ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 401 ท่านพี่ช่างร้ายกาจ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 401 ท่านพี่ช่างร้ายกาจ
บทที่ 401 ท่านพี่ช่างร้ายกาจ
ล่วงเลยมาถึงยามพลบค่ำ ในที่สุดอาหารก็พร้อมจัดวางไว้บนโต๊ะเรียบร้อย
พวกคนเฒ่าคนแก่ดูจะชมชอบความครึกครื้นมีชีวิตชีวาเป็นที่สุด แม่เฒ่าซ่งมองโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ที่มีคนนั่งทานอาหารอยู่ด้วยกันเต็มโต๊ะ รอยยิ้มที่ประดับใบหน้าอยู่ตลอดเวลาของนางจึงไม่หุบลงเลยแม้แต่น้อย
นายท่านเฉียนหัวเราะออกมา ทั้งอดไม่ได้ที่จะเย้าแหย่ “ท่านย่า ข้าว่าอาหารมื้อนี้น่ะ ท่านไม่ต้องทานเข้าไปก็อิ่มอกอิ่มใจแล้วกระมัง?”
“นั่นซี! นั่นซี! หากทุกวันครึกครื้นเช่นนี้ ข้าคงเบิกบานใจเสียจริง!” ขณะที่เอ่ย นางก็หันไปมองซุนอิงหนิงที่อยู่ข้าง ๆ และเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน “อิงหนิง หมู่นี้สุขภาพท่านตาของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“สบายดีเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านย่าที่ห่วงใย” ซุนอิงหนิงเอ่ยตอบเบา ๆ
แม่เฒ่าซ่งเห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของนาง ยิ่งมองก็ยิ่งชอบใจ จึงขยิบตาให้ซ่งชิงหนาน “ชิงหนาน ยังไม่รีบตักอาหารให้อิงหนิงอีก”
ซ่งชิงหนานรีบคีบน่องไก่ชิ้นโตชิ้นหนึ่งใส่ในถ้วยของอิงหนิง
ซุนอิงหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง “น่องไก่ชิ้นนี้ ใหญ่เกินไปกระมัง”
ที่นางจะสื่อคือมีคนอยู่ที่นี่หลายคน หากนางทานเข้าไปแล้วคงไม่น่าดูเท่าใดนัก
ซ่งชิงหนานเข้าใจทันที จึงตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่เป็นไร ข้าจะช่วยเจ้าฉีกเนื้อให้ ทานให้มากหน่อย เจ้าผอมเกินไปแล้ว”
อู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ เห็นการกระทำสนิทสนมของคนจึงหัวเราะออกมา ทั้งยังเย้าแหย่ “อิงหนิง เจ้าช่างร้ายกาจจริง ๆ เจ้าเปลี่ยนศิษย์น้องของข้าที่ทั้งแข็งกระด้างและน่าเบื่อคนนี้ ให้กลายเป็นชายหนุ่มอ่อนโยนที่รู้จักดูแลคนอื่นเช่นนี้ ข้ายังไม่เคยเห็นเขาเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย”
ซุนอิงหนิงที่หน้าบางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่ออู่เชียนเชียนเอ่ยขึ้นมา ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางพลันแดงเรื่อขึ้นมาทันที มิกล้าปริปากเอ่ยวาจาแล้ว
ซ่งชิงหลันอดเอ่ยล้อนางกลับไม่ได้ “เชียนเชียน เจ้าน่ะ อย่าได้ของถูกแล้วทำเหมือนไม่มีอันใดเกิดขึ้น เจ้าดูสิ ซื่อโม่วแกะกุ้งให้เจ้าไปกี่ตัวแล้ว?”
มีเพียงซ่งชิงหลันเท่านั้นที่จัดการนางได้อยู่หมัด หลังจากถูกกำราบแล้ว อู่เชียนเชียนจึงหยุดเอ่ยล้ออย่างว่าง่าย
ซ่งชิงหลันตักเกี๊ยวใส่ถ้วยของชิงอวี่อย่างเอาใจ จากนั้นเอ่ยด้วยสีหน้าอ่อนโยน “ชิงอวี่ รีบทานเร็ว นี่เป็นเกี๊ยวของโปรดของเจ้าเชียวนะ”
ซ่งซิงเยว่ยื่นหัวออกมามองดู ชี้ไปยังเกี๊ยวที่หน้าตาหมือนถุงนำโชคน้อย ๆ ในถ้วยของเฉียนชิงอวี่ “ชิงอวี่! ชิงอวี่! นี่เป็นเกี๊ยวที่ข้าห่อเอง เจ้ารีบกินเร็ว”
“ได้” เฉียนชิงอวี่รีบนำมันเข้าปากทันที จากนั้นจึงยกนิ้วโป้งให้ซ่งซิงเยว่ “พี่ซิงเยว่ช่างเก่งกาจจริง ๆ เกี๊ยวที่ท่านห่ออร่อยมาก ๆ!”
