ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 405 รีบช่วยท่านพ่อ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 405 รีบช่วยท่านพ่อ
บทที่ 405 รีบช่วยท่านพ่อ
ซ่งชิงหลันกลับออกมาจากห้องกู่ต้าหู่ กำลังจะเปิดประตูห้องของตนเอง อยู่ ๆ ในตอนนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกคนดันมาจากด้านใน มีร่างงดงามสีแดงร่างหนึ่งผ่านหน้าของนางไป ถ้าจะพูดให้ถูก ร่างงดงามสีแดงร่างนี้ถูกคนด้านในพัดออกมาเสียมากกว่า
กู่ต้าหู่ได้ยินเสียงรีบออกมาจากห้อง “เกิดเรื่องอันใดขึ้น พี่ชิงหลัน ท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”
ซ่งชิงหลันส่ายหน้า โชคดีที่นางตอบสนองได้รวดเร็วพอจึงหลบได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นก็คงถูกชนเข้าจริง ๆ
กู่ต้าหู่มองหญิงที่อยู่กับพื้น ด้วยใบหน้าตื่นตกใจ “นี่มันเกิดอันใดขึ้น”
นางเห็นได้ชัดเจน ร่างสีแดงที่พื้นนั้นคือหญิงสาวรูปร่างสง่าคนหนึ่ง ใบหน้าของนางถูกผ้าโปร่งสีแดงปิดเอาไว้กว่าครึ่ง ถึงแม้จะเห็นไม่ชัด แต่มองจากดวงตาใสราวกับน้ำที่ลึกลับมีเสน่ห์นั้นก็พอดูออก ว่าใต้ผ้าผืนนั้นจะเป็นใบหน้าที่งดงามน่ารักเพียงไหน
ซ่งชิงหลันจ้องมองให้ชัดจึงเห็นว่าเสื้อผ้าบนร่างของอีกฝ่ายคุณภาพต่ำน่าสงสาร ตอนนี้ยิ่งขาดกระเซิงจนเผยให้เห็นไหล่งามครึ่งหนึ่ง ชวนให้คนครุ่นคิดจินตนาการ
ในใจของซ่งชิงหลันดัง ‘ตุบ’ ในทันที นางมองไปในห้องโดยไม่รู้ตัว ก็เห็นว่าไป๋เย่หานยังนั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะในสภาพเสื้อผ้ายุ่งเหยิง ท่าทางดูผิดปกติเล็กน้อย
ไป๋เย่หานเองก็เห็นนางแล้ว บนใบหน้าของเขาฉายแววกังวล “ชิงหลัน…”
อยู่ ๆ หญิงที่พื้นก็ยิ้มออกมา เสียงหวานเผยความคลุมเครือเล็กน้อย กล่าวเสียงหวานหยาดเยิ้ม “นายท่าน ข้าน้อยเพียงแต่เข้าห้องผิด เหตุใดท่านจึงทำกับคนอื่นเช่นนี้ได้ ดูรีบร้อนเกินไปแล้วนะเจ้าคะ…”
กล่าวจบ หญิงผู้นั้นยืนขึ้น จัดแจงเสื้อผ้าของตนเอง เข้าไปใกล้ซ่งชิงหลันเล็กน้อย
หากแต่ไป๋เย่หานที่อยู่ในห้องเงยหน้าขึ้นมา แววตาดุร้ายฉายแววเย็นชาอันน่าหวาดหวั่น จ้องมองหญิงผู้นั้นอย่างเฉยชา และกล่าวเสียงเย็นเยียบ “ถ้าหากเจ้ากล้าแตะต้องนางแม้แต่นิด เจ้าตายแน่!”
“อ้อ อย่างนั้นหรือ” หญิงสาวยิ้มอย่างอ่อนหวาน แต่นางกำลังตกใจในรัศมีที่ไป๋เย่หานแผ่ออกมา น้ำเสียงนางสั่นเล็กน้อย
ซ่งชิงหลันรู้ว่าหญิงผู้นี้มีเจตนาไม่ดี แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่เป็นประโยชน์กับพวกนาง กู่ต้าหู่รีบกันซ่งชิงหลันไว้ด้านหลัง มองหญิงตรงหน้าอย่างระแวดระวัง
เขาสัมผัสได้ว่าหญิงตรงหน้านี้มีวรยุทธ์สูงส่ง เขาเพียงคนเดียวไม่ใช่คู่ประมือของนาง
เมื่อเห็นเข็มพิษที่นางซ่อนไว้ในแขนเสื้อ กู่ต้าหู่ก็ลอบกำดาบในมือแน่น ตัดสินใจจะสู้กับนางจนถึงที่สุด
แต่ในตอนนั้น ซ่งซิงเฉินที่อยู่ในห้องตะโกนอย่างกังวล “ท่านแม่ ระวัง!”
ด้วยความรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ ตะเกียบอันหนึ่งก็พุ่งเข้าสู่แขนของหญิงผู้นั้น นางรีบชักเข็มพิษในมือกลับ กำลังจะหันหน้าไปมอง ร่างสีดำก็ปรากฏตรงหน้าของนาง ซึ่งคนที่ปรากฏตัวคือซ่งชิงหนาน
ซ่งซิงเยว่รีบตะโกน “ท่านน้ารอง หญิงคนนี้จะทำร้ายท่านพ่อและท่านแม่”
ซ่งชิงหนานยิ้มเย็น “คนชั่วชั้นต่ำ ทำได้เพียงใช้ยาพิษ ไม่ถือว่าเป็นคน!”
ในเวลาเพียงไม่นาน ทั้งสองคนต่อสู้กันหลายสิบกระบวนท่า จนหญิงผู้นั้นเห็นว่าตนค่อย ๆ อ่อนแรง จึงโยนลูกควันใส่ซ่งชิงหนาน ถือโอกาสหลบหนีไป
ซ่งชิงหนานที่กำลังคิดจะตามไป แต่ในตอนนี้พวกอู่เชียนเชียนเข้ามาเสียก่อน “