ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 388 เจ้าเองก็อยากจะแต่งงานกับหญิงงามมีเสน่ห์ด้วยหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 388 เจ้าเองก็อยากจะแต่งงานกับหญิงงามมีเสน่ห์ด้วยหรือ
บทที่ 388 เจ้าเองก็อยากจะแต่งงานกับหญิงงามมีเสน่ห์ด้วยหรือ
เสียงฆ้องรับตัวเจ้าสาวดังลั่นไปทั่วถนนหวาอัน
กู่ต้าหู่ที่อยู่ที่จวนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะอยากรู้อยากเห็น วิ่งมาดูที่หน้าประตูจวนลี่อ๋อง
ยามที่เห็นลี่อ๋อง จิ่งเทียนสิงยกเกี้ยวงานแต่งสีแดงขนาดใหญ่ จากนั้นก็พาเจ้าสาวคนใหม่ผู้สง่างาม สวมชุดเฟิ่งหวงเข้าไปข้างในจวน
เขามองดูเสียจนดวงตาแข็งทื่อ อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา “สวยเหลือเกิน ยามที่ข้าแต่งงาน ถ้าหากว่าสามารถ…”
ไม่รอให้เขากล่าวจบ อยู่ ๆ ในตอนนั้น ข้างหูก็มีเสียงขำขันดังขึ้นมา กล่าวต่อคำพูดของเขาว่า “เหตุใดหรือ เจ้าเองก็อยากจะแต่งงานกับหญิงงามมีเสน่ห์ด้วยหรือ”
กู่ต้าหู่ตกใจ หันหน้าไปมองก็เห็นซ่งชิงเป่ย เขาขมวดคิ้วอย่างสงสัย “ชิงเป่ยเองหรือ เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่ได้ เจ้าบอกว่าไม่ชอบดูความครึกครื้นเช่นนี้ไม่ใช่หรืออย่างไร”
“ยังมีพวกข้าด้วย!” มีคนตบบ่าอีกข้างของกู่ต้าหู่
เขาหันหน้าไปมอง เห็นว่าเป็นอู่เชียนเชียนและฉูซื่อโม่ว อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “เหตุใดแม้แต่พวกท่านก็มากันเล่า”
ในตอนแรกทุกคนล้วนพูดกันว่าไม่มา ๆ สุดท้ายแต่ละคนก็พากันตามมาอยู่ดี
อู่เชียนเชียนเบ้ปาก “เดิมทีข้ายังคิดว่าจะมาดูความอับอายของหญิงร้ายอย่างหลิวหรูเยว่ผู้นั้น คิดไม่ถึงว่าลี่อ๋องจะใส่ใจนางเพียงนี้ ไม่สนุกเอาเสียเลย”
ฉูซื่อโม่วยิ้ม “อย่างที่เขาว่า สารหนูในตาพวกเจ้า ก็คือน้ำผึ้งในสายตาข้า ไม่แน่ว่าลี่อ๋องอาจจะชอบคนเช่นนี้”
“หา น่าขัน หญิงอสรพิษอย่างหลิวหรูเยว่ผู้นั้นคือน้ำผึ้งหรือ ข้าว่านางมีพิษร้ายเสียยิ่งกว่าสารหนูเสียอีก!” อู่เชียนเชียนวิจารณ์ออกมา
ในตอนนี้ พ่อบ้านของจวนลี่อ๋องก็มองเห็นพวกเขาแล้ว คิดว่าผิดปกติจึงได้เดินเข้ามา เอ่ยถามอย่างสงสัย “พวกเจ้าน่ะ! มาทำอันใดกัน”
หากแต่อารมณ์โกรธของอู่เชียนเชียนพลุ่งพล่านขึ้นมาเสียแล้ว นางคิดจะพุ่งตัวออกไปต่อว่าเสียหน่อย
แต่ทว่าฉูซื่อโม่วที่อยู่ข้าง ๆ ดูออกถึงความตั้งใจของนาง จึงรีบหยุดนางไว้ โดยการปิดปากพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พวกเรามาดูความครื้นเครงน่ะขอรับ พวกเราเพียงแค่มาดูความครื้นเครงก็เท่านั้น”
พ่อบ้านผู้นั้นยิ้มอย่างดูถูก โบกมือไล่พวกเขาสามสี่คน “ไป ๆ ๆ! รีบไปเสีย ที่จวนอ๋องนี้เป็นสถานที่สำคัญ ไม่ใช่ที่ให้คนอย่างพวกเจ้ามาดูความครื้นเครง”
กล่าวจบก็หมุนตัวกลับจวนอ๋องไป
ฉูซื่อโม่วจึงได้ปล่อยมือที่ปิดปากของอู่เชียนเชียน
อู่เชียนเชียนถอนหายใจ ส่งเสียงฮึดฮัดตามหลังของพ่อบ้านไป “เฮอะ! ไอ้คนตาสุนัขมองคนต่ำ! มีนายเช่นไร ก็มีบ่าวเช่นนั้นจริง ๆ! ข้าไม่ให้ค่าจวนลี่อ๋องนักหรอก! ไปกัน! พวกเราไปหาพี่ชิงหลันที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายเพื่อกินของอร่อย ๆ กันดีกว่า!”
