่อมรู้ว่านางกำลังกังวลสิ่งใด จึงรีบอธิบายอย่างเข้าอกเข้าใจ “พระสนมเฉินเพคะ วางใจเถิดเพคะ ท่านอ๋องนั้นฐานะสูงส่ง ย่อมไม่อาจทำให้เขาต้องเสียเลือดได้ ในเมื่อพวกเราก็รู้แล้วว่าบิดาของเด็กเป็นผู้ใด เช่นนั้นก็ตรวจสอบด้วยเลือดของเด็กทั้งสองคนกับเลือดของอู่ต้าหย่งเป็นใช้ได้เพคะ”
เพียงพระสนมเฉินได้ฟังก็พยักหน้าทันที กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “หรูเยว่ เจ้านั้นเป็นเด็กสาวที่ฉลาดจริง ๆ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็รีบตรวจสอบเถิด ฝ่าบาทเพคะ พระองค์ทรงคิดเห็นอย่างไรเพคะ”
จิ่งกวงเยี่ยเองก็พยักหน้า “ทดสอบดูเถิด”
รู้ความจริงเร็วย่อมดี จะได้ไม่มีปัญหามาก
จากนั้นก็มีนางข้าหลวงคนหนึ่งยกเอาอ่างน้ำสะอาดเข้ามา
ซ่งชิงหลันมองเด็กน่ารักทั้งสองคนก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาเล็กน้อย
คนที่เป็นแม่เท่านั้นจึงจะเข้าใจในความรู้สึกที่ไม่อยากให้ลูกต้องเจ็บปวดได้
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วกังวล มองซ่งชิงหลันด้วยใบหน้าเป็นห่วง
จากนั้นก็ใช้น้ำเสียงที่ได้ยินเพียงสองคน “ข้าเชื่อ เฉินเฉินและเยว่เยว่เป็นลูกของข้า เราไม่มีความจำเป็นต้องทำสิ่งนี้ ข้าจะพาพวกเจ้ากลับเอง”
“ไม่ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ทำได้เพียงทำต่อไปเท่านั้น” ซ่งชิงหลันตอบเสียงเบา
ตอนนี้เรื่องราวถูกโยงไปถึงอู่ต้าหย่ง หากพวกเขาจากไปเช่นนี้ ความสงสัยในตัวอู่ต้าหย่งก็จะไม่มีทางคลี่คลาย อนาคตของเขาคงจะต้องถูกทำลาย
ก่อนหน้านี้เขาเคยช่วยพวกนางมามากมาย นางจะทำร้ายเขาไม่ได้
ในตอนนั้นเอง อยู่ ๆ ซ่งซิงเฉินตัวน้อยก็กล่าวออกมา “ท่านแม่ ใช้เลือดของข้าเถิด เยว่เยว่กลัวเจ็บ ข้าไม่กลัว”
ซ่งซิงเยว่รีบดึงมือเล็กของเขาเอาไว้ เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “เฉินเฉิน เจ้าดีเหลือเกิน ต่อไปข้าจะไม่เถียงกับเจ้าแล้ว”
“เฉินเฉิน ไม่ต้องกลัว แม่จะอยู่กับเจ้าเสมอ”
ซ่งชิงหลันอุ้มซ่งซิงเฉินขึ้นมา จากนั้นหยิบเอาเข็มเงินออกมาเอง ทิ่มเข้าไปที่นิ้วของเขาแผลหนึ่ง นำเลือดสดหนึ่งหยดหยดลงไปบนน้ำสะอาด
อู่ต้าหย่งมองซ่งชิงหลันแวบหนึ่ง จากนั้นก็กัดนิ้วโดยไม่ลังเล นำเลือดของตัวเองหยดลงไปในน้ำสะอาดเช่นกัน
จากนั้นทุกคนก็พากันมามุงดู รวมถึงจิ่งกวงเยี่ยด้วย
ทุกคนล้วนจ้องเขม็ง มองเลือดสองหยดในน้ำสะอาดที่ค่อย ๆ รวมเข้าด้วยกัน!
