ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 387 วันนี้เป็นวันมงคลของท่าน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 387 วันนี้เป็นวันมงคลของท่าน
บทที่ 387 วันนี้เป็นวันมงคลของท่าน
แตกต่างจากเรือนด้านหน้าของจวนมหาเสนาบดีที่ครึกครื้น ในห้องของหลิวหรูเยว่ที่เรือนด้านหลังนั้นกลับมีบรรยากาศที่ไร้ชีวิตชีวา
หญิงแก่ที่กำลังหวีผมให้เจ้าสาว เห็นท่าทางไร้อารมณ์ของหลิวหรูเยว่ในกระจกทองแดง ก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ “คุณหนู วันนี้เป็นวันมงคลของท่านนะเจ้าคะ จะต้องมีความสุขเสียหน่อยจึงจะถูก เช่นนี้เมื่อไปถึงจวนอ๋อง วันคืนของท่านจะได้ราบรื่นนะเจ้าคะ”
หลิวหรูเยว่เปิดเปลือกตาขึ้นมาเล็กน้อย และกล่าวเสียงเย็น “วันคืนของข้านั้นเดี๋ยวก็ถึงจุดจบแล้ว ยังจะมีอันใดให้ราบรื่นอีกหรือ”
หญิงชรายิ้ม “คุณหนูเจ้าคะ บนโลกใบนี้มีหญิงสาวมากมาย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีได้แต่งเข้าราชวงศ์เช่นเดียวกับท่านนะเจ้าคะ”
“แต่งเข้าราชวงศ์แล้วอย่างไร เขาไม่ใช่คนที่เหมาะกับข้าเสียหน่อย”
“หญิงแก่อย่างข้าเองก็แต่งงานมาหลายสิบปี ขอบอกท่านจากประสบการณ์ของผู้ที่ผ่านมาก่อนนะเจ้าคะ จะเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมนั้น สุดท้ายก็ล้วนเหมือนกันหมด การแต่งงานของคนสองคนนั้นก็เป็นเพียงการใช้ชีวิตร่วมกันเท่านั้น ถ้าหากเลือกได้ ก็ย่อมต้องเลือกคนที่จะทำให้อยู่ได้อย่างสบายใช่หรือไม่เล่า”
หลิวหรูเยว่เม้มปากไม่กล่าวอันใด และค่อย ๆ ครุ่นคิดถึงคำพูดของหญิงแก่ที่ดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่บ้าง
เมื่อรวบผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชิงเถาที่อยู่ข้าง ๆ ช่วยสวมใส่มงกุฎหงส์ที่ศีรษะของหลิวหรูเยว่
เดิมทีหลิวหรูเยว่เป็นคนที่หน้าตาน่ารักน่าหลงใหล ยิ่งยามนี้มีมงกุฎหงส์อยู่ที่ศีรษะ ก็ยิ่งเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิมมาก ไม่แปลกเลยที่คนมักจะบอกกันว่าหญิงสาวจะสวยที่สุดก็ตอนแต่งงาน
ชิงเถาที่อยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะกล่าวชม “สวรรค์! คุณหนู ท่านช่างงามยิ่งนัก!”
หญิงแก่ผู้หวีผมข้าง ๆ เองก็ยิ้มออกมา “ดูจากคำพูดของสาวใช้อย่างเจ้าสิ เจ้าสาวจะมีเหตุผลให้ไม่สวยได้หรือ”
อยู่ ๆ ในตอนนั้นก็มีเสียงของแม่สื่อที่ยินดีดังขึ้น “คุณหนู ได้ฤกษ์แล้วเจ้าค่ะ ท่านอ๋องมารับเจ้าสาวที่จวนแล้ว รีบออกมาเถิดเจ้าค่ะ!”
กล่าวจบ แม่สื่อร่างอ้วนสวมใส่ชุดมงคลก็บิดเอวหนาเดินเข้ามา
เมื่อแม่สื่อเข้ามาดูก็เห็นว่าเจ้าสาวยังคงนั่งอยู่ และยังไม่สวมใส่แม้แต่ผ้าคลุมหน้าสีแดง อดที่จะร้อนใจขึ้นมาไม่ได้ “ไอ้หยา! พวกเจ้าทำงานกันอย่างไร! ท่านอ๋องมาแล้ว เหตุใดจึงยังไม่ใส่แม้แต่ผ้าคลุมหน้าอีก!”