ในตอนนั้นเอง ซ่งชิงตงตักของที่เป็นก้อนกลม ๆ บางอย่างขึ้นมาจากน้ำซุปเกี๊ยว เขาขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามอย่างหวาดระแวง “นี่คืออันใด?”
แววตาไป๋เย่หานพลันเปลี่ยนเป็นเยียบเย็น จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาทิ่มแทง เอ่ยอย่างเย็นชา “เกี๊ยวน่ะสิ นี่ยังชัดเจนไม่พออีกหรือ?”
ซ่งชิงตงรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาเสียอย่างนั้น และเริ่มสงสัยในตัวเองขึ้นมา นี่เรียกว่าเกี๊ยวหรือ?
เขาหันหน้าไปมองซ่งชิงหลัน ราวกับต้องการคำตอบ
หากแต่ซ่งชิงหลันพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้
จากนั้นเสียงหวานใสของซ่งซิงเยว่พลันดังขึ้นมา “ท่านน้า นี่เป็นเกี๊ยวที่ท่านพ่อของข้าทำเชียวนะ”
หัวใจของซ่งชิงตงพลันระรัว ‘ตึกตัก ๆ!’ นี่สินะ จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดซ่งชิงหลันจึงตอบสนองเช่นนั้น
เขาวางเกี๊ยวตัวนั้นลงในถ้วยแล้วทานมันเข้าไปโดยไม่แม้แต่เปลี่ยนสีหน้า
ไป๋เย่หานปรายตามองเขาแวบหนึ่งแล้วเอ่ยถาม “รสชาติเป็นอย่างไร?”
“อืม” ซ่งชิงตงพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “รสชาติเหมือนเกี๊ยวจริง ๆ ขอรับ”
……
ทุกคนบนโต๊ะกินดื่มสังสรรค์ ครึกครื้นรื่นเริงเป็นอย่างมาก
มีเพียงกู่ต้าหู่เท่านั้นที่เงียบสนิท ทานอาหารตรงหน้าเงียบ ๆ
ส่วนซ่งชิงเป่ยผู้ที่ปกติแล้วร่าเริงกลับทำตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับคืนนี้เขากลายเป็นคนใบ้ผู้หนึ่งไปเสียแล้ว ไม่กล่าวสิ่งใดแม้แต่คำเดียว ทำเพียงแค่ลอบมองกู่ต้าหู่ครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่อย่างนั้น
แม้คนอื่นจะไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ของเขา ทว่าซ่งชิงซีกลับสังเกตเห็นทั้งหมด
ใบหน้าของซ่งชิงซีนิ่งขรึม ครุ่นคิดว่าต่อไปจะอบรมสั่งสอนน้องชายหัวรั้นผู้นี้อย่างไร
ทันใดนั้นเอง อู่เชียนเชียนก็สังเกตเห็นท่าทีแปลก ๆ ของซ่งชิงเป่ยเช่นกัน จึงอดเอ่ยถามไม่ได้ “เอ๊ะ? ชิงเป่ย? เหตุใดคืนนี้เจ้าจึงเงียบนัก? ปากของเจ้าปกติมักจะส่งเสียงจิ๊บจิ๊บจั๊บจั๊บราวกับนกน้อยอย่างไรอย่างนั้น เกิดอันใดขึ้นหรือ?”
ทันทีที่คำถามถูกเอ่ย สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่เขาอย่างพร้อมเพรียงกัน
ซ่งชิงเป่ยที่กลายเป็นจุดสนใจของสายตาทุกคน ชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะวางถ้วยและตะเกียบในมือลง กล่าวกับทุกคนด้วยสีหน้าจริงจัง “วันนี้ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันพอดี ข้ามีเรื่องหนึ่งจะแจ้งให้ทราบ”
“ชิงเป่ย!” สีหน้าของซ่งชิงซีตึงเครียดขึ้นมาทันที เขาส่ายหัวเบา ๆ
เพราะเขาเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา บางทีเจ้าเด็กคนนี้อาจต้องการบอกความจริงเรื่องที่เขาชอบกู่ต้าหู่
หากแต่ทุกคนล้วนสงสัยว่าเขาอยากกล่าวอันใด
อู่เชียนเชียนจึงอดไม่ได้ที่จะรบเร้า “เรื่องอันใดหรือ? เรื่องอันใดกัน? เจ้ารีบบอกมาเร็ว! รีบบอกเร็วเข้า!”