อู่ต้าหย่งตกใจเสียจนตาสองข้างเบิกกว้างทันที กล่าวด้วยใบหน้าไม่อยากเชื่อ “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้! ฝ่าบาท! นี่เป็นไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ…”
เขามองจิ่งกวงเยี่ยอย่างจริงใจ หวังว่าเขาจะเชื่อใจตนเพียงพอ หรือพูดให้ถูก เขาเองก็หวังว่าองค์จักรพรรดิจะเชื่อใจซ่งชิงหลันมากพอเช่นกัน
ส่วนหลิวหรูเยว่ราวกับว่านางจะรู้ถึงผลลัพธ์ดังกล่าวมาตั้งนานแล้ว
นางมองซ่งชิงหลันด้วยใบหน้าพึงพอใจ กล่าวอย่างยกตนข่มท่าน “เป็นอย่างไรเล่า ซ่งชิงหลัน ความจริงก็อยู่ตรงหน้าแล้ว พวกเขานั้นเป็นลูกของเจ้ากับอู่ต้าหย่ง เจ้ายังมีสิ่งใดจะแก้ตัวอีก”
ซ่งชิงหลันกลับดูไม่รีบร้อน นางเดาออกตั้งแต่แรกแล้วว่าจะเป็นเช่นนี้
ถ้าหากเลือดสองหยดไม่หลอมรวมเข้าด้วยกันสิ นางจึงจะแปลกใจ
นางค่อย ๆ หันหน้ามา มองแววตาเย็นชาของไป๋เย่หานด้วยสีหน้าจริงจัง และกล่าวถามเสียงเบา “ไป๋เย่หาน ข้าจะถามท่านเพียงคำเดียว ท่านเชื่อใจข้าหรือไม่”
กล่าวจบ นางก็คาดหวังอย่างหวาดหวั่น
นางเองก็ไม่มั่นใจ ‘เรื่องจริง’ ที่มาอยู่ตรงหน้านี้ เขาจะยังคงยืนอยู่ข้างตนอย่างแน่วแน่หรือไม่
ไป๋เย่หานยกยิ้มมุมปาก เผยรอยยิ้มร้ายออกมา ริมฝีปากบางเปิดออกเล็กน้อย เอ่ยออกมาเบา ๆ เพียงคำเดียว “เชื่อ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม เพียงประโยคนี้ก็เพียงพอแล้ว
แต่ในตอนนี้ พระสนมเฉินที่อยู่ข้าง ๆ กลับกระวนกระวายขึ้นมาเสียอย่างนั้น
นางดึงมือไป๋เย่หานไว้ทันที พยายามจะลากเขากลับมาสู่ความเป็นจริง เกลี้ยกล่อมไม่ยอมหยุด “หานอ๋อง! เจ้าตื่นเสียทีเถิด! ความจริงมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ลูกสองคนของเจ้านั้นที่แท้ไม่ใช่ลูกเจ้า เจ้าอย่าได้ถูกหญิงงามผู้นี้หลอกเอาได้สิ!”
หลิวหรูเยว่เองก็รีบกล่าว “นั่นสิเจ้าคะ! ท่านอ๋อง! หญิงที่ไร้ความละอาย มีสามีแล้วแต่ไม่สำรวมตนเช่นนี้ เหตุใดท่านจึง…”
ซ่งชิงหลันมีท่าทางสบาย ๆ มองหญิงทั้งสองที่ดูร้อนใจ ทันใดนั้นยิ้มออกมา “การหยดเลือดพิสูจน์เครือญาตินี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ ข้าเองก็ขอลองดูหน่อยสิ”
กล่าวจบ ซ่งชิงหลันก็เจาะตัวเองเข็มหนึ่ง บีบเอาเลือดหยดหนึ่งออกมาแล้วหยดลงไปในชามอีกใบหนึ่งที่ใส่น้ำเช่นเดียวกัน
ไป๋เย่หานอยากจะห้ามก็ไม่ทันแล้ว เขานั้นทำใจให้พระชายาต้องเจ็บไม่ได้
ทุกคนล้วนมองการกระทำของนางอย่างตื่นตกใจ
ในตอนที่ทุกคนล้วนมีสีหน้างุนงง นางก็ถือโอกาสคว้าเอามือของหลิวหรูเยว่แล้วรีบเล็งเข็มเจาะลงไปที่ปลายนิ้วของนางโดยที่นางยังไม่ทันได้ตั้งตัว
“โอ๊ย! ซ่งชิงหลัน! เจ้าจะทำอันใด!” หลิวหรูเยว่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด มองซ่งชิงหลันอย่างดุร้าย
ซ่งชิงหลันยิ้มใสซื่อ กล่าวเบา ๆ “แน่นอนว่าต้องเป็นการหยดเลือดพิสูจน์เครือญาติอย่างไรเล่า!”
กล่าวจบ นางก็บีบเค้นนิ้วของหลิวหรูเยว่อย่างแรง บีบเอาเลือดที่ปลายนิ้วของนางออกมาแล้วหยดลงไปในชามใบเดียวกัน จากนั้นจึงปล่อยมือนาง
หลิวหรูเยว่รีบชักมือตนกลับมา นางเจ็บเสียจนน้ำตาแทบไหล ถลึงตามองซ่งชิงหลันแล้วกล่าว “ซ่งชิงหลัน! เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ! ข้ากับเจ้าทดสอบเลือดกันแล้วจะออกมาเป็นอย่างไรได้!”
ทันทีที่สิ้นเสียงของนาง เลือดของนางและซ่งชิงหลันก็หลอมเข้าหากันภายใต้การจ้องมองของทุกคน!
หลิวหรูเยว่ใบหน้าตกตะลึงราวกับกินใบหวงเหลียน[1]* ขมขื่นจนพูดไม่ออก นางกล่าวด้วยเสียงสั่น “เหตุใดจึง… เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้”
ซ่งชิงหลันยิ้มออกมา ต้องใช้วิธีของฝ่ายตรงข้ามมาตอบโต้ สินะ “คุณหนูหลิว ความจริงปรากฏตรงหน้าแล้ว เช่นนั้นท่านเป็นแม่ข้าหรือ หรือว่าเป็นลูกสาวของข้ากัน”
[1] สมุนไพรที่มีรสขม