พวกเขาทั้งสี่คนจึงได้เดินหน้าไปสู่ภัตตาคารอวิ๋นหลายอย่างกระตือรือร้น
กู่ต้าหู่เพิ่งจะหมุนตัว อยู่ ๆ ในตอนนั้นก็มีคนคนหนึ่งขี่ม้าเร็วมุ่งหน้ามาทางพวกเขา
ม้าตัวนั้นวิ่งไปพลางคำรามออกมา
คนบนหลังม้ามองพวกเขาทั้งสี่คน ตะโกนเสียงดังด้วยสีหน้าเป็นกังวล “ถอยไป! รีบถอยไป! ม้าตัวนี้คลั่งแล้ว!”
อู่เชียนเชียนดึงฉูซื่อโม่วหลบมาข้าง ๆ ปกป้องสามีอย่างมั่นคง
ส่วนกู่ต้าหู่ที่อยู่ ๆ ตะลึงงันไป ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด เมื่อเห็นม้าเขาถึงกับลืมการตอบสนองไป
แววตามองม้าคลั่งที่กำลังมุ่งหน้ามาทางตน
ซ่งชิงเป่ยที่กำลังจะหลบออกไปพบว่าผิดปกติ จึงพุ่งเข้าไปดึงอีกฝ่ายไว้ “ระวัง!”
สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็ดึงอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมอกของตน
และในตอนนั้น อู่เชียนเชียนก็เหาะไปข้างหน้า ช่วยบังคับม้าคลั่งตัวนั้นเอาไว้
รอจนกระทั่งกู่ต้าหู่ได้สติกลับมาจึงได้พบว่าตนนั้นอยู่ในอ้อมอกของซ่งชิงเป่ย
ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนใกล้ชิดเช่นนี้ เพียงเขาเงยหน้าขึ้นจมูกของตนก็แทบจะชนกับจมูกของอีกฝ่ายแล้ว
ทั้งสองคนสบสายตากัน ทันใดนั้นก็ราวกับมองเห็นสีสันที่แตกต่างออกไปจากในดวงตาของกันและกัน
ในตอนนี้ อู่เชียนเชียนที่ควบคุมม้าจนเชื่องแล้ว มองเห็นท่าทางหวานชื่นของทั้งสอง อดไม่ได้ที่จะสงสัยขึ้นมา “พวกเจ้าสองคนทำอันใดกันหรือ ถึงอาลัยอาวรณ์เช่นนี้ ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทกัน ก็ไม่จำเป็นต้องกอดกันแน่นเพียงนั้นกระมัง”
ทันทีที่กล่าวออกไป ซ่งชิงเป่ยและกู่ต้าหู่หน้าแดงขึ้นโดยพลัน ทั้งสองถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างพร้อมเพรียง
ความกระอักกระอ่วนลอยร่องอยู่ในอากาศ
ฉูซื่อโม่วเห็นเช่นนั้นจึงช่วยทำให้จบลงด้วยดี “เจ้าบอกว่าจะไปภัตตาคารอวิ๋นหลายไม่ใช่หรือ เรารีบไปกันเถิด”
เมื่ออู่เชียนเชียนมาถึงภัตตาคารอวิ๋นหลาย นางก็สั่งอาหารเผ็ดร้อนมาเต็มโต๊ะ
ซ่งชิงหลันมองนางแวบหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะหัวเราะแล้วกล่าวหยอก “เชียนเชียน วันนี้เจ้าเป็นอันใดไปหรือ เหตุใดจึงโมโหเพียงนี้”
“อย่าให้พูดเลย ทั้งหมดเป็นเพราะคนของจวนลี่อ๋องนั่นแหละ…”
อู่เชียนเชียนเล่าเรื่องทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้นตรงประตูจวนลี่อ๋องให้ซ่งชิงหลันฟังทุกรายละเอียด
ซ่งชิงหลันฟังจบแล้วนางเพียงยิ้ม “อย่างที่เขาว่าคนเช่นเดียวกัน ก็จะอยู่ด้วยกันได้ มีนายเป็นคนอย่างไร ก็ย่อมมีบ่าวเช่นนั้นออกมา เจ้าอย่าโกรธไปเลย ไม่คุ้มค่ากันหรอก จะทำร้ายสุขภาพตนเองเสียเปล่า ๆ เอาเถิด พวกเจ้ากินกันก่อนเถิด ข้าจะไปทำงานต่อแล้ว”
หลังซ่งชิงหลันเดินจากไป อู่เชียนเชียนตักน้ำแกงของปลาไนต้มผักดองเสฉวนชามใหญ่เข้าปากตนเองไปเต็มคำ
ฉูซื่อโม่วที่ดูอยู่ข้าง ๆ ประหม่าอย่างมาก รีบดึงมือของนางเอาไว้ “เชียนเชียน เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”
อู่เชียนเชียนเช็ดปาก เอ่ยด้วยใบหน้าพึงพอใจ “ข้าไม่เป็นไร ช่างรู้สึกดีเหลือเกิน!”
