ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 397 เจ้ายังไม่ตัดสินใจหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 397 เจ้ายังไม่ตัดสินใจหรือ
บทที่ 397 เจ้ายังไม่ตัดสินใจหรือ
นับตั้งแต่เรื่องบัตรเชิญยอดฝีมือนั้น อู่เชียนเชียนได้มารบกวนซ่งชิงเป่ยทุกวัน บีบคั้นให้เขาตอบรับไปที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยให้ได้
หากแต่ซ่งชิงเป่ยหมดหนทางจะปฏิเสธ ทำได้เพียงหาวิธีมาหลบเลี่ยงนางทุกวัน ๆ
หลายวันมานี้กู่ต้าหู่เองก็แปลกไป หมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหน ราวกับว่ามีเรื่องใดในใจอย่างไรอย่างนั้น
คืนวันนี้ ดวงจันทร์ลอยเด่น กู่ต้าหู่พลิกตัวไปมายากจะหลับได้ลง จึงได้ลุกขึ้นไปที่สวนด้านหลังเพื่อฝึกวิชากระบี่
ในใจเขาคิดว่าขอเพียงฝึกกระบี่จนเหนื่อย จนหลับไปเท่านั้นเอง
เพียงแต่ว่าเพลงกระบี่ชุดนี้เมื่อเขาฝึกจนเหงื่อท่วม กลับไม่เหลือความง่วงงุนแม้แต่น้อย ทั้งยังตาสว่างเสียยิ่งกว่าเดิม
เขาหยุดลง หอบอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าหงุดหงิด อยู่ ๆ ในตอนนี้ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง “ที่แท้เจ้าก็อยู่นี่นี่เอง!”
กู่ต้าหู่หันหลังกลับมาก็เห็นซ่งชิงเป่ย ที่ในมือถือสุราสองไห
เขาขมวดคิ้วอย่างสงสัย “ชิงเป่ยหรือ เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่ได้”
ซ่งชิงเป่ยยิ้มพลางยักไหล่ “เหมือนเจ้านั่นแหละ นอนไม่หลับ เจ้าฝึกเพลงกระบี่ ส่วนข้าก็ดื่มสุรา”
กล่าวจบ เขาเลิกคิ้วให้อีกฝ่ายแล้วเอ่ยถาม “มาดื่มกับข้าหน่อยได้หรือไม่”
กู่ต้าหู่ครุ่นคิด จากนั้นก็พยักหน้า “ได้สิ”
ความจริงแล้ว ตอนนี้เขาต้องการสุราแรง ๆ เพื่อให้ตนเองชาเสียหน่อย จะได้นอนหลับได้บ้าง
กู่ต้าหู่เก็บกระบี่ เดินเข้าไปในศาลาข้าง ๆ กับซ่งชิงเป่ย
ซ่งชิงเป่ยเปิดฝาไหสุราดัง ‘ปัง’ ทันใดนั้นกลิ่นสุราก็อบอวลไปทั่ว ยังไม่ทันได้ดื่มก็ทำให้คนมึนเมาไปเล็กน้อย
เขาหยิบเอาชามใหญ่สองชามมา รินสุราให้ตนและกู่ต้าหู่คนละชาม
อย่างที่ว่า พวกเขาเดินทางทั่วยุทธภพ ไม่สนใจเรื่องเล็กน้อย ดื่มสุราก็ต้องใช้ชามจึงจะเพลิดเพลินได้
ซ่งชิงเป่ยดื่ม “อึก ๆ” อึกใหญ่จนหมดชามใหญ่ชามหนึ่ง
กู่ต้าหู่หยิบชามมาจิบคำหนึ่ง เมื่อเห็นอีกฝ่ายรีบร้อนดื่มเช่นนั้นก็อดเป็นกังวลขึ้นมาไม่ได้ “เจ้าดื่มช้า ๆ หน่อย เดี๋ยวจะเมาเอาเสียง่าย ๆ”
“หากดื่มสุราไม่ให้เมา เช่นนั้นจะมีความหมายอันใดเล่า” ซ่งชิงเป่ยเลิกคิ้ว จากนั้นรินสุราใส่ชามตนเองต่อ ทำเป็นไม่สนใจนักแล้วเอ่ยถามออกมาประโยคหนึ่ง “จริงสิ ดึกดื่นเช่นนี้เจ้าไม่นอนแต่มาฝึกกระบี่ เป็นเพราะเรื่องการไปที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยหรือ”
