ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 395 เจ้ารอข้าอยู่หรือ?
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 395 เจ้ารอข้าอยู่หรือ?
บทที่ 395 เจ้ารอข้าอยู่หรือ?
เช้าตรู่วันถัดมา
หลังจากทานอาหารเช้าแล้ว ซ่งชิงหลันจึงออกไปยังภัตตาคารอวิ๋นหลายตามปกติ
ทว่าในวันนี้ ทันทีที่นางเดินออกมาจากจวนแม่ทัพ กลับเห็นซ่งชิงซียืนอยู่หน้าประตู
ซ่งชิงหลันชะงักงันไปชั่วขณะ จากนั้นถามออกมาด้วยความสงสัย “ชิงซี? เหตุใดเจ้าจึงมายืนอยู่ตรงนี้? ไม่ใช่เจ้าออกไปแต่เช้าแล้วหรือ?”
หลังจากกล่าวจบแล้ว อยู่ ๆ นางก็นึกบางอย่างขึ้นได้จึงถามออกไป “เจ้ารอข้าอยู่หรือ?”
ซ่งชิงซีพยักหน้า
ซ่งชิงหลันพลันตระหนักได้ว่าเขาตั้งใจยืนรอนางอยู่หน้าประตู ย่อมต้องมีบางสิ่งที่ไม่สะดวกพูดคุยในจวนเป็นแน่
ด้วยเหตุนี้ นางจึงขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น “ไปเถิด ไปคุยกันที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย”
จากนั้น ทั้งสองเข้าไปในห้องส่วนตัวบนชั้นสองของภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ทันทีที่เข้ามาในห้อง ซ่งชิงหลันปิดประตูลง จากนั้นหันกลับมามองซ่งชิงซีแล้วเอ่ยขึ้น “มีอันใด? เกิดอันใดขึ้น?”
ซ่งชิงซีขมวดคิ้วครุ่นคิดหาถ้อยคำ จากนั้นจึงเงยหน้ามองซ่งชิงหลันแล้วเอ่ย “ท่านพี่ ท่านสังเกตเห็นหรือไม่ว่าหมู่นี้ชิงเป่ยดูแปลก ๆ!”
ซ่งชิงหลันตรึกตรองดูอย่างถี่ถ้วน จึงนั่งลงตรงข้ามซ่งชิงซี “ชิงเป่ยหรือ? ระยะนี้เขาอยู่กับต้าหู่ตลอดเวลา ไม่มีอันใดแปลกนี่”
หรือว่าเขาจะหนีออกไปก่อเรื่องที่ใดอีก?
หลังจากเอ่ยออกไปแล้ว ซ่งชิงหลันก็มองซ่งชิงซีด้วยสายตางุนงง
ซ่งชิงซีถอนหายใจเฮือกหนึ่งเบา ๆ “เหตุที่เขาอยู่กับต้าหู่ตลอดทั้งวันนี่อย่างไรเล่า ถึงได้แปลก!”
“ชิงซี เจ้าตั้งใจจะบอกอันใดกันแน่?” ซ่งชิงหลันพลันสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติ นางรู้สึกว่าคำพูดของซ่งชิงซีมีบางอย่างแอบแฝงไว้
“เมื่อคืนนี้ ชิงเป่ยมาหาข้าที่ห้อง ท่องบทกวีส่งความคำนึงไปถึงพระจันทร์ให้ข้าฟังสองวรรค จากนั้นยังถามข้าอีกว่าข้าคิดกับหลงหยาง[1]*อย่างไร ยังกล่าวอีกว่าเขามีสหายจากยุทธภพผู้หนึ่งที่ดูเหมือนจะชอบพอบุรุษ เขากล่าวอย่างคลุมเครือ แต่ข้าคิดว่า…”
“เจ้าคิดว่าเขาเอ่ยถึงตนเอง?” รูม่านตาของซ่งชิงหลันหดเกร็ง นางพลันกระวนกระวายขึ้นมาทันที
“ขอรับ” ซ่งชิงซีพยักหน้าอย่างหนักแน่น จากนั้นจึงเอ่ย “อีกทั้ง ข้าคิดว่าบุรุษที่เขาชมชอบก็คือต้าหู่”
“ต้าหู่?” ซ่งชิงหลันที่ตกตะลึง อยู่ ๆ หลุดหัวเราะออกมา “นี่… เป็นไปไม่ได้กระมัง?”
ซ่งชิงซีขมวดคิ้วอย่างว้าวุ่นใจ จากนั้นจึงเอ่ยถาม “ท่านพี่ เหตุใดท่านจึงไม่กระวนกระวายใจแม้แต่น้อยเล่า?”
“ชิงซี ความรักในโลกนี้ยากที่จะแยกแยะได้ชัดเจน พวกเราควรเคารพทุกความรู้สึก ไม่ใช่หรือ?”