“เอาเถิด! ไม่คุยเรื่องคนโชคร้ายคู่นั้นแล้ว” กล่าวจบ อู่เชียนเชียนเหลือบตาขึ้นมองกู่ต้าหู่ที่กำลังกินอย่างตะกละตะกลามตรงข้ามตน “จริงสิ ต้าหู่ ช่วงนี้เจ้าเที่ยวอยู่ที่เมืองหลวงเป็นอย่างไรบ้าง คิดว่าจะจากไปตอนไหนหรือ”
กู่ต้าหู่ยิ้มพลางพยักหน้า “ข้าไปมาตั้งหลายที่แล้ว คิดว่าที่เมืองหลวงนี้น่าสนุกที่สุด โดยเฉพาะเมื่อได้รู้จักสหายอย่างพวกท่าน ชีวิตนี้ข้าจะไม่มีวันลืมพวกท่านเป็นแน่! มา! ข้าขอดื่มให้พวกท่านจอกหนึ่ง!”
กล่าวจบ เขายกจอกเหล้าขึ้นเป็นคนแรก
อู่เชียนเชียนและฉูซื่อโม่วเองก็ยกจอกเหล้าขึ้นด้วย มีเพียงซ่งชิงเป่ย เขาขมวดคิ้วไม่เคลื่อนไหวใด ๆ
เหตุใดเขาจึงรู้สึกว่าคำพูดนี้ของกู่ต้าหู่นั้น ดูราวกับการกล่าวลาอย่างไรอย่างนั้น
อู่เชียนเชียนเห็นว่าอีกฝ่ายชักช้าไม่เคลื่อนไหว อดไม่ได้ที่จะโพล่งออกไป “นี่! ชิงเป่ย! เจ้าทำอันใดอยู่! ทุกคนรอเจ้าอยู่นะ!”
ซ่งชิงเป่ยจึงได้สติกลับคืนมา
เขายกจอกเหล้าขึ้นอย่างไร้อารมณ์ ทั้งสี่คนชนแก้วกัน กู่ต้าหู่ดื่มเหล้าในจอกจนหมด
หากแต่ซ่งชิงเป่ยกลับดื่มอย่างไร้รสชาติ เขาวางจอกเหล้าลง มองกู่ต้าหู่แล้วเอ่ยถาม “เจ้าจะไปจริง ๆ หรือ”
กู่ต้าหู่ผงะไป แล้วเอ่ยออกมา “แน่นอนว่าต้องไป!”
“ชิงเป่ย เจ้าโง่หรือเปล่า!” อู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ เห็นท่าทางแปลกประหลาดของเขา อดไม่ได้ที่จะเอ่ยวิจารณ์ “บ้านของต้าหู่ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง ไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องไป!”
ซ่งชิงเป่ยขมวดคิ้ว และเอ่ยถามต่อ “เช่นนั้นเจ้าคิดจะไปตอนไหน แล้วไปที่ใดหรือ”
“อืม… ข้ายังไม่แน่ใจ…” กู่ต้าหู่ขมวดคิ้วครุ่นคิด “ไม่แน่ว่าที่ไหน หากพ่อข้าตามข้ากลับไปแต่งงาน เช่นนั้นข้าก็ต้องกลับไป หรือไม่ก็…”
สีหน้าของซ่งชิงเป่ยมืดหม่น กล่าวขัดจังหวะคำพูดของอีกฝ่าย “เหตุใดในหัวเจ้าจึงมีแต่เรื่องแต่งงานเล่า เจ้าอายุยังน้อยนัก เหตุใดจึงคิดแต่จะแต่งงานเร็วเพียงนี้ รอโตเสียหน่อยไม่ได้หรือ!”
กู่ต้าหู่อ้าปาก “ข้าเองก็ไม่ได้เด็กแล้วนะ มีคนตั้งมากที่อายุเท่าข้า ล้วนมีลูกกันหมดแล้วด้วยซ้ำ!”
“ข้ายังไม่มีเสียหน่อย! เหตุใดเจ้าต้องรีบด้วย!” ซ่งชิงเป่ยกล่าวอย่างจริงจัง
เขาดูจะมั่นใจในเหตุผลเช่นนี้ นั่นทำให้กู่ต้าหู่ไม่มีแรงจะตอบโต้ในทันที