กู่ต้าหู่ตะลึงไป “เจ้า… เจ้ารู้ได้อย่าง…”
ซ่งชิงเป่ยเห็นสีหน้าตื่นตกใจของเขาก็ยิ้มออกมา “เหตุใด ข้าเดาถูกหรืออย่างไร นี่เพื่อให้ได้เป็นบุตรเขยของเรือนพักร้อนวั่งเหมย เจ้าจึงได้แอบมาฝึกวิชาอยู่ที่นี่กระมัง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเขา กู่ต้าหู่ก็ถอนหายใจโล่งอก “เจ้าเดาผิดแล้ว ข้าไม่สนใจการเป็นบุตรเขยของเรือนพักร้อนวั่งเหมยหรอก จริงสิ เจ้าต่างหาก ในมือเจ้ามีบัตรเชิญยอดฝีมือไม่ใช่หรือ ข้าได้ยินว่าเชียนเชียนมาหาเจ้าเพราะเรื่องนี้ทุกวัน เจ้ายังไม่ตัดสินใจว่าจะไปหรืออย่างไร”
กล่าวจบ เขายังรอคำตอบของอีกฝ่ายด้วยความประหม่าเล็กน้อย
ซ่งชิงเป่ยขมวดคิ้ว กล่าวเสียงเบา “เจ้าเองก็อยากให้ข้าไปหรือ”
“อืม… เรื่องนี้ข้าช่วยเจ้าตัดสินใจไม่ได้หรอก อย่างไรการแต่งงานก็เป็นเรื่องใหญ่ของคนเรา ต้องให้เจ้าตัดสินใจเอง ในฐานะเพื่อนของเจ้า ข้าจะสนับสนุนสิ่งที่เจ้าตัดสินใจ”
มือของซ่งชิงเป่ยที่ถือชามใหญ่กำแน่นเล็กน้อย อยู่ ๆ เขาเงยหน้าขึ้น มองกู่ต้าหู่ด้วยใบหน้าจริงจัง และเอ่ยถาม “เช่นนั้นแล้ว ในฐานะเพื่อน ขอเพียงข้าไป เจ้าก็จะไปกับข้าใช่หรือไม่”
“ไป… ไปเรือนพักร้อนวั่งเหมยน่ะหรือ” กู่ต้าหู่อึกอักทันที
“ใช่ ไปที่เรือนพักร้อนวั่งเหมย”
กู่ต้าหู่ลังเลครู่หนึ่ง หยิบเอาสุราขึ้นมาดื่มจนหมดในคราวเดียว
ในตอนที่ซ่งช่งเป่ยเข้าใจว่าเขาจะกล่าวคำตอบอื่นออกมา กู่ต้าหู่กลับพยักหน้าแล้วเอ่ยตอบ “ได้สิ ข้าจะไปที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยกับเจ้า”
ฟังถึงตรงนี้ แววตาของซ่งชิงเป่ยก็ฉายแววผิดหวังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่ไม่นานเขาก็ซ่อนมันเอาไว้
เขารินสุราต่ออีกครั้ง หยิบชามขึ้นมาแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ดี! เช่นนั้นก็ขอให้ข้าได้หญิงงามกลับมาจากเรือนพักร้อนวั่งเหมยแล้วกัน! เรามาชนแก้วกันเถิด!”
ใบหน้าของกู่ต้าหู่ขึ้นสีแดงในทันใด หยิบเอาชามสุราชนกับเขา จากนั้นก็ดื่มจนหมด
เขามองใบหน้าที่ดูมึนงงของซ่งชิงเป่ย อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “เจ้าไม่เคยพบคุณหนูแห่งเรือนพักร้อนวั่งเหมยเสียหน่อย เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านางเป็นหญิงงาม ถ้าหากนางอัปลักษณ์จะทำอย่างไรเล่า เจ้าก็จะยังแต่งงานกับนางหรือ”
ซ่งชิงเป่ยเริ่มเมาแล้ว เขายู่ปาก กล่าวตามตรง “อัปลักษณ์ก็อัปลักษณ์สิ ขอเพียงเป็นผู้หญิงก็ใช้ได้แล้ว!”
