ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 381 อย่าได้ใจจนเกินไป
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 381 อย่าได้ใจจนเกินไป
บทที่ 381 อย่าได้ใจจนเกินไป
กลุ่มคนที่มาก่อเรื่องคิดไม่ถึงเลยว่าอู่เชียนเชียนและกู่ต้าหู่จะเก่งกาจเพียงนี้ พวกเขาเองท่องยุทธภพมาหลายปี แต่สุดท้ายต้องมาแพ้ให้หญิงสาวผมสีทองและเด็กหนุ่มคนหนึ่ง พูดแล้วก็น่าขายหน้าเสียจริง
แต่ถึงแม้จะขายหน้า ทว่าคนที่เก่งกาจคือผู้รู้สถานการณ์ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ตรงหน้าเสียเปรียบ พวกเขาก็พากันคุกเข่าขอความเห็นใจอย่างพร้อมเพรียง
“นายน้อยโปรดไว้ชีวิต! แม่นางโปรดไว้ชีวิต!”
คนพาลเมื่อครู่คุกเข่าลงก้มหัวขอความเห็นใจโดยพลัน ท่าทางเช่นนั้นทั้งตลกและน่าขัน
ขณะเดียวกันซ่งชิงหลันและหลี่ซิ่วซิ่วก็เดินออกมาจากด้านใน
“พี่ชิงหลัน ท่านว่ามาเถิด เราควรจัดการกับคนที่มาก่อเรื่องเหล่านี้อย่างไรดี” อู่เชียนเชียนเห็นซ่งชิงหลันก็เดินเข้าไปหาทันที
ซ่งชิงหลันหรี่ตามองพวกมันด้วยสายตาเย็นชา และกล่าว “ว่ามา ผู้ใดกันแน่ที่ส่งพวกเจ้ามาสร้างความวุ่นวายในร้านข้า”
คนที่เป็นหัวหน้าก้มหน้าลง กล่าวอย่างลำบากใจ “พวกข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นผู้ใดขอรับ พวกข้าเพียงถูกจ้างวานมา ขอแค่จ่ายเงินเพียงพอ พวกข้าก็สามารถทำได้ทุกอย่างขอรับ”
อู่เชียนเชียนได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายจึงโมโหขึ้นมา “พวกเจ้าช่างเห็นแก่ได้ วรยุทธ์ที่มีช่างเสียเปล่าจริง ๆ ขายหน้าเหลือเกิน!”
นางกวาดสายตาจากนั้นก็เอ่ยถาม “นอกจากคนผู้นั้นจะส่งพวกเจ้ามาสร้างความวุ่นวายแล้ว เขาได้บอกอันใดอีกหรือไม่”
“ไอ้หยา! จริงสิ! เหตุใดข้าจึงลืมเรื่องนี้ไปได้!” คนพูดตบศีรษะตนเองอย่างแรง จากนั้นก็รีบกล่าว “นายท่านผู้นั้นฝากพวกข้ามาบอกเจ้าของร้านเสื้อชิงเยว่ว่า เขาจะรออยู่ที่ศาลาริมแม่น้ำหลีซินขอรับ”
แน่นอน เรื่องนี้ยังมีตอนต่อไป
ซ่งชิงหลันยกยิ้ม จากนั้นก็โบกมือให้พวกเขา “เอาเถิด พวกเจ้าไปได้แล้ว!”
คนที่กำลังคุกเข่าได้ฟังก็ผงะไปทันที คิดไม่ถึงว่าตนจะหลบหนีได้ง่ายเพียงนี้
พวกเขาโค้งคำนับให้ซ่งชิงหลันหลายครั้ง และกล่าวย้ำ ๆ “ขอบคุณมากแม่นาง! ขอบคุณมากแม่นาง!”