กล่าวจบก็ถลึงตามองชิงเถา
ชิงเถาจะทนความโกรธของนางได้อย่างไร เพียงแต่เพราะวันนี้เป็นวันมงคลของคุณหนู นางจึงได้ทนความโกรธเอาไว้โดยไม่แสดงออกไปเท่านั้น
แม่สื่อรีบเดินหน้ามาแล้วหยิบผ้าคลุมหน้าสวมใส่ที่ศีรษะของหลิวหรูเยว่ หากแต่หลิวหรูเยว่กลับจ้องมองนางอย่างเย็นชา
สายตานี้ทำให้แม่สื่อตกใจเสียจนตื่นกลัว มือของนางสั่นจนไม่ได้สวมผ้าคลุมหน้าลงไป
หลิวหรูเยว่โค้งมุมปากขึ้น เผยรอยยิ้มเย้ยหยัน และกล่าวเสียงต่ำ “วันนี้คือวันแต่งงานของข้า เหตุใดกัน ลี่อ๋องมาแล้ว ข้าก็ต้องออกไปอย่างนั้นหรือ ตอนนี้ข้าอารมณ์ไม่ดี อีกเดี๋ยวค่อยว่ากันละกัน”
“เอ่อ… คือ…” แม่สื่อมีสีหน้าไม่สู้ดี นางกล่าวเสียงสั่น “แต่ว่าคุณหนู ถ้าพลาดฤกษ์ดีไป ท่านจะโชคร้ายเอานะเจ้าคะ”
กล่าวจบ นางก็รีบส่งสายตาให้สาวใช้ข้าง ๆ บอกให้นางรีบไปตามคนที่เรือนด้านหน้า
เพียงไม่นาน หลิวฮ่าวหมิงรีบมาอย่างเร่งด่วน
“เยว่เอ๋อร์ เจ้าเป็นอันใดไป ท่านอ๋องมารออยู่ที่ด้านหน้าแล้ว แขกทุกท่านก็กำลังคาดเดากันไปต่าง ๆ นา ๆ นี่เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่”
หลิวหรูเยว่เม้มปาก หันหน้าไปมองอีกฝ่ายแล้วกล่าวเบา ๆ “ท่านพี่ หากข้าบอกว่าข้าไม่อยากแต่งงาน จะเป็นอย่างไรหรือ”
หลิวฮ่าวหมิงตะลึงไปทันที
จะเป็นอย่างไรได้เล่า ก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือ นี่เป็นงานแต่งที่องค์จักรพรรดิพระราชทาน หากไม่แต่งก็ถือว่าฝ่าฝืนราชโองการ เช่นนั้นตระกูลหลิวของพวกเขาล้วนต้องจบเห่
หลิวฮ่าวหมิงมุ่นคิ้ว พร้อมกล่าวเสียงทุ้ม “เช่นนั้นก็ไม่ต้องแต่ง ถ้าหากเจ้าคิดดีแล้วจริง ๆ พี่ก็จะให้คนพาเจ้าหนีออกจากเมืองหลวง เรื่องที่เหลือนั้นให้พี่และท่านพ่อรับไว้เอง การที่เขาฝ่าฝืนราชโองการ ก็เพียงแค่ต้องตายเท่านั้น เพียงแต่พี่เป็นห่วงเจ้า ที่ต้องระหกระเหินเร่ร่อน ต้องหนีไปไม่จบสิ้น เจ้าคิดดีแล้วหรือ”
น้ำตาใสไหลออกมาจากดวงตาของหลิวหรูเยว่ นางกล่าวด้วยน้ำเสียโกรธเกรี้ยว “ที่แท้ ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา!”
“เยว่เอ๋อร์ ขอเพียงพวกเราเป็นใหญ่ได้ จะสามารถตัดสินใจอันใดก็ได้!”