ขอเพียงเขาแต่งงานกับหญิงคนหนึ่งเป็นภรรยา เช่นนั้นความรู้สึกที่ไม่ควรรู้สึกก็คงจะลืมมันไปได้ทีละน้อย
เมื่อกำลังคิดเช่นนี้ ซ่งชิงเป่ยมองอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง จากนั้นก็ยกชามขึ้นอีกครั้งรวดเดียวหมด
กู่ต้าหู่มองท่าทางเช่นนี้ของเขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว และกล่าวอย่างไม่พอใจ “ชิงเป่ย เหตุใดเจ้าจึงอารมณ์เสียเช่นนี้เล่า!”
“ใช่! ข้าอารมณ์เสีย! ไม่ได้หรือไร” ซ่งชิงเป่ยตาแดงขึ้นมาทันที ตะคอกใส่กู่ต้าหู่
กู่ต้าหู่ไม่เคยเห็นเขาเป็นเช่นนี้มาก่อน จึงตื่นตกใจขึ้นมา “ชิงเป่ย… เจ้า… เจ้าดื่มจนเมาแล้ว เช่นนั้น…”
“ข้าไม่ได้เมา! ข้าเพียงแค่เจ็บปวดในใจ… เจ็บปวดเกินไปแล้ว มีบางเรื่องที่ข้าเก็บเอาไว้ในใจ ไม่กล้าบอกกับผู้ใดทั้งนั้น ต้าหู่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าความรู้สึกเช่นนี้มันเจ็บปวดเพียงใด”
กู่ต้าหู่เห็นท่าทางเจ็บปวดของเขา อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง รีบกล่าวปลอบ “ชิงเป่ย ถ้าหากเจ้ามีเรื่องใดในใจก็บอกข้าได้นะ พวกเราเป็นเพื่อนกัน เจ้ามีปัญหาอันใด ข้าก็จะช่วยเจ้าคิดหาวิธีถึงที่สุด”
“จริงหรือ” ใบหน้ามึนเมาของซ่งชิงเป่ยเปล่งประกายขึ้นมา “เช่นนั้นแล้ว ถ้าหากข้าพูดเรื่องที่ไม่ควรพูด เจ้า… เจ้าก็จะให้อภัยข้าใช่หรือไม่”
“เอ๋” กู่ต้าหู่มีสีหน้างุนงง รู้สึกเพียงว่าคำพูดนี้ของชายหนุ่มตรงหน้านั้นดูขัดแย้งและไร้เหตุผล ช่างแปลกประหลาดอย่างมาก
แต่เขาก็จำต้องรับปาก “อืม เจ้าว่ามาสิ มันคือเรื่องอันใดกันแน่”
ซ่งชิงเป่ยมองตาของเขาอย่างจริงจัง กล่าวว่า “ความจริงแล้วข้าชอบผู้ชาย”
“ว่า… ว่าอันใดนะ” กู่ต้าหู่เบิกตากว้างทันที
ราวกับว่ามีฟ้าผ่ามาบนหัว สมองขาวโพลน ลืมตอบสนองไปโดยพลัน
ในใจกล่าวว่า ‘ข้าฟังผิดไปหรือ ข้าคงจะฟังผิดไปกระมัง’
เขากลืนน้ำลายอย่างประหม่า มองซ่งชิงเป่ยแล้วเอ่ยถาม “ชิงเป่ย เจ้าหมายความว่าเจ้า… ชอบเพศเดียวกันหรือ”
“อืม ข้าเองก็เพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้เอง” ซ่งชิงเป่ยพยักหน้า
อยู่ ๆ ในตอนนั้น ซ่งชิงเป่ยจับมือของกู่ต้าหู่เอาไว้ กล่าวอย่างตื่นเต้น “ต้าหู่ ความจริงแล้วชายคนนั้นที่ข้าชอบ ก็คือเจ้า”
ตูม!
กู่ต้าหู่รู้สึกเพียงว่าสมองของเขาแทบระเบิดออกมา พร้อมใบหน้าแดงระเรื่อราวกับกุ้งสุก
เขามองดวงตาจริงใจของซ่งชิงเป่ย ในใจก็เต้น ‘ตึกตัก ๆ’ ไม่หยุดอย่างไม่อาจควบคุมได้ เขาเลียริมฝีปาก เผยรอยยิ้มกระอักกระอ่วนออกมาแล้วเอ่ย “ชิงเป่ย นี่เจ้าเมาเสียจนพูดเรื่องไร้สาระแล้วกระมัง”
ทันทีที่สิ้นเสียงของเขา ซ่งชิงเป่ยก็ล้มลงบนโต๊ะดัง ‘ปัง!’ แล้วหลับไป