หลังจากกล่าวจบก็พากันหนีไปอย่างล้มลุกคลุกคลาน
ส่วนเหล่าคนที่มามุงดูสถานการณ์ดุเดือดก่อนหน้านี้ค่อย ๆ ทยอยแยกย้ายกันไป
อู่เชียนเชียนเดินมาข้างกายซ่งชิงหลัน “พี่ชิงหลัน ท่านคิดจะทำอย่างไร”
ซ่งชิงหลันยิ้มเย็น และกล่าวอย่างมีเลศนัย “ในเมื่อคนเขามารังแกกันถึงที่ ก็ย่อมต้องไปเจอเขาเสียหน่อย”
อู่เชียนเชียนฉายแววตาลุ่มลึก นางกล่าวเสียงต่ำ “เช่นนั้นข้าจะไปกับท่านด้วย”
นางเป็นห่วงความปลอดภัยของอีกฝ่ายจริง ๆ ซ่งชิงหลันนั้นไม่มีวรยุทธ์แม้แต่น้อย นางควรตามไปด้วย หากมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นก็น่าจะพอช่วยได้
ขณะเดียวกัน กู่ต้าหู่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้น “ข้าไปด้วย”
ซ่งชิงหลันมองทั้งสองคนตรงหน้าที่เป็นห่วงนาง ก็อดที่จะอบอุ่นหัวใจขึ้นมาไม่ได้
นางพยักหน้า มองทั้งคู่แล้วกล่าว “ได้”
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสามคนจึงได้เดินไปที่แม่น้ำหลีซินด้วยกัน
เมื่อถึงแม่น้ำหลีซิน ซ่งชิงหลันก็ไปที่ศาลาเพียงคนเดียว เพื่อพบกับคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วุ่นวายก่อนหน้า
นางแทบจะไม่ต้องคิดเลยว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใด คนคนนั้นคือหลิวหรูเยว่
อู่เชียนเชียนและกู่ต้าหู่ยืนอยู่หลังต้นไผ่ที่อยู่ห่างจากศาลาเพียงไม่กี่จั้ง
วรยุทธ์ทำให้พวกเขาทั้งสองมองเห็นคนที่อยู่ในศาลาได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังฟังคำพูดที่พวกนางคุยกันได้ชัดเจนแจ่มแจ้งอีกด้วย ระยะห่างแค่นี้ หากในศาลาเกิดความเคลื่อนไหวอันใดขึ้น พวกเขาย่อมเข้าไปช่วยซ่งชิงหลันได้ทันเวลา
อู่เชียนเชียนมองหลิวหรูเยว่ที่สวมใส่เสื้อผ้ายั่วยวนราวกับหญิงชั้นต่ำนั่งอยู่ในศาลา นางเบ้ปาก และกล่าวอย่างอารมณ์เสีย “เฮอะ ข้าคิดไว้แล้วเชียวว่าจะต้องเป็นหญิงร้ายนางนี้ที่บงการอยู่เบื้องหลัง”
เป็นครั้งแรกที่กู่ต้าหู่ได้เห็นหลิวหรูเยว่ตัวจริง เขาหรี่ตา และกล่าวเสียงต่ำ “หญิงผู้นี้ดูแล้วงดงามมากเสียจริง”
“งดงามแล้วมีประโยชน์อันใด มีแค่ภายนอกเท่านั้นแหละที่งดงาม ภายในจิตใจนางสกปรกอย่างกับอสรพิษ” อู่เชียนเชียนก็เหลือบมองกู่ต้าหู่ พลางเอ่ยอย่างครุ่นคิด “หรือว่าท่านแม่ไม่เคยสอนเจ้า ว่าหญิงยิ่งรูปงามก็ยิ่งมีจิตใจคับแคบ”
กล่าวจบ นางก็เลิกคิ้วให้เขา แววตานั้นราวกับจะบอกว่า ‘ถ้าหากหญิงนางนี้ร้ายกาจขึ้นมา ก็จะกัดพวกผู้ชายอย่างเจ้าเสียจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก’
กู่ต้าหู่อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น กล่าวตอบอย่างซื่อสัตย์ “ท่านแม่ข้าจากไปเร็ว ยามที่จากไปนั้น ข้าเพิ่งอายุไม่เท่าไรขอรับ”