ฉู่ซื่อโม่วมองดวงตาที่มีประกายตื่นเต้นของนาง แล้วเผยรอยยิ้มเจื่อนอย่างคนอับจนปัญญาออกมา เพราะไม่รู้ว่านางตื่นเต้นอันใดนัก
ลูกกระเดือกของซ่งชิงเป่ยขยับขึ้นลงเล็กน้อย จากนั้นจึงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะไปเรือนพักร้อนวั่งเหมย”
ทันทีที่ได้ยิน บางคนสุขบางคนเศร้าสลับกันไป
หากแต่ซ่งชิงซีถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ส่วนผู้ที่ตื่นเต้นที่สุดย่อมเป็นอู่เชียนเชียน
นางปรบมือตนเองแล้วเอ่ยอย่างดีใจ “เยี่ยมไปเลย! ข้ารู้ว่าเจ้าต้องอยากเอ่ยเรื่องนี้! ท้ายที่สุดเจ้าก็จะไปจริง ๆ!”
แม่เฒ่าซ่งรู้สึกสับสน รีบเอ่ยถาม “เรือนพักร้อนวั่งเหมยอันใดหรือ? เจ้าจะไปทำอันใดที่นั่น?”
ด้วยเหตุนี้ ซ่งชิงหลันจึงเล่าเรื่องที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยจะคัดเลือกบุตรเขยให้แม่เฒ่าซ่งฟังอย่างครบถ้วนกระบวนความ
โดยมีอู่เชียนเชียนพยักหน้าอยู่ข้าง ๆ “ท่านย่า ตอนนี้ท่านดีใจได้แล้วกระมัง? หลานชายคนเล็กของท่านจะไปหาหลานสะใภ้ให้ท่านแล้ว!”
“ดี ๆ ๆ ๆ! ประเสริฐยิ่งนัก!” แม่เฒ่าซ่งฉีกยิ้มกว้าง “ถึงตอนนี้ เรื่องสำคัญในชีวิตของพวกเขาถือว่าใกล้ลุล่วงหมดแล้ว”
อู่เชียนเชียนมองซ่งชิงเป่ยแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “งานคัดเลือกบุตรเขยนั้นจะเริ่มขึ้นในวันที่สิบเดือนถัดไป ชิงเป่ย พวกเราออกเดินทางให้เร็วที่สุดดีหรือไม่?”
ฉู่ซื่อโม่วที่อยู่ข้าง ๆ เผยสีหน้ากระอักกระอ่วน กระซิบกับนางเบา ๆ “เชียนเชียน ชิงเป่ยไปที่นั่นเพื่อจัดการเรื่องสำคัญ พวกเราจะไปร่วมผสมโรงเหตุใดกัน? เจ้าอย่าไปเพิ่มความวุ่นวายเลย”
“เพิ่มความวุ่นวายอันใดกัน? คนมากยิ่งมีกำลังมาก พวกเราไปด้วยกัน เราจะได้ช่วยกันระดมความคิดให้ชิงเป่ย โอกาสชนะจะได้มากขึ้นอย่างไรเล่า” นางหันไปทางซุนอิงหนิงอีกครั้ง “อิงหนิง เจ้าก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกนานแล้วกระมัง? พวกเราไปเที่ยวชมความสนุกสนานกันดีหรือไม่?”
ซุนอิงหนิงอยู่แต่ในจวนตระกูลหลิงนับแต่นางกลับมายังเมืองหลวง อันที่จริงนางก็รู้สึกอยากออกไปเที่ยวเล่นอยู่บ้าง
“เอ่อ… นี่…”
ซุนอิงหนิงเหลือบมองซ่งชิงหนานโดยไม่รู้ตัว
ซ่งชิงหนานยิ้มบาง ๆ “หากเจ้าอยากไป ข้าจะไปกับเจ้า”
“เยี่ยมเลย!” อู่เชียนเชียนหัวเราะอย่างมีความสุข จากนั้นจึงหันไปมองกู่ต้าหู่ “ต้าหู่ เจ้าเล่า? เจ้าจะไปหรือไม่?”