“ได้!” อยู่ ๆ แววตาของหลิวหรูเยว่เฉียบคม นางมองตนเองในกระจกทองแดง พร้อมยิ้มเย็น “ตั้งแต่นี้ไป ข้าจะไม่ใช่หลิวหรูเยว่คนเดิมอีกแล้ว”
นางลอบกำหมัดแน่น ปล่อยให้เล็บจิกฝ่ามือเสียจนมีเลือดซึมออกมา
แม่สื่อรีบเดินหน้าไป สวมผ้าคลุมหน้าสีแดงบนศีรษะของหลิวหรูเยว่
ยามนี้ ใจของนางได้ตายไปแล้ว
นางตัดสินใจอยู่ในใจ ‘ซ่งชิงหลัน ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปตลอดกาล!’
ในเมื่อนางต้องเป็นคนตกนรก เช่นนั้นก็ต้องลากคนที่นางเกลียดชังให้ตกนรกไปด้วยกัน
ที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายที่ถนนหย่งอัน
“ฮัดชิ้ว!”
อยู่ ๆ ซ่งชิงหลันที่กำลังพิงราวระเบียงชมทิวทัศน์อยู่ก็จามออกมา
นางลูบจมูก พึมพำเบา ๆ “ผู้ใดด่าข้าอยู่กัน!”
ในตอนนั้นเอง นางได้ยินเสียงหยอกล้อดังเข้ามาในหู “จะต้องไม่ใช่ข้าแน่!”
ซ่งชิงหลันหันหน้ามาก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาเสียจนทำให้ทวยเทพเดือดดาลของไป๋เย่หานที่ยกยิ้มมุมปากอยู่ ท่าทางเช่นนี้ช่างทำให้หญิงในเมืองหลวงที่ได้เห็นล้วนต้องตกอยู่ในภวังค์
ซ่งชิงหลันเผยรอยยิ้ม กล่าวหยอกล้อออกมา “ท่านอ๋อง ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ ไม่ไปดื่มสุรามงคลที่จวนลี่อ๋องหรือ”
ไป๋เย่หานยิ้มพลางนั่งลงข้าง ๆ ซ่งชิงหลัน “พระชายาอยู่ที่ใด ข้าก็ต้องอยู่ที่นั่น”
“ปากหวานเสียจริง” ซ่งชิงหลันยิ้มพลางถลึงตามองเขา จากนั้นก็พิงราวจับ มองการตกแต่งทั่วทั้งถนนหย่งอัน อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “งานแต่งนี้ช่างยิ่งใหญ่จริง ๆ ราวกับกลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้อย่างไรอย่างนั้น”
ไป๋เย่หานหันหน้ามาหาหญิงสาว มองใบหน้าด้านข้างของนางแล้วเอ่ยถาม “เจ้าชอบหรือ เช่นนั้นข้าจะจัดให้เจ้างานหนึ่งก็ย่อมได้!”
“โธ่! ไม่ ๆ ๆ!” ซ่งชิงหลันรีบโบกมือ “จัดยิ่งใหญ่เพียงนี้ ยามแต่งงานจะเหนื่อยมากนะเจ้าคะ!”
ไป๋เย่หานยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “พระชายา ฟังความหมายของคำพูดเจ้าแล้ว เจ้าตกลงจะแต่งกับข้าแล้วหรือ”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของซ่งชิงหลันแดงก่ำทันที “ข้าไม่ได้พูดเสียหน่อย! ท่านอย่าเข้าใจผิดนะ!”
ถึงแม้ซ่งชิงหลันคนก่อนหน้าจะแต่งงานกับไป๋เย่หานแล้ว
แต่อย่างไรคนคนนั้นก็ไม่ใช่นาง
แม้ตอนนี้ซ่งชิงหลันจะตกลงปลงใจกับไป๋เย่หาน แต่ในใจนั้นก็ยังอยากจะแต่งงานกับเขาอีกสักครั้ง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซ่งชิงหลันอดหัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ได้ มองไป๋เย่หานแล้วกล่าว “ดูอารมณ์ข้าเถิด รอให้ข้าอารมณ์ดีก่อนก็จะแต่งกับท่านเอง”
“เช่นนั้นเมื่อใดพระชายาจะอารมณ์ดีเล่า”
“เรื่องนี้ไม่แน่นอน อาจจะเป็นพรุ่งนี้ อาจจะเป็นมะรืน หรือบางที… ผู้ใดจะไปรู้…”
“เช่นนั้นข้าก็ต้องรอจนผมหงอกหมดหัวเลยหรือไม่”
“ดีเลย พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันจนผมหงอกอย่างไรเล่า! ฮ่า ๆ…”