“เช่นนั้นแล้ว ท่านแม่เจ้าก็คงยังไม่ทันได้สอนเรื่องพวกนี้กับเจ้าสินะ ไม่เป็นไร มีข้าและพี่ชิงหลันอยู่ทั้งคน” อู่เชียนเชียนบีบแขนของเขา และกล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง “ต้าหู่ ต่อไปยามที่เจ้าแต่งงานจะต้องขัดตาให้สว่างก่อน อย่าไปแต่งเอาหญิงงามอสรพิษอย่างหลิวหรูเยว่เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นเจ้าจะไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแน่! แต่ไม่เป็นไร ข้ากับพี่ชิงหลันจะช่วยให้คำแนะนำเจ้าเอง”
ใบหน้าของกู่ต้าหู่แดงขึ้นโดยพลัน กล่าวเสียงเบา “ข้ายังเด็กนัก ยังไม่ใช่เวลาพูดคุยเรื่องแต่งงานหรอกขอรับ”
“ใกล้แล้ว ๆ” อู่เชียนเชียนโบกมือ “เอาเถิด ไม่ต้องคุยแล้ว มาฟังกันเถิดว่าหญิงร้ายกาจผู้นั้นพูดอันใดกับพี่ชิงหลันอยู่กันแน่”
…
เมื่อซ่งชิงหลันเห็นหลิวหรูเยว่นั่งรอตนเองอยู่ในศาลา นางไม่ได้ประหลาดใจเลยสักนิด
คุณหนูตระกูลหลิวเหลือบตาขึ้น กล่าวเสียงเบา “นั่งลงเถิด”
ซ่งชิงหลันเองก็ไม่เกรงใจ นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะยิ้มออกมา “คุณหนูหลิวนี่ช่างเป็นคนสบาย ๆ จริง ๆ มานั่งชื่นชมทิวทัศน์ของแม่น้ำตัวคนเดียวอยู่ตรงนี้”
ความหมายของการหยอกล้อของนางชัดเจนมาก โดยเฉพาะคำว่าคนเดียวที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจหลิวหรูเยว่เต็มที่
คนถูกทักลอบกำหมัดแน่น กล่าวเสียงเย็น “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมาถึงเร็วเพียงนี้”
“ก็เพราะคนที่เจ้าส่งมานั้นฝีมือย่ำแย่เกินไป ไม่เท่าไรก็คุกเข่าขอความเห็นใจเสียแล้ว”
“ซ่งชิงหลัน! ต่อหน้าข้า เจ้าอย่าได้ใจมากเกินไปนะ!” หลิวหรูเยว่ไม่สามารถอดทนไว้ได้อีก นางกัดฟันกล่าวออกมา ไม่สนใจสงวนท่าทีของหญิงสาวตระกูลสูงศักดิ์อีกต่อไป
เห็นท่าทางลนลานหวาดหวั่นของอีกฝ่าย ซ่งชิงหลันเพียงแค่เหลือบมองอย่างนิ่งเฉยแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับอย่างสบาย ๆ “มีอันใดก็รีบว่ามาเถิด ข้าไม่มีเวลามาเสียไปเปล่า ๆ กับเจ้าอยู่ที่นี่ เวลาของข้ามีค่ามากเสียจนเจ้าไม่คู่ควร”
หลิวหรูเยว่เม้มปาก เข้าประเด็นทันที “ดี เช่นนั้นข้าก็จะไม่อ้อมค้อม ข้าขอถามเจ้า เรื่องที่เรือนพุดตานนั้น เป็นฝีมือเจ้าใช่หรือไม่”
“เรือนพุดตานหรือ เรื่องอันใดกัน” ซ่งชิงหลันแสร้งทำเป็นตกใจ
“ซ่งชิงหลัน เจ้าอย่ามาเสแสร้ง ข้าคิด ๆ ดูแล้วก็มีเพียงเจ้าที่จะทำเรื่องนี้ได้ อย่างไรเสีย นอกจากเจ้า ผู้ใดจะกล้าสั่งการเด็กรับใช้ของจวนหานอ๋องอีก เจ้าช่างเจ้าเล่ห์เหลือเกินนะ ล่อลวงข้าไปตกหลุมพราง ทำให้ข้าต้องเสีย…” กล่าวถึงตรงนี้ หลิวหรูเยว่ก็หยุดพูดทันที
“เสียอันใด” ซ่งชิงหลันเลิกคิ้ว ถามทั้งที่รู้ทั้งรู้
“ความบริสุทธิ์” คำคำนี้ นางไม่กล้ากล่าวออกมาเลย
หลิวหรูเยว่ทำได้เพียงกลืนความโกรธเกรี้ยวที่อัดแน่นลงไป เมื่อมองท่าทางไม่แยแสของซ่งชิงหลันก็ยิ่งโกรธเสียจนแทบทนไม่ไหว