ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 379 หากเจ้าไม่แต่ง ก็ถือว่าฝ่าฝืนราชโองการ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 379 หากเจ้าไม่แต่ง ก็ถือว่าฝ่าฝืนราชโองการ
บทที่ 379 หากเจ้าไม่แต่ง ก็ถือว่าฝ่าฝืนราชโองการ
หลิวหรูเยว่อาบน้ำหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว นางขัดร่างกายตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังรู้สึกว่าสกปรกอยู่
ชิงเถาที่คอยรับใช้อยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นว่าในอ่างอาบน้ำปรากฏสีเลือดก็เงยหน้าขึ้นมองคุณหนูหลิวที่ขัดผิวของตนเสียจนหนังลอกออกมาชั้นหนึ่ง แม้จะมีเลือดซึมออกมา อีกฝ่ายก็ยังไม่รู้สึกเจ็บปวด
ชิงเถาตกใจเสียจนหน้าซีด กล่าวอย่างตื่นตระหนก “คุณหนู!”
นางพยายามดึงหลิวหรูเยว่ออกมาจากอ่างอาบน้ำอย่างสุดความสามารถ เช็ดตัวให้ผู้เป็นนายอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสะอาดให้
ยามนี้หลิวหรูเยว่ไม่ต่างจากหุ่นเชิดที่ไร้ความรู้สึก ปล่อยให้ชิงเถาทำสิ่งใดก็ได้กับร่างกายตน
ชิงเถาเห็นท่าทางไร้อารมณ์ของอีกฝ่ายแล้ว ในใจก็หวาดกลัวและเศร้าโศกยิ่งกว่าเดิม นางยินดีให้หลิวหรูเยว่ตีและดุด่าเสียยังจะดีกว่าไม่พูดไม่จาดังเช่นตอนนี้
ชิงเถาร้องไห้ออกมาอย่างกระวนกระวาย “คุณหนู ท่านอย่าเป็นเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ เรื่องนี้ต้องโทษข้า เป็นข้าที่ไม่สืบดูให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นท่านก็คงไม่ต้องไปเรือนพุดตาน ถ้าหากท่านไม่ไปเรือนพุดตาน ก็คงไม่เกิดเรื่อง! ข้าผิดเอง! ข้าเองที่ไม่ดี!”
นางกล่าวพลางตบตนเองไปด้วย
หลิวหรูเยว่มองบ่าวรับใช้ด้วยสีหน้านิ่งเฉย ไม่มีทีท่าว่าจะเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายหยุด
ดังนั้นใบหน้าของชิงเถาที่ถูกตบจึงยิ่งบวมแดงขึ้นเรื่อย ๆ
ในตอนนั้นเอง เสียงพ่อบ้านก็ดังมาจากนอกประตู “คุณหนู นายท่านกลับมาจากวังหลวงแล้วขอรับ”
ฟังจบ สีหน้าหม่นหมองของหลิวหรูเยว่ก็กระตุก
นางมองชิงเถาอย่างเย็นชา “เอาเถิด พอแล้ว”
อีกฝ่ายจึงได้หยุดมือ ตอนนี้ใบหน้านางบวมเสียจนเหมือนหมั่นโถว พูดจาก็ไม่ชัดนัก “ขอบ… ขอบคุณเจ้าค่ะ… คุณหนู…”
หลิวหรูเยว่ยืนขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ไปที่ห้องตำราให้ข้าที”
หลิวฮ่าวหมิงรู้ว่าหลิวหงเหวินกลับมาแล้วก็รีบตรงมาที่ห้องตำราเช่นกัน เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ “ฝ่าบาททรงเรียกท่านเข้าวังก็เพื่อคุยเรื่องเยว่เอ๋อร์หรือขอรับ”
“อืม…” หลิวหงเหวินพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“เช่นนั้น ฝ่าบาทตรัสว่าอย่างไรขอรับ”
หลิวหงเหวินหยิบเอาน้ำชาบนโต๊ะขึ้นมาดื่มอย่างช้า ๆ อึกหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าว “ฝ่าบาทมีราชโองการพระราชทานงานแต่งให้ลี่อ๋องและเยว่เอ๋อร์แล้ว อีกไม่กี่วันก็ต้องแต่งงาน”
“อันใดกัน แค่นั้นเองหรือ” หลิวฮ่าวหมิงโมโหขึ้นมาทันที
หลิวหงเหวินถลึงตาใส่เขา “เช่นนั้นเจ้าจะให้ทำอย่างไร เขาเป็นฮ่องเต้นะ! อีกอย่าง ฝ่าบาทเองก็ทรงต่อว่าลี่อ๋องต่อหน้าข้าชุดหนึ่ง อีกทั้งยังสั่งห้ามมิให้ผู้ใดพูดถึงเรื่องเรือนพุดตานอีก เยว่เอ๋อร์เองก็ได้แต่งเข้าไปเป็นพระชายาของลี่อ๋องอย่างถูกต้อง ฝ่าบาททำเช่นนี้ ก็ถือว่าไว้หน้าพวกเรามากแล้ว”
“แต่เยว่เอ๋อร์นาง…”
ทันใดนั้น ประตูห้องตำราก็ถูกเปิดออก ‘ปัง!’
