ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 377 เจ้าไม่ต้องมาแตะต้องข้า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 377 เจ้าไม่ต้องมาแตะต้องข้า
บทที่ 377 เจ้าไม่ต้องมาแตะต้องข้า
ทันทีที่หลิวหรูเยว่ได้ยินเสียงนี้ดังขึ้น นางรู้สึกชาวาบไปทั้งหนังศีรษะ แทบจะอาเจียนออกมาหมดไส้หมดพุง นางตัวสั่นก่อนจะค่อย ๆ เบือนหน้าหนี เพราะไม่อยากที่จะเห็นใบหน้านั่น
หลิวฮ่าวหมิงขมวดคิ้ว มองจิ่งเทียนสิงแล้วเอ่ยถาม “ท่านลี่อ๋อง เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่?”
จิ่งเทียนสิงมองหลิวหรูเยว่อย่างมีเลศนัย ทิ้งท้ายไว้เพียงหนึ่งประโยค “เรื่องนี้ เจ้าถามน้องสาวเจ้าดูสิ”
สิ้นคำ เขาก็กระชับเสื้อผ้าของตน ก่อนจะเดินจากไปด้วยท่วงท่าสง่างาม
ในฐานะบุรุษ หลิวฮ่าวหมิงเห็นสีหน้าพึงพอใจของอีกฝ่าย จึงหันมามองสีหน้าอับอายของน้องสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า ในใจคาดเดาได้แปดถึงเก้าส่วนแล้ว
ดวงตาของเขาเข้มขึ้นมองหลิวหรูเยว่แล้วเอ่ย “เยว่เอ๋อร์…”
“ท่านพี่… ไม่ต้องเอ่ยแล้ว ไม่มีสิ่งใดต้องถามทั้งสิ้น… ตอนนี้ข้าเพียงอยากกลับบ้าน…” ก่อนที่หลิวฮ่าวหมิงจะเอ่ยจบ หลิวหรูเยว่ก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน
เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “ได้ ไปเถิด พวกเรากลับบ้านกัน”
ขณะที่เอ่ยก็เอื้อมมือออกไปหมายจะจับแขนน้องสาว
ทว่านางกลับผลักเขาออกด้วยความตื่นตระหนก ขณะเดียวกันก็กรีดร้องออกมา “ไม่ต้อง! ไม่ต้องมาแตะข้า!”
หลิวหรูเยว่ใช้สองแขนกอดร่างตนเองไว้แน่น
เห็นอีกฝ่ายเป็นเช่นนี้ ชิงเถาจึงรีบก้าวออกมาทันที “คุณหนู? ท่านเป็นอันใดไปเจ้าคะ?”
“ชิงเถา! ชิงเถา… เร็วเข้า! รีบพาข้ากลับจวน! เร็วสิ!” หลิวหรูเยว่คว้าแขนของชิงเถาอย่างตื่นตระหนก ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิงวอน
ชิงเถาหวาดกลัวการตอบสนองเช่นนี้ของอีกฝ่ายทันที นางส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางหลิวฮ่าวหมิง “นายน้อย จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?”
คนถูกถามหรี่ตาลง เอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ “รีบพานางกลับไป”
“เจ้าค่ะ” สิ้นคำสั่ง ชิงเถาก็วาดแขนพยุงผู้เป็นนายลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็ว
หลิวฮ่าวหมิงจ้องรอยช้ำบนร่างกายของน้องสาว ในใจเขาทั้งเจ็บปวดและกังวล เขามีน้องสาวเพียงคนเดียว ทั้งยังรักใคร่และเห็นนางเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ นึกไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น!
เขาลอบกำหมัดแน่น กล่าวอยู่ในใจ ‘ข้าจะทวงความยุติธรรมให้เจ้าอย่างแน่นอน!’
เมื่อนึกขึ้นได้ หลิวฮ่าวหมิงก็หันไปมองรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก โชคยังดีที่ในเวลานี้เรือนพุดตานไม่มีแขกมากนักจึงไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีความผิดพลาดใด ๆ อีก เขาก็รีบร้อนไปหาเถ้าแก่เพื่อจัดเตรียมทุกอย่าง จากนั้นจึงออกจากที่แห่งนี้ด้วยจิตใจที่สงบลงได้
เมื่อแน่ใจว่าหลิวฮ่าวหมิงจากไปแล้ว ซ่งชิงหลันถึงได้เปิดประตูห้องข้าง ๆ และเดินออกมาพร้อมกับอู่เชียนเชียน
ถึงตอนนี้ เถ้าแก่เรือนพุดตานจึงเดินเข้ามาหา แย้มยิ้มออกมาอย่างนอบน้อมแล้วเอ่ย “แม่นางซ่ง”
“ท่านทำได้ดีมาก นี่เป็นรางวัลที่ข้ารับปากไว้” ซ่งชิงหลันกล่าวพลางหยิบตั๋วเงินออกมาจากอกของนางอย่างไม่รีบร้อนและยื่นให้เถ้าแก่
อีกฝ่ายเหลือบมองจำนวนเงินบนตั๋วเงินฉบับนั้น พลันยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ ทว่าเขายังคงขมวดคิ้วอย่างเป็นกังวล และเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “แม่นางซ่ง อย่างไรเสียเรื่องของคุณหนูหลิวและท่านลี่อ๋องก็เกิดขึ้นในสถานที่ของข้า หากพวกเขามาสร้างความเดือดร้อนให้ข้า เช่นนั้นข้าควรทำเช่นไรขอรับ?”
ซ่งชิงหลันยกยิ้มมุมปาก นางกล่าว “ท่านวางใจเถิด ตระกูลหลิวยังเกรงว่าจะมีคนรู้เรื่องนี้ พวกเขาจะต้องหาทางปิดบังซ่อนเร้นไว้เป็นแน่ ส่วนท่านลี่อ๋อง เกรงว่าเขาจะต้องขอบคุณท่านเสียมากกว่า”
สิ้นคำ ซ่งชิงหลันพลันยักคิ้วให้เถ้าแก่อย่างมีเลศนัย
จิ่งเทียนสิงมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ เถ้าแก่เป็นคนฉลาดหลักแหลมย่อมสามารถเข้าใจเรื่องราวอย่างทะลุปรุโปร่งได้ง่าย ๆ เขาเข้าใจความนัยที่นางสื่อถึง
เถ้าแก่พยักหน้าน้อย ๆ พร้อมรอยยิ้ม “เช่นนั้น แม่นางซ่งค่อย ๆ เดินนะขอรับ”
ดวงตาคู่งามของซ่งชิงหลันมองไปรอบ ๆ พิจารณาเรือนพุดตานที่ตกแต่งอย่างหรูหราทว่าให้ความรู้สึกคลุมเครือ นางเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ “เรือนพุดตานของท่านเยี่ยมยอดนัก หากข้ามีเวลาจะมาเที่ยวเล่นแล้วกัน”
กล่าวจบ นางก็จากไปพร้อมกับอู่เชียนเชียน
ทั้งสองคนเดินพลางพูดคุยหัวเราะกลับไปยังจวนแม่ทัพ ทันทีที่มาถึงประตูก็เห็นไป๋เย่หานยืนหน้านิ่งอยู่ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรออยู่นานมากแล้ว
ไป๋เย่หานยกเปลือกตาขึ้น มองตรงมาที่ซ่งชิงหลันแล้วเอ่ย “กลับมาแล้วหรือ?”
คนถูกถามชะงักไปชั่วขณะ พยักหน้าน้อย ๆ เอ่ยตอบ “อืม”
อู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ เห็นบรรยากาศคุกรุ่นระหว่างทั้งสองขณะพูดคุยจึงหาข้ออ้างปลีกตัวออกไปอย่างเฉลียวฉลาด “เอ่อ อยู่ ๆ ข้าก็นึกขึ้นได้ว่าท่านพ่อยังรอให้ข้ากลับไปที่บ้าน เช่นนั้น… พี่ชิงหลัน ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ”
กล่าวจบ นางก็ขยิบตาให้ซ่งชิงหลัน แล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ซ่งชิงหลันพยักหน้าเอ่ย “ไปเถิด”
เมื่ออู่เชียนเชียนกลับไปแล้ว ซ่งชิงหลันก็เดินขึ้นบันไดไปหาไป๋เย่หาน
อีกฝ่ายหรี่ตาลง เอ่ยถามขึ้น “พระชายา เจ้าไปที่ใดมาหรือ?”
คนถูกถามเลิกคิ้วแล้วแย้มยิ้มบาง “มิใช่ว่าท่านทราบแล้วหรือ? รู้แล้วเหตุใดยังถามอีกเล่าเจ้าคะ”
“เฮ้อ…” หานอ๋องถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เผยรอยยิ้มเอาอกเอาใจอย่างจนปัญญาออกมา ถามขึ้นเบา ๆ “เล่นสนุกพอแล้วหรือไม่?”
ในตอนที่ซ่งชิงหลันคิดอุบายนี้ขึ้นมาได้ นางก็ไม่ได้คิดจะปิดบังเขา แต่ที่นางไม่พูดเป็นเพราะรู้ว่าอย่างไรเขาก็ย่อมมีวิธีรู้ได้อยู่ดี
เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมา
คนถูกถามพยักหน้ายิ้ม ๆ แล้วจึงเอ่ย “อืม สนุกมากเจ้าค่ะ จริงสิ ลี่อ๋องยังกล่าวอีกว่าท่านน่ะไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผา!”
“ข้ารู้จักรักหยกถนอมบุปผาเพียงพระชายา สิ่งอื่นใดล้วนเป็นเพียงเมฆเลื่อนลอย”
“ฮ่าฮ่า… คำพูดของท่านอ๋องหวานจริง ๆ เจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันหัวเราะอย่างมีความสุข จากนั้นจึงขยับเข้าไปใกล้ ๆ อีกฝ่าย และเอ่ยกระซิบเบา ๆ “เช่นนั้น ลี่อ๋องจะมาสร้างปัญหาให้ท่านหรือไม่เจ้าคะ?”
เขามองนางแล้วเลิกคิ้ว เอ่ยเย้าแหย่ “ยามนี้รู้จักกังวลแล้วหรือ?”
“ข้าไม่ได้เป็นห่วงท่าน ข้าเชื่อว่าท่านจะต้องมีวิธีจัดการเขาเป็นแน่ ใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
การยกยอปอปั้นของซ่งชิงหลันถึงกับทำให้เขาตะลึงงัน
เป็นดังคาด เขาถูกพระชายาควบคุมได้อย่างอยู่หมัด
หานอ๋องเผยสีหน้ารักใคร่เอ็นดูนางออกมา เขาถูจมูกบอบบางเล็ก ๆ ของ อีกฝ่ายแล้วเอ่ย “วางใจเถิด เรื่องนี้ข้ามีทางออก”
ซ่งชิงหลันหัวเราะออกมาทันที โน้มใบหน้าไปจูบแก้มของอีกฝ่ายทีหนึ่ง “ขอบคุณท่านมาก เช่นนั้นข้ากลับไปพักผ่อนก่อนนะ”
เมื่อนึกถึงเสียงร้องของชายหญิงสุนัขคู่นั้น นางก็ต้องขอกลับห้องไปสงบจิตใจเสียหน่อย
ไป๋เย่หานมองตามหลังพระชายาของตนเอง เขาหัวเราะออกมา ก่อนจะหันหลังกลับไปยังจวนอ๋อง
นางก่อเรื่อง เขาก็หัวเราะ อีกทั้งยังต้องช่วยนางเก็บกวาดเรื่องวุ่นวายอีก เป็นเช่นนั้นเสมอ
ทันทีที่เข้าไปในจวน หานเฟยก็ออกมาต้อนรับ
ไป๋เย่หานปรายตามองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยถาม “จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”
“ขอรับ” หานเฟยพยักหน้า “เด็กรับใช้ที่พระชายาให้ไปถ่ายทอดคำพูดให้ ตอนนี้อยู่ในที่ที่ไม่มีผู้ใดหาพบแล้วขอรับ”
ไป๋เย่หานพยักหน้า “ทางด้านลี่อ๋องเล่า?”
“ผู้ที่ติดตามไปแจ้งมาว่าท่านลี่อ๋องตรงเข้าไปในวังขอรับ”
“หืม?” หานอ๋องค่อนข้างประหลาดใจ เขาเลิกคิ้วเอ่ยขึ้น “ดูเหมือนลี่อ๋องจะพึงพอใจคุณหนูหลิวเป็นอย่างมาก”
“นั่นสิขอรับ พวกเขาสองคนก็เหมือนกาเข้าฝูงกา หงส์เข้าฝูงหงส์ เป็นปลาข้องเดียวกัน”
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วมองรองแม่ทัพด้วยสีหน้าเยือกเย็น
หานเฟยผู้ไม่รู้อันใด รู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา เขาเอ่ยถามขึ้น “ท่านอ๋อง มีอันใดหรือขอรับ?”
“เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่า เจ้ายิ่งพูดยิ่งเหมือนพระชายาเล่า?”
“ฮ่าฮ่า… นั่นเป็นเพราะพระชายาสอนมาดีขอรับ…”