ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 404 สถานที่เล็ก ๆ ก็มีคนใหญ่คนโตมาด้วย
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 404 สถานที่เล็ก ๆ ก็มีคนใหญ่คนโตมาด้วย
บทที่ 404 สถานที่เล็ก ๆ ก็มีคนใหญ่คนโตมาด้วย
หลังจากมองส่งพวกเขาไปห้องแล้ว ลมหายใจของเถ้าแก่เจ้าของโรงเตี๊ยมก็ได้โล่งในที่สุด
ผู้จัดการเดินเข้ามาทันที เอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย “ท่านเจ้าของโรงเตี๊ยม หญิงสาวคนเมื่อครู่นี้คือแม่นางซ่งผู้นั้นจากเมืองหลวงจริงหรือขอรับ”
“ดูจากรูปลักษณ์ และบุคลิกเช่นนั้น ก็มีความเป็นไปได้มากทีเดียว”
“คิดไม่ถึงว่าสถานที่เล็ก ๆ ของเรานี้ จะมีคนใหญ่โตมาด้วย!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า…” อยู่ ๆ เจ้าของโรงเตี๊ยมก็หัวเราะอย่างมีเลศนัย “เจ้าคงดูไม่ออก คนที่ยิ่งใหญ่กว่า ความจริงแล้วก็คือชายรูปงามผู้มีใบหน้าเย็นชาข้างกายแม่นางซ่งผู้นั้นต่างหาก”
“เอ๋ อย่างนั้นหรือขอรับ ข้าเองก็พบว่าชายผู้นั้นหน้าตาหล่อเหลา แต่ไม่กล้ามองมากนัก เอาแต่รู้สึกว่าเขากินคนได้อย่างไรอย่างนั้น เถ้าแก่ นายท่านผู้นั้นเป็นผู้ใดกันแน่หรือ”
“ถ้าหากข้าเดาไม่ผิด เขาก็คือหานอ๋อง”
“ว่าอย่างไรนะ เขาคือท่านอ๋องผู้เย็นชา ผู้ต้องพเนจร ฝีมือการรบโดดเด่น วรยุทธ์สูงส่งผู้นั้นน่ะหรือ เช่นนั้นท่านอ๋องและแม่นางซ่ง…”
ในมุมมองนี้ผู้ใด ๆ ก็ดูออก ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นไม่ธรรมดา
“โธ่! อันใดไม่ควรพูดก็อย่าพูดเลย!” เถ้าแก่โรงเตี๊ยมรีบเอ่ยปากห้ามเขา กล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “แขกกลุ่มนี้เป็นแขกสำคัญ จะต้องดูแลให้ดี จะให้ผิดพลาดไม่ได้”
“ได้ ๆ ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”
ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานกลับมาที่ห้อง วางซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ที่หลับแล้วลงบนเตียง
นางมองดูห้องพักคร่าว ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้หรูหรา แต่ก็สะอาดสะอ้าน ดูสบายตามาก ดูท่าเถ้าแก่โรงเตี๊ยมผู้นี้จะใส่ใจประมาณหนึ่ง
โรงเตี๊ยมที่พวกเขาแวะพักในตอนนี้ก็ถือว่าคุณภาพดีแล้ว เมืองเจียงจงอยู่ห่างไกล ทั้งยังห่างจากหมู่บ้านอื่น ๆ อย่างมาก การเดินทางถือว่าไม่สะดวกนัก เพราะที่นี่ไม่ใช่ศูนย์กลางการค้าขาย
หากไม่ใช่เพราะเรือนพักร้อนวั่งเหมยจัดงานใหญ่อย่างการหาบุตรเขย ที่ดึงดูดเหล่าผู้คนในยุทธภพมามากมายเช่นนี้ เกรงว่าที่นี่ก็คงไม่มีวันครึกครื้นเช่นนี้เป็นแน่
ซ่งชิงหลันนั่งลงตรงหน้าโต๊ะ รินน้ำชาให้ตัวเองแล้วเริ่มดื่ม ไม่นานนัก พนักงานโรงเตี๊ยมก็นำอาหารมาส่งให้
นางมองอาหารห้าอย่างบนโต๊ะ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา กล่าว “เตรียมการมากมายเสียจริง”
กล่าวจบ นางตักน้ำแกงชามหนึ่งมาดื่ม
อยู่ ๆ ในตอนนั้น ไป๋เย่หานกลับกดมือของนางไว้ “รอเดี๋ยว”
ซ่งชิงหลันหยุดมือ กะพริบตาอย่างแปลกใจ และเอ่ยถาม “มีอันใดหรือ”
จากนั้น ไป๋เย่หานก็หยิบเอาเข็มเล่มหนึ่งออกมา ทดลองกับอาหารทุกอย่างครั้งหนึ่ง หลังจากพบว่าไม่มีพิษจึงได้เอ่ยว่า “ที่นี่มีทั้งคนดีคนเลวปะปนกัน ต้องระวังเสียหน่อย”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ท่านเป็นกังวลว่าจะมีคนต้องการกำจัดคู่ต่อสู้ก่อนที่จะถึงเกาะหรือเจ้าคะ”
ไม่แปลกเลยว่าก่อนที่พวกเขาจะเข้าเมือง พบว่ามีคนบางกลุ่มที่แวะค้างคืนในป่าเขา เกรงว่าคงเพื่อป้องกันคนที่มีแผนร้ายกระมัง
ไป๋เย่หานยิ้ม “ถึงแม้เรือนพักร้อนวั่งเหมยจะกระทำการอย่างเงียบ ๆ แต่อย่างไรพวกเขาก็ควบคุมยุทธภพอยู่ครึ่งหนึ่ง ตำแหน่งผู้สืบทอดเรือนพักร้อนวั่งเหมยนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นสิ่งหอมหวานในสายตาคนมากมาย แต่การวางแผนเอาไว้เช่นนี้ก็ถือว่าพอจะคาดเดาได้”
ซ่งชิงหลันหรี่ตามองไป๋เย่หานแล้วเผยรอยยิ้มหวานที่คลุมเครือ “เช่นนั้นจากที่ท่านอ๋องกล่าวบุตรสาวของเรือนพักร้อนวั่งเหมยนี้เป็นสิ่งหอมหวานด้วยหรือไม่”
ในใจของไป๋เย่หานดัง ‘ตุบ!’ ในทันที
หมดกัน เหตุใดเขาจึงรู้สึกเหมือนขุดหลุมให้ตนเองกระโดดลงไปเสียได้
เขามองซ่งชิงหลันโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า กล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง “ข้ามีพระชายาที่ดีที่สุดอยู่แล้ว หญิงอื่นนั้นล้วนเป็นสิ่งล่องหนในสายตาข้า”
“เฮอะ! กะล่อนจริงเชียว!” ซ่งชิงหลันมองเขาแล้วหัวเราะ จากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มจ้องมองกันอย่างรักใคร่
ในตอนนั้นเอง มีเสียงของพนักงานโรงเตี๊ยมเคาะประตูดังมาจากห้องข้าง ๆ “นายท่าน สุราที่นายท่านต้องการมาแล้วขอรับ”
ซ่งชิงหลันผงะไป “จะดื่มตอนนี้น่ะหรือ คนที่พักห้องข้าง ๆ คือผู้ใดกัน”
ไป๋เย่หานกล่าวตอบ “กู่ต้าหู่”
“ต้าหู่หรือ” ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่ได้การล่ะ ข้าจะไปดูเสียหน่อย”
กล่าวจบ นางก็ลุกขึ้นแล้วหยิบเอาจานอาหารจานหนึ่งออกไป
ก่อนจะจากไปก็ยังไม่ลืมส่งจูบให้ไป๋เย่หาน “ท่านอ๋อง เด็กทั้งสองคนขอยกให้ท่านแล้วกัน”
ไป๋เย่หานอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างเอ็นดู พระชายาของเขานี้ยิ่งน่ารักขึ้นทุกวันจริง ๆ
ซ่งชิงหลันถือเอาอาหารจานหนึ่งเคาะประตูห้องของกู่ต้าหู่
“ผู้ใด” เสียงระแวดระวังของกู่ต้าหู่ดังมาจากด้านในห้อง
“ข้าเอง”
กู่ต้าหู่ลุกขึ้นเปิดประตู ยามที่เห็นซ่งชิงหลันก็ผงะไป เอ่ยถามอย่างสงสัย “พี่ชิงหลัน เหตุใดท่านจึงมาได้เล่า”
ซ่งชิงหลันมองผ่านตัวเขาไปดูด้านใน ก็เห็นไหสุราตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนโต๊ะ จึงยกยิ้ม “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่มีกับแกล้ม จึงได้เอามาให้น่ะสิ”
กล่าวจบ นางก็เดินเข้าไป
ใบหน้าของกู่ต้าหู่ฉายแววไม่เป็นธรรมชาติ จากนั้นปิดประตูห้อง หมุนตัวกลับเข้าไป นั่งลงข้างกายของซ่งชิงหลัน
ซ่งชิงหลานหันหน้ามามองเขาแวบหนึ่ง “ระหว่างทางมานี้เจ้าก็ไม่ได้กินอันใด ก่อนจะดื่มสุราไม่ควรท้องว่าง เช่นนี้ดื่มสุราไปจะไม่ดีต่อร่างกาย”
“ข้า… ข้ารู้ขอรับ ข้าบอกให้พนักงานนำอาหารขึ้นมาแล้ว แต่ยังไม่เอามาส่ง”
กู่ต้าหู่รินสุราให้ตนเองจอกหนึ่ง
ซ่งชิงหลันมองท่าทางเช่นนี้ของเขา ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “ต้าหู่ เรื่องในใจของเจ้า ไม่คิดจะพูดออกมาจริง ๆ หรือ”
กู่ต้าหู่ตะลึงไปชั่วครู่ มองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าตื่นตกใจ “ข้าดูชัดเจนขนาดนั้นเลยหรือ”
เขายังคิดว่าตนเองนั้นเสแสร้งได้ดีแล้วเสียอีก
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วส่ายหน้า “ถึงแม้เจ้าจะปกปิดได้ดี แต่สายตามันโกหกผู้ใดไม่ได้หรอก”
มือของกู่ต้าหู่ที่ถือจอกสุรานั้นกำแน่นทันที เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าจริงจัง “พี่ชิงหลัน ท่านรู้ฐานะของข้าแล้วใช่หรือไม่”
ซ่งชิงหลันยิ้มแต่ไม่ตอบ กล่าวออกมาอย่างมีความหมายลึกซึ้ง “ข้ารู้อันใดไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญก็คือ เจ้าควรให้คนที่ควรรู้ได้รู้ ต้าหู่ ชีวิตคนเราสั้นนัก อย่าได้ทำอันใดให้ตนต้องเสียใจภายหลังเลย”
“พี่ชิงหลัน ข้า…”
“เอาเถิด นี่ก็ได้เวลาแล้ว เฉินเฉินกับเยว่เยว่เองก็น่าจะตื่นมากินอันใดหน่อย ข้ากลับก่อนล่ะ” ซ่งชิงหลันยืนขึ้น
ก่อนจะจากไป นางมองกู่ต้าหู่อย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง กล่าวด้วยรอยยิ้ม “สุราทำให้กล้าหาญ แต่อย่าได้ดื่มมากเกินไป พรุ่งนี้ยังต้องรีบออกเรือ ชิงเป่ยน่าจะยังไม่นอน หากเจ้าอยากจะไปหาเขาก็ไปเถิด”
กู่ต้าหู่เม้มปาก “พี่ชิงหลัน ขอบคุณท่านมาก”
เมื่อเห็นซ่งชิงหลันจากไปแล้ว กู่ต้าหู่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ผู้ใด ๆ ก็บอกว่าแม่นางซ่งเป็นยอดหญิง ไม่มีอันใดปิดบังสายตาของนางได้ เขายังเข้าใจว่าตนนั้นกระทำการอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว คิดไม่ถึงว่าสุดท้าย เมื่ออยู่ต่อหน้านาง ก็เป็นเพียงตัวตลกบนคานเท่านั้น