หลิวหรูเยว่เดินตรงเข้ามา กล่าวอย่างหนักแน่นด้วยเสียงเย็นชา “ข้าไม่แต่ง!”
หลิวหงเหวินหันหน้าไปมองบุตรสาวของตน ท่าทางเจ็บปวดเช่นนั้นทำให้เขาทั้งจนปัญญาและปวดใจมาก
เขาถอนหายใจยาวแล้วกล่าว “เยว่เอ๋อร์ มีราชโองการออกมาแล้ว ถ้าหากเจ้าไม่แต่ง เช่นนั้นก็จะเป็นการฝ่าฝืนราชโองการ นี่เป็นโทษสถานหนักถึงขนาดถูกตัดหัวได้เลย!”
หลิวหรูเยว่ตาแดง “ท่านพ่อหมายความว่า ไม่ว่าข้าจะอยากแต่งหรือไม่ก็ต้องแต่งอยู่ดี ใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ผู้เป็นบิดาก้มหน้าลง ไม่ได้กล่าวอันใดอีก
หลิวหรูเยว่โค้งมุมปากขึ้นมา เผยรอยยิ้มขมขื่น กล่าวเสียงเบา “หรือว่าชะตาของลูกจะต้องถูกผู้อื่นกำหนดได้ตามใจหรืออย่างไร”
กล่าวจบ หยาดน้ำสีใสก็ไหลออกมาจากดวงตาของนาง บ่งบอกถึงความคับแค้นใจอย่างไร้ที่สิ้นสุด
หลิวหงเหวินถอนหายใจ กล่าวอย่างจริงใจ “ในโลกนี้นั้น คนอ่อนแอต้องเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่งเสมอ ในบางครั้ง พวกเราก็ต้องจำยอมให้กับโชคชะตาที่ถูกกำหนดจริง ๆ แต่ขณะเดียวกันก็สามารถใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ฉวยโอกาสนี้เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาได้ด้วย ขอเพียงกลายเป็นคนยิ่งใหญ่ ก็จะรักษาดวงใจที่แท้จริงของตนได้ เยว่เอ๋อร์ ไม่แน่ว่าการแต่งงานกับลี่อ๋องอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของโชคชะตาเจ้าก็เป็นได้”
ในใจของพวกเขาล้วนรู้ดี เรื่องนี้ถูกกำหนดเป็นที่แน่นอนแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอันใดได้อีก
ดังนั้น หลิวหรูเยว่จึงสูดหายใจลึก หลับตาลงแล้วกล่าวทั้งน้ำตา “ได้ ข้าจะแต่ง”
กล่าวจบก็ลืมตาขึ้นทันที ตอนนี้ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้น นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แต่ข้ามีเงื่อนไขข้อหนึ่ง ท่านพ่อ ท่านพี่ ข้าจะต้องสืบให้แน่ชัดว่าผู้ใดที่ทำร้ายข้าเช่นนี้!”
…
ข่าวในเมืองหลวงนั้นแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก เรื่องที่หลิวหรูเยว่จะต้องแต่งงานเป็นพระชายาของลี่อ๋องกลายเป็นหัวข้อพูดคุยยามว่างของทุกคนทันที
ณ ภัตตาคารอวิ๋นหลาย
แขกที่มากินอาหารแปดในสิบโต๊ะล้วนพูดคุยกันถึงเรื่องนี้
“นี่ พวกเจ้าว่า ที่ฝ่าบาททรงมีราชโองการพระราชทานงานแต่งให้คุณหนูหลิวและลี่อ๋องนั้น มีความตั้งใจอันใดหรือไม่”
“เรื่องนี้ผู้ใดจะรู้เล่า ตอนนี้คุณหนูหลิวกลายเป็นพระชายาของลี่อ๋อง เช่นนั้นก็เห็นได้ชัดว่าอัครมหาเสนาบดีหลิวยืนอยู่ฝั่งลี่อ๋องแล้ว อำนาจของเขาทำให้ความหวังที่ลี่อ๋องจะได้ครองบัลลังก์มีมากขึ้นอีกขั้น”
“นั่นสิ! หมายความว่าฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยเลือกลี่อ๋องเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์แล้วหรือ”
“เช่นนั้นหานอ๋องจะทำอย่างไรเล่า หานอ๋องทำศึกโดดเด่น ครองใจผู้คนได้อย่างล้ำลึก ขุนนางในราชสำนักที่คอยสนับสนุนก็มีไม่น้อย มีเสียงมากมายที่ต้องการให้เขาสืบทอดบัลลังก์!”
“มีคนเรียกร้องมากมายแล้วจะมีประโยชน์อันใด เบื้องหลังลี่อ๋องมีพระมเหสี ตอนนี้ยังมีอำนาจของมหาเสนาบดีหลิวอีก เมื่อเทียบกันแล้วหานอ๋องยังด้อยกว่าอยู่เล็กน้อย นอกจากว่าหานอ๋องจะหาพระชายาที่มีอำนาจมากได้ เช่นนั้นก็จะได้มีโอกาสกลับมา!”
“แต่ข้าได้ยินข่าวอีกเรื่องหนึ่งมา ได้ยินว่าลี่อ๋องนั้นเข้าวังเพื่อไปขอพระราชทานงานแต่งจากฝ่าบาทด้วยตนเอง!”
“นี่ พูดถึงเรื่องนี้ ข้ายังได้ยินมาอีกว่า ก่อนหน้านี้คุณหนูหลิวนั้นชอบหานอ๋อง!”
“เช่นนั้นนางก็ควรแต่งงานกับหานอ๋องจึงจะถูก! เหตุใดจึงไปแต่งกับลี่อ๋องเสียเล่า”
“นั่นสิ! ความสัมพันธ์นี้ช่างซับซ้อนเกินไปแล้วกระมัง!”
“เช่นนั้นแล้ว ประชาชนตัวเล็ก ๆ อย่างเราฟังเอาสนุกก็พอ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของทางการเขาเลย!”
“ก็นั่นน่ะสิ…”
…
อู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ กระเทาะเมล็ดแตงพลางฟังพวกเขาพูดคุยกันไม่จบสิ้น จากนั้นก็มองไปยังซ่งชิงหลันที่อยู่ตรงหน้า กล่าว “คิดไม่ถึงจริง ๆ ลี่อ๋องแต่งนางเข้าไปเป็นพระชายา ข้านึกว่าคนอย่างเขาจะมีแต่เสเพลไปวัน ๆ เท่านั้น!”
ซ่งชิงหลันยิ้ม กล่าวหยอก “เช่นนั้นเราก็ถือว่าได้เป็นแม่สื่อแล้ว อีกอย่าง ลี่อ๋องจะแต่งเอานางไปเป็นพระชายาก็ไม่แปลก อย่างไรเสีย นางก็เป็นบุตรสาวของมหาเสนาบดี มีอำนาจสนับสนุนให้เขาแย่งชิงบัลลังก์ได้อย่างมาก”
“จริงด้วย!” อู่เชียนเชียนตบโต๊ะอย่างตื่นเต้น มองซ่งชิงหลันด้วยใบหน้าจริงจัง กล่าว “พี่ชิงหลัน ท่านไม่ห่วงสถานการณ์ของท่านอ๋องหรือเจ้าคะ”
อย่างไรเสียหานอ๋องก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่จะได้สืบทอดบัลลังก์
ซ่งชิงหลันยิ้มและเอ่ยออกไป “จะห่วงอันใดเล่า ท่านอ๋องของข้าไม่เคยคิดเรื่องบัลลังก์อยู่แล้ว ที่ข้าเป็นห่วงยิ่งกว่าก็คือ ได้ยินว่าลี่อ๋องมีหญิงงามอยู่ในเรือนด้านหลังนั้นอีกมากมาย คุณหนูหลิวชอบการแย่งชิงคนรักไม่ใช่หรือ นางเข้าจวนอ๋องครั้งนี้คงจะยุ่งทีเดียว”
อู่เชียนเชียนยิ้มอย่างมีเลศนัย เลิกคิ้วให้ซ่งชิงหลัน “พี่ชิงหลัน ท่านร้ายเหลือเกิน แต่ข้าชอบนะ ฮ่า ๆ…”