ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 403 ล้วนแต่เป็นคู่แข่ง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 403 ล้วนแต่เป็นคู่แข่ง
บทที่ 403 ล้วนแต่เป็นคู่แข่ง
เช้าตรู่วันถัดมา ซ่งชิงหลันและคนอื่น ๆ ออกเดินทางด้วยขบวนรถม้าหลายคันที่บรรจุคนกลุ่มใหญ่
เป็นเพราะจากเมืองหลวงไม่มีเส้นทางน้ำมุ่งสู่เกาะดอกเหมยแห่งเรือนพักร้อนวั่งเหมย พวกเขาจึงทำได้เพียงนั่งรถม้าไปยังสถานที่ที่ใกล้เรือนพักร้อนวั่งเหมยที่สุด อย่างเมืองเจียงจง
กู่ต้าหู่และซ่งชิงหลัน ซ่งซิงเฉิน ซ่งซิงเยว่ สามคนแม่ลูกนั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกัน
เด็กทั้งสองคนได้ออกเดินทางไกลด้วยรถม้าเป็นครั้งแรก จึงตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งระหว่างทางเป็นอย่างมาก หัวเล็ก ๆ สองหัวโผล่ออกไปจากหน้าต่างรถม้าเพื่อมองวิวทิวทัศน์ข้างทาง
“เฉินเฉิน เจ้าดูนั่น ดูนั่นเร็วเข้า ที่นั่นสวยมากเลย…”
“สวยจริง ๆ ที่นี่ไม่เหมือนกับเมืองหลวงเลย!”
“ดีจริง ๆ ที่พวกเราได้มาครั้งนี้ ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้ว่ามีสถานที่ที่สวยงามเช่นนี้!”
……
ซ่งชิงหลันที่อยู่ในรถม้ามองเด็กน้อยสองคนที่ส่ายก้นไปมาอย่างตื่นเต้น รู้สึกราวกับศีรษะกำลังจะระเบิดออกมาจริง ๆ “พวกเจ้าสองคน รีบเอาหัวกลับเข้ามาเดี๋ยวนี้ ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ เดี๋ยวหัวพวกเจ้าจะโขกเอา”
ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ย่อมรู้จักตักตวงแต่พอประมาณ หลังจากมองทิวทัศน์ไปได้พักหนึ่งแล้ว ก็กลับมานั่งอยู่ในรถม้าอย่างเชื่อฟัง
ส่วนกู่ต้าหู่นั้นไร้ซึ่งความสนใจในทิวทัศน์สองข้างทาง กระทั่งบางครั้งยังดูเหมือนกำลังว้าวุ่นใจ
แม้แต่ซ่งซิงเยว่ที่เป็นเด็กน้อยยังสัมผัสได้ว่าเขาผิดปกติไป
ซ่งซิงเยว่มองกู่ต้าหู่แล้วขมวดคิ้วน้อย ๆ เอ่ยถามขึ้นมา “ท่านน้าต้าหู่ เหตุใดท่านไม่พูดไม่จาเล่าเจ้าคะ”
กู่ต้าหู่ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนใจ “เป็นเพราะนั่งรถม้าจนเหนื่อยน่ะ จึงไม่อยากพูดอันใด”
“เช่นนั้นท่านทะเลาะกับท่านน้าสี่หรือเจ้าคะ?”
“อ๊ะ? นี่…” กู่ต้าหู่อึกอัก แต่ฝืนยิ้มออกมา “เยว่เยว่ เหตุใดเจ้าจึงถามเช่นนั้นเล่า?”
“เพราะแต่ก่อนพวกท่านมักพูดคุยหัวเราะกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่สองสามวันมานี้ ข้าพบว่าท่านและท่านน้าสี่พูดคุยกันแค่ไม่กี่คำ แล้วนี่ท่านพ่อของข้าและพวกท่านน้าล้วนขี่ม้าอยู่ข้างนอก เหตุใดท่านจึงมานั่งอยู่ในรถม้าเล่าเจ้าคะ?”
หลังจากกล่าวจบ ซ่งซิงเยว่ก็มองกู่ต้าหู่ด้วยดวงตาไร้เดียงสาที่เต็มไปด้วยความสงสัยคู่นั้น
กู่ต้าหู่เห็นหน้าตาน่ารักทั้งยังใสซื่อบริสุทธิ์ของนาง ก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรตอบออกไปเช่นไร
ซ่งชิงหลันที่เห็นเช่นนี้แล้วจึงรีบเอ่ยขัด “เยว่เยว่ เมื่อครู่ท่านน้าต้าหู่พึ่งบอกไม่ใช่หรือว่าเขาเหนื่อยจากการนั่งรถม้า ต้องการพักผ่อน พวกเราไม่ควรไปรบกวนเขาใช่หรือไม่?”
“เจ้าค่ะ” ซ่งซิงเยว่พยักหน้าอย่างรู้สึกผิด
จากนั้น นางโผเข้าไปในอ้อมแขนของซ่งชิงหลัน แล้วเอ่ยงึมงำเบา ๆ “ท่านแม่ ข้าก็ง่วงแล้วเช่นกัน”
ซ่งชิงหลันกอดนางไว้ในอ้อมแขน “ได้ แม่จะกอดเจ้าไว้ เจ้านอนเถิด”
ในตอนนั้นเองกู่ต้าหู่ก็ส่งสายตาขอบคุณให้ซ่งชิงหลัน
หากนางไม่ได้ช่วยไว้ เช่นนั้นเขาคงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
ซ่งชิงหลันส่ายศีรษะด้วยรอยยิ้ม เอ่ยกระซิบเบา ๆ “ข้ากล่อมเยว่เยว่นอนก่อน”
นางย้ายไปข้างหลังรถม้า เอนตัวพิงผนัง กล่อมซ่งซิงเยว่ให้นอนหลับ
กู่ต้าหู่ก็เอนตัวพิงกับหลังรถม้าเช่นกัน แต่เมื่อกำลังจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนสมอง ทันใดนั้นเองร่างเล็ก ๆ ของซ่งซิงเฉินก็เข้ามาหาเขา “ท่านน้าต้าหู่…”
กู่ต้าหู่หันหน้ากลับไปแล้วเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “เฉินเฉิน มีอันใดหรือ?”
“ข้าบอกวิธีคืนดีกับท่านน้าสี่ให้ท่านได้”
“หา?” กู่ต้าหู่นิ่งงันไปชั่วขณะ
ดูเหมือนว่าปีศาจน้อยสองตัวนี้คิดว่าเขากับซ่งชิงเป่ยทะเลาะกันจริง ๆ
ทว่าเมื่อลองคิดดูดี ๆ แล้ว แม้กระทั่งเด็กน้อยสองคนนี้ยังดูออกว่าเขากับซ่งชิงเป่ยผิดปกติ นั่นก็หมายความว่าคนอื่น ๆ ย่อมรู้แล้วว่าพวกเขาสองคนมีปัญหา
เห็นกู่ต้าหู่ที่นิ่งเงียบไป ซ่งซิงเฉินจึงดึงแขนเขาอย่างเป็นกังวล “ท่านน้าต้าหู่ ท่านยังฟังข้าอยู่หรือไม่?”
“ฟัง ๆ ๆ ๆ” กู่ต้าหู่พยักหน้า “เจ้ารีบบอกข้าสิ เจ้ามีวิธีอันใด?”
ซ่งซิงเฉินโน้มตัวมาใกล้ ๆ เขาอย่างมีเลศนัย แล้วกระซิบว่า “ท่านต้องเป็นฝ่ายขอโทษเขาก่อน จะดีที่สุดถ้านำของกินที่เขาชอบไปให้ เช่นนี้เขาก็จะอภัยให้ท่านแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าเคยทะเลาะกับเสี่ยวพั่งจากสำนักศึกษา ก็ทำอย่างนี้ ข้าจึงคืนดีกับเขาได้”
หลังจากได้ฟัง มุมปากของกู่ต้าหู่พลันกระตุก
เขาคิดว่าเจ้าเด็กน้อยคนนี้จะมีวิธีพิเศษอันใดเสียอีก ที่แท้ก็คือสิ่งนี้?
กู่ต้าหู่ยิ้มแก้เก้อ “เฉินเฉิน บางครั้งเรื่องของผู้ใหญ่ไม่ได้เรียบง่ายเหมือนเรื่องของเด็ก เรื่องราวบางอย่างไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการขอโทษ เจ้ารู้หรือไม่?”
ซ่งซิงเฉินหน้านิ่ว เอ่ยพึมพำกับตนเองเบา ๆ “เหตุใดพวกท่านผู้ใหญ่ถึงมีปัญหาเยอะถึงเพียงนี้? ช่างเถิด ข้าไปนอนดีกว่า ท่านคิดเอาเองเถิด”
สิ้นคำ ซ่งซิงเฉินก็ย้ายไปอยู่ข้าง ๆ ซ่งชิงหลัน ล้มตัวลงนอนและหลับไป
พวกเขาเดินทางมาหนึ่งวัน สุดท้ายก็มาถึงเมืองเจียงจงในตอนพลบค่ำ
ยามนี้เมืองเจียงจงครึกครื้นเป็นพิเศษ ในเมืองล้วนคราคร่ำไปด้วยผู้คนจากยุทธภพ มองปราดเดียวก็รู้ว่าพวกเขามาเข้าร่วมคัดเลือกบุตรเขยของเรือนพักร้อนวั่งเหมย
อู่เชียนเชียนที่นั่งรถม้ามาทั้งวันก็เหนื่อยล้าเช่นกัน ถึงตอนนี้นางลงจากรถม้า เปลี่ยนไปควบม้ากับเหล่าบุรุษแล้ว
นางขี่ม้าของนางไปอยู่ข้าง ๆ ซ่งชิงเป่ย มองฝูงชนรอบ ๆ แล้วเอ่ยออกมายิ้ม ๆ “ชิงเป่ย เจ้าดูสิ คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคู่แข่งของเจ้า เป็นอย่างไร? รู้สึกกังวลขึ้นมาบ้างแล้วหรือยัง?”
ซ่งชิงเป่ยเบ้ปากแล้วเอ่ยขึ้น “มีอันใดให้กังวล”
ในความเป็นจริงแล้ว เดิมทีเขาก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับคุณหนูจากเรือนพักร้อนวั่งเหมยผู้นั้น เขาเพียงแค่อยากทำให้พี่สี่วางใจ อีกทั้งยังแก้ความกระอักกระอ่วนระหว่างเขาและกู่ต้าหู่
ยามนี้ โรงเตี๊ยมในเมืองเจียงจงแทบถูกจับจองหมดแล้ว
โชคดีที่ซ่งชิงตงออกไปทำการค้าบ่อย ๆ โรงเตี๊ยมทุกหนทุกแห่งล้วนรู้จักชื่อเสียงของเขา เขาจึงทำการจองห้องไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อีกทั้งยังจองโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมืองเจียงจง
ทันทีที่พวกเขาเข้ามาถึงโรงเตี๊ยม พวกเขาก็เข้าพักได้ทันที
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่นด้วยตนเอง “แม่นางซ่ง ทุกท่านผ่านการเดินทางมาอย่างยาวนานคงหิวแล้วกระมัง? โรงเตี๊ยมได้เตรียมอาหารและเครื่องดื่มไว้แล้ว พวกท่านอยากทานอาหารข้างล่าง หรือให้ส่งขึ้นไปบนห้องให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับมันดีขอรับ?”
เถ้าแก่ผู้นี้สายตากว้างไกลไม่น้อย มองเพียงแวบเดียวก็รู้ตัวตนของซ่งชิงหลัน
ซ่งชิงหลันรู้สึกพอใจกับความเอาใจใส่นี้ของเขาเป็นอย่างมาก
นางยิ้มน้อยแล้วตอบกลับ “พวกเราเหนื่อยกับการเดินทางแล้ว เอาอย่างนี้ พวกเราจะกลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อน หากมีผู้ใดหิวก็ให้เสี่ยวเอ้อร์นำอาหารมาส่งให้ที่ห้อง ทุกคนคิดเห็นอย่างไร?”
อย่างไรเสียความแข็งแรงของร่างกายทุกคนนั้นก็แตกต่างกัน บางคนเหนื่อยต้องการพักผ่อน บางคนหิวอยากทานอาหารสักหน่อย ดังนั้นให้ตัดสินใจตามความต้องการย่อมดีที่สุด
อู่เชียนเชียนเป็นคนแรกที่ยกมือเห็นด้วย “เช่นนี้ก็ดี ข้าจะขึ้นไปนอนสักประเดี๋ยว จากนั้นค่อยส่งอาหารมาให้ข้า ห้องข้าอยู่ที่ไหนหรือ?”
เสี่ยวเอ้อร์ก้าวออกมาทันที “แม่นาง เชิญท่านตามข้ามา ข้าจะนำทางท่านขึ้นไป”
ซ่งชิงหนานมองซุนอิงหนิงที่อยู่ข้าง ๆ แล้วเอ่ยถามเบา ๆ “เจ้าเล่า?”
ซุนอิงหนิงลูบท้องของนางโดยไม่รู้ตัว “ข้ารู้สึกหิวเล็กน้อยแล้ว”
ซ่งชิงหนานจึงเอ่ยกับเถ้าแก่ “ส่งอาหารเบา ๆ ขึ้นไปให้ที่ห้องของแม่นางท่านนี้ก่อนละกัน”
สุดท้าย ทุกคนจึงกลับไปยังห้องของตน