ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 396 อยากไปเที่ยวหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 396 อยากไปเที่ยวหรือ
บทที่ 396 อยากไปเที่ยวหรือ
กู่ต้าหู่กล่าวอย่างเห็นด้วยโดยพลัน “จริงด้วย! จริงด้วย! ชิงเป่ยท่องเที่ยวในยุทธภพมาหลายต่อหลายที่ ข้าถามเขาว่าที่ใดสนุกบ้าง คิดไม่ถึงว่าคุยไปคุยมาก็ลืมเวลาเสียได้”
อู่เชียนเชียนไม่สงสัยเลยว่าเขาจะร่วมด้วย หลังจากแทะตีนไก่ชิ้นหนึ่งแล้ว ก็มองทั้งสองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “เช่นนั้นพวกเจ้าคุยกันแล้วหรือยังว่าจะไปเที่ยวที่ใดอีก”
เห็นสายตาคาดหวังของนาง ฉูซื่อโม่วที่อยู่ข้าง ๆ ก็มองออกว่านางอยากจะไปเที่ยว
“เอ่อ… คือว่า…”
ซ่งชิงเป่ยและกู่ต้าหู่คนสบตากัน จากนั้นส่ายหน้าแล้วกล่าว “ยังไม่รู้เลย”
อยู่ ๆ ในตอนนั้น มีเสียงพูดคุยอันออกรสดังมาจากแขกโต๊ะข้าง ๆ
“นี่ พวกเจ้าได้ยินเรื่องที่ท่านเจ้าของเรือนพักร้อนวั่งเหมยส่งบัตรเชิญยอดฝีมือเพื่อหาลูกเขยหรือยัง”
“รับสมัครลูกเขยหรือ เช่นนั้นก็ต้องไปเป็นเขยถึงบ้าน เช่นนี้ผู้ใดจะยอมรับกัน”
“ฮ่า ๆ ๆ… น้องเอ๋ย เพียงได้ยินคำพูดนี้ของเจ้า เจ้าคงไม่รู้ถึงฐานะของเรือนพักร้อนวั่งเหมยในยุทธภพเป็นแน่”
“พี่ชายท่านนี้กล่าวได้ถูกต้อง ข้านั้นไม่ค่อยรู้เรื่องราวในยุทธภพสักเท่าไร เช่นนั้นท่านเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่”
พวกอู่เชียนเชียนเพียงได้ยินถึงตรงนี้ก็สนอกสนใจในทันที รีบผึ่งหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
คนเหล่านั้นพูดคุยกันต่อ
“ว่ากันว่า เมื่อยี่สิบปีก่อน เจ้าของเรือนพักร้อนวั่งเหมยนั้นเป็นถึงหนึ่งในสามของผู้มีวรยุทธ์แห่งยุทธภพ เป็นนักกระบี่ที่มีวิชากระบี่อันดับหนึ่ง และถือว่าเป็นหนุ่มรูปงามที่มีชื่อเสียงในยุทธภพ อีกทั้งเรือนพักร้อนวั่งเหมยก็อยู่ในสถานที่ที่ลึกลับที่สุด ในเรือนพักร้อนนั้นสะสมตำราสุดยอดกลยุทธ์มากมาย มีตำราสมุนไพร ตำราการแพทย์โบราณ ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ดนตรี หมากล้อม อักษร ศิลปะ ห้าธาตุแปดสัญลักษณ์ ครอบคลุมทุกด้าน ดังนั้นแล้ว เหล่าคนในยุทธภพมากมายจึงพยายามเสาะหาหนทางไปยังเรือนพักร้อนวั่งเหมย เพียงเพื่อไปขอศึกษาเล่าเรียน และด้วยเหตุนั้น จึงมียอดฝีมือมากมายที่มีชื่อเสียงในยุทธภพที่ล้วนเป็นศิษย์ของเรือนพักร้อนวั่งเหมย”
“ได้ยินว่าเจ้าของเรือนพักร้อนวั่งเหมยมีบุตรสาวเพียงคนเดียว ดังนั้นแล้ว ถ้าหากผู้ใดได้เป็นบุตรเขยของเรือนพักร้อนวั่งเหมย เช่นนั้นต่อไปก็จะได้กลายเป็นผู้สืบทอดเรือนพักร้อนวั่งเหมย แล้วก็จะได้ควบคุมกว่าครึ่งของยุทธภพ”
“ถูกต้อง พูดไปแล้ว เจ้ายังคิดว่าการไปเป็นเขยแต่งเข้าบ้านไม่คุ้มค่าอยู่อีกหรือไม่”
“คุ้มค่าเกินไปแล้ว เจ้าของเรือนพักร้อนเป็นชายรูปงาม เช่นนั้นบุตรสาวเจ้าของเรือนพักร้อนก็จะต้องเป็นหญิงงามเป็นแน่ ได้แต่งงานกับหญิงเช่นนี้ จะไม่ใช่เรื่องดีงามของชีวิตได้อย่างไร!”