“ผู้ใดกล่าวเช่นนั้น เพียงแต่ เขาเป็นน้องชายแท้ ๆ ของเรา ข้าไม่อยากให้เขาถูกผู้อื่นติฉินนินทาในภายหน้า” ซ่งชิงซีกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง
แน่นอนว่าซ่งชิงหลันรู้สิ่งที่ซ่งชิงซีกังวล
นางมองเขาด้วยสายตาลึกล้ำแล้วเอ่ยขึ้น “ชิงซี เรื่องนี้เจ้าห้ามเอ่ยออกไปเป็นอันขาด ข้าจะหาโอกาสเปรย ๆ กับชิงเป่ยอีกครั้ง เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องยุ่ง แล้วอย่าได้กดดันชิงเป่ยเกินไป เข้าใจหรือไม่?”
ซ่งชิงซีเผยอปากอยากจะพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายก็พยักหน้า “ขอรับ ข้าจะฟังท่านพี่”
เขาเชื่อว่า เรื่องนี้พี่สาวของเขาย่อมมีทางออก
จากนั้นทั้งสองคนจึงเปิดประตู เดินออกมาพร้อมกัน
ทันทีที่เดินลงมาชั้นล่าง ก็เห็นอู่เชียนเชียน ฉูซื่อโม่ว ซ่งชิงเป่ย และกู่ต้าหู่เดินเข้ามาพร้อมกันพอดี
อู่เชียนเชียนเป็นคนแรกที่เห็นพวกเขา จึงรีบร้องทักทายพวกเขา “พี่ชิงหลัน ชิงซี!”
เมื่อซ่งชิงเป่ยเห็นซ่งชิงซีและซ่งชิงหลันมาด้วยกัน พลันว้าวุ่นขึ้นมา
รีบรุดเข้ามาหา มองซ่งชิงซีแล้วเอ่ยขึ้น “ท่านพี่สี่ เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่? ท่านกับท่านพี่… พูดคุยเรื่องอันใดกันหรือ?”
หลังจากกล่าวจบ เขาพลันกลืนน้ำลายอย่างประหม่า กลัวว่าซ่งชิงซีจะนำเรื่องที่พวกเขาพูดคุยกันเมื่อคืนไปบอกกับซ่งชิงหลัน เช่นนั้นคงน่าอับอายเกินไปแล้ว
ซ่งชิงซีมองซ่งชิงเป่ยและกู่ต้าหู่ยืนอยู่คู่กันแวบหนึ่ง เห็นพวกเขาสองคนยืนอยู่ด้วยกันตอนนี้ พลันอดขมวดคิ้วมุ่นไม่ได้ ทว่าไม่กล้าเผยท่าทีออกไปมากนัก
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เคยโกหก เขาเหลือบมองซ่งชิงหลันอย่างขอความช่วยเหลือ อีกทั้งยังส่งสายตา ‘ท่านพี่ ท่านดูสิ พวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันอีกแล้ว’
ซ่งชิงหลันส่งสายตาให้เขาวางใจ จากนั้นตอบโดยไม่แม้แต่เปลี่ยนสีหน้า “อ้อ พี่สี่ของเจ้ามีสหายที่กำลังจะจัดงานแต่ง จึงให้เขามาสอบถามรายการอาหารโดยเฉพาะน่ะ”
นางหันกลับไปมองซ่งชิงซีแล้วกล่าวต่อไป “หลังจากเจ้ากลับไป จัดการตามที่ข้าเพิ่งบอกเจ้าก็พอแล้ว”
“ขอรับ” ซ่งชิงซีพยักหน้า “เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน”
กล่าวแล้วเขาก็หันกลับพยักหน้าให้คนทั้งสี่ แล้วรีบหลบฉากออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะเกรงว่าหากเขาอยู่ที่นี่นานกว่านี้ ซ่งชิงเป่ยจะมองตนออก
เมื่อเห็นซ่งชิงซีจากไปแล้ว ซ่งชิงหลันจึงรีบให้ความร่วมมือทันที มองพวกเขาทั้งสี่คนแล้วเอ่ยถาม “จริงสิ เหตุใดพวกเจ้าสี่คนจึงมาที่นี่ด้วยกัน? นัดกันไว้หรือ?”
“เจ้าค่ะ พวกเรานัดกันไว้เมื่อคืน วันนี้จึงมาจิบชาเช้าด้วยกันกับท่าน เอ จริงสิ มีห้องเหลืออยู่หรือไม่เจ้าคะ?” ว่าแล้วอู่เชียนเชียนก็กวาดตามองไปรอบ ๆ ชั้นหนึ่ง ที่นั่งทั้งหมดล้วนถูกผู้คนจับจองเต็มแล้ว
ซ่งชิงหลันจึงยิ้มบาง ๆ แล้วตอบ “วางใจเถิด ชั้นสองยังมีที่ว่างอยู่”
ขณะที่เอ่ยเช่นนั้นนางพลันกวักมือเรียกหวงเสี่ยวโต้วที่อยู่ไม่ไกล แล้วเอ่ย “เสี่ยวโต้ว เจ้าพาพวกเขาไปหาที่นั่ง อีกเดี๋ยวข้าจะขึ้นไป”
“ได้ขอรับ” หวงเสี่ยวโต้วรีบวิ่งเข้ามาทันที จากนั้นจึงพาทั้งสี่คนขึ้นไปยังชั้นสอง
นับแต่ซ่งชิงหลันเริ่มขายชายามเช้าที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายเมื่อไม่นานมานี้ ภัตตาคารแห่งนี้ล้วนมีลูกค้าจับจองแน่นขนัดตั้งแต่เช้ายันเย็น ลูกค้าหลั่งไหลมาระลอกแล้วระลอกเล่า กิจการที่เฟื่องฟูเช่นนี้ นับได้ว่าเป็นเพียงแห่งเดียวในเมืองหลวงแล้ว
ด้วยหัวการค้าของซ่งชิงหลัน ประกอบกับรสชาติของภัตตาคารอวิ๋นหลาย ทำให้ผู้อื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ดังนั้นภัตตาคารอื่น ๆ ที่อิจฉาตาร้อน จึงทำได้เพียงอิจฉาเท่านั้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง ชายามเช้าและอาหารว่างหลากหลายชนิดทยอยนำมาวางเต็มโต๊ะ
มีเกี๊ยวกุ้ง ซาลาเปา ขนมจีบ ซาลาเปาน้ำซุป ไก่ตุ๋นเนื้อเปื่อย ซี่โครงหมูนึ่ง ซาลาเปาไส้ครีมลาวา โจ๊กหมูไข่เยี่ยวม้า ปาท่องโก๋ใหญ่ บะหมี่ผัด ทาร์ตไข่…..
ซ่งชิงหลันเองก็มานั่งด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะแล้ว นางจึงหลุดหัวเราะออกมา “อาหารมากมายเพียงนี้ พวกเจ้าสี่คนจะทานหมดหรือ?”
“วางใจเถิดเจ้าค่ะ! พวกเราหิ้วท้องที่ว่างเปล่าเพื่อมาที่นี่โดยเฉพาะ” อู่เชียนเชียนหัวเราะออกมา
ซ่งชิงหลันปรายตามองซ่งชิงเป่ยและกู่ต้าหู่เงียบ ๆ และแสร้งทำเอ่ยไปเรื่อยเปื่อย “ไม่แปลกใจว่าเหตุใดไม่เห็นพวกเจ้าสองคนมาทานอาหารเช้าที่บ้านวันนี้ ที่แท้ก็นัดกันมาจิบชายามเช้าด้วยกันนี่เอง”
“ใช่แล้ว!” กู่ต้าหู่กล่าวออกมาตรง ๆ “อีกประการคือเมื่อคืนนี้พวกเราพูดคุยกันค่อนข้างดึก ดังนั้นเช้านี้ข้าจึงตื่นไม่ทันขอรับ”
“พวกเจ้า… เมื่อคืนนี้คุยกันจนดึกดื่นเลยหรือ?” ซ่งชิงหลันหรี่ตาลงเล็กน้อย จ้องมองทั้งสองคนด้วยสายตาลุกเป็นไฟ แย้มยิ้มออกมาแล้วเอ่ยถาม “พวกเจ้าพูดคุยกันเรื่องอันใดเล่า? ถึงได้คุยกันเพลินถึงเพียงนี้”
“เอ่อ… เรื่องนี้…” ทันทีที่นึกถึงหัวข้อที่พวกเขาพูดคุยกันเมื่อคืน กู่ต้าหู่พลันแสดงสีหน้าเขินอายออกมา เริ่มรู้สึกเสียใจที่หลุดปากออกไปเสียแล้ว
เขามองซ่งชิงเป่ยอย่างขอความช่วยเหลือ
ซ่งชิงเป่ยรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเพราะเห็นซ่งชิงหลันและซ่งชิงซีอยู่ด้วยกันเมื่อครู่นี้ บัดนี้เมื่อเห็นซ่งชิงหลันทุบหม้อดินถามจนถึงที่สุด เขาพลันรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม
เขากลืนน้ำลายด้วยความกังวลใจแล้วตอบ “ไม่มีอันใดขอรับ เพียงแค่คุยกันว่าต่อไปจะไปที่ใดเท่านั้น”
[1] หลงหยาง คือ พวกชายรักชาย