“สวรรค์! น่าดึงดูดใจเช่นนี้ เช่นนั้นคนมากมายจะไม่ต่อสู้เพื่อไปยังเรือนพักร้อนวั่งเหมยหรอกหรือ”
“ฮ่า ๆ… เจ้าคิดว่าเรือนพักร้อนวั่งเหมยเป็นสถานที่ที่ผู้ใดอยากไปก็ไปได้หรือ”
“เอ๋ จะว่าไปแล้ว ข้ายังไม่รู้เลยว่าเรือนพักร้อนวั่งเหมยอยู่ที่ใด ท่านบอกได้หรือไม่”
“เรือนพักร้อนวั่งเหมยน่ะอยู่ที่เกาะโดดเดี่ยวแห่งหนึ่งสุดทางทิศตะวันตกนั้น ถ้าหากอยากไปขึ้นเกาะจะต้องนั่งเรือข้ามมหาสมุทรไป แต่มหาสมุทรแห่งนี้แปลกประหลาดอย่างมาก มักจะเกิดอุบัติเหตุทางทะเลเป็นครั้งคราว ดังนั้นคนที่สามารถขึ้นเกาะนั้นได้ ครึ่งหนึ่งก็เป็นคนโชคดี ส่วนอีกครึ่งก็เป็นคนมีวิชาสูงส่ง นี่ยังไม่หมดนะ ได้ยินว่าบนเกาะยังติดตั้งกลไกลมากมาย การจะเข้าไปสู่เรือนพักร้อนวั่งเหมยอย่างปลอดภัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ!”
“เช่นนั้นแล้ว ถ้าหากอยากจะเป็นบุตรเขยของเรือนพักร้อนวั่งเหมย ก็ต้องสู้ด้วยชีวิตน่ะสิ”
“เรือนพักร้อนวั่งเหมยนั้นพิสดารเพียงนี้ เช่นนั้นการจะเป็นบุตรเขยของเจ้าของเรือนพักร้อน ก็คงจะต้องเป็นผู้มีวรยุทธ์สูงส่งจึงจะเป็นได้ไม่ใช่หรอกหรือ”
“โธ่ เจ้าพูดผิดแล้ว ได้ยินว่าการประกาศรับบุตรเขยของท่านเจ้าของเรือนครั้งนี้ ไม่ได้ดูที่ตั๋วเข้าสู่ยุทธภพ ไม่ได้ดูความเก่งกาจของวิชาต่อสู้ ไม่ว่าจะหน้าตารูปงามหรืออัปลักษณ์ แต่ดูเพียงว่าจะถูกใจคุณหนูหรือไม่”
“ช่างเถิด! ช่างเถิด! เรื่องดี ๆ เช่นนี้คงไม่มีทางตกมาเป็นของข้าอยู่แล้ว ข้ารอดูความครึกครื้นเป็นใช้ได้ ตำแหน่งบุตรเขยนี้รอดูคนอื่นเป็นเสียดีกว่า”
“นั่นสิ ถึงจะพูดเช่นนี้ แต่ถ้าหากจะเป็นผู้สืบทอดเรือนพักร้อนวั่งเหมยจริง ๆ หากไม่มีจุดที่โดดเด่นกว่าผู้อื่นแล้วจะเป็นได้อย่างไร พวกเราคนธรรมดารอดูความครึกครื้นไปพลางดื่มชาเป็นใช้ได้แล้ว”
“นั่นน่ะสิ… นั่นน่ะสิ… มา พวกเราดื่มอีกจอกเถิด…”
……
ฟังถึงตรงนี้ อู่เชียนเชียนก็ฟังอย่างเคลิบเคลิ้มแล้ว แม้แต่อาหารเลิศรสตรงหน้าก็ไม่สนใจจะกิน
นางมองคนตรงหน้าสองสามคนด้วยใบหน้าตื่นเต้น “นี่ ๆ ๆ ข้ารู้แล้วว่าต่อไปพวกเราจะไปเที่ยวที่ใดดี”
ซ่งชิงหลันหรี่ตาเล็กน้อย กล่าวด้วยรอยยิ้ม “เชียนเชียน เจ้าคงไม่อยากจะไปที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยกระมัง”
“ใช่แล้ว! ใช่เลยเจ้าค่ะ!” อู่เชียนเชียนพยักหน้าระรัว เลิกคิ้วมองซ่งชิงหลัน “พี่ชิงหลันนี่รู้จักข้าดีที่สุดเลย”
ซ่งชิงหลันกระตุกมุมปาก ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน เรื่องนี้ต่อให้ใช้นิ้วเท้าเดาก็ยังเดาออกเลย
ฉูซื่อโม่วที่อยู่ข้าง ๆ กลับขมวดคิ้วมุ่นและกล่าว “เชียนเชียน เรือนพักร้อนวั่งเหมยเขาหาบุตรเขยนะ เจ้าเป็นเพียงหญิงคนหนึ่งจะไปทำอันใด หรือว่าเจ้าคิดจะหาภรรยาให้ข้าอีก”
อู่เชียนเชียนสีหน้ามืดหม่น กลอกตามองเขา “เจ้าฝันไปเถิด! เจ้าหาภรรยาเพิ่มไม่ได้แล้ว แต่ที่นี่ยังมีชายโสดสองคนไม่ใช่หรือ!”
กล่าวจบ นางมองซ่งชิงเป่ยและกู่ต้าหู่ตรงหน้าอย่างกะลิ้มกะเหลี่ย
ทั้งสองคนตะลึงไปชั่วขณะ
“แค่ก ๆ…” ซ่งชิงเป่ยกระแอมออกมาเพื่อคลายความกระอักกระอ่วน จากนั้นก็กล่าวต่อ “ข้ายังเล็กนัก ยังไม่คิดเรื่องแต่งงานมีภรรยา ต้าหู่ เจ้าล่ะ”
กล่าวจบ เขามองกู่ต้าหู่ด้วยใบหน้าจริงจัง
“เอ๋ ข้า… ข้า…” กู่ต้าหู่อึกอัก ท่าทางทำอันใดไม่ถูก
ซ่งชิงหลันมองออกตั้งแต่แรก ตั้งแต่ได้ยินโต๊ะข้าง ๆ พูดเรื่องที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยกำลังประกาศหาบุตรเขย สีหน้าของเขาก็แปลก ๆ ไป ราวกับว่ามีเรื่องอันใดอยู่ในใจ
ซ่งชิงเป่ยเห็นเขาเอ่ยเหตุผลใดไม่ออก ก็อ้างเหตุผลให้ “อีกอย่าง พวกท่านก็ได้ยินแล้ว เรือนพักร้อนวั่งเหมยนี้ได้ส่งบัตรเชิญยอดฝีมือ ตามกฎของยุทธภพ หากไม่มีบัตรเชิญก็ไม่สามารถไปได้”
ทันทีที่กล่าวจบ หวงเสี่ยวโต้วก็ถือจดหมายฉบับหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ เดินมาตรงหน้าซ่งชิงเป่ย “ชิงเป่ย สหายในยุทธภพของเจ้าส่งจดหมายมาให้ฉบับหนึ่ง บอกว่าให้มอบให้เจ้า”
“ให้ข้าหรือ ของผู้ใดกัน” กล่าวจบ ซ่งชิงเป่ยวางตะเกียบ รับจดหมายมา
สหายในยุทธภพของซ่งชิงเป่ยมีมากมาย พวกเขามักจะมาพบปะสังสรรค์ที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย ดังนั้นคนที่ไป ๆ มา ๆ ก็ย่อมคุ้นเคยกับคนในภัตตาคารอวิ๋นหลายเป็นอย่างดี
เพียงเขาเปิดดูจดหมาย ก็เห็นว่าด้านในเป็นกระดาษแผ่นหนึ่ง เขียนข้อความไม่กี่คำ ‘ส่งบัตรเชิญยอดฝีมือมาให้ หวังว่าเจ้าจะได้หญิงงามกลับมา’
ลายมือชื่อเขียนว่า เจียงอีผิง
“บัตรเชิญยอดฝีมือหรือ” ซ่งชิงเป่ยพึมพำออกมาอย่างสงสัย จากนั้นดูจดหมายต่อ ก็เห็นบัตรเชิญงดงามแผ่นหนึ่ง
บนบัตรเชิญเขียนว่า ‘วันที่สิบเดือนหน้า ขอเชิญท่านไปที่เรือนพักร้อนวั่งเหมย’
ที่มุมขวาล่างของบัตรเชิญ มีรูปกิ่งดอกเหมยเหมือนจริงอยู่
อู่เชียนเชียนโผล่หน้ามาดู ทันใดนั้นก็ตื่นเต้นขึ้นมา “เจ้าดูสิ! บัตรเชิญยอดฝีมือมาแล้วไม่ใช่หรือ นี่ต้องเป็นลิขิตสวรรค์เป็นแน่ เราจะต้องไปที่เรือนพักร้อนวั่งเหมย!”
ในตอนนี้ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น ว่ายามที่เห็นรูปกิ่งดอกเหมยนั้น กู่ต้าหู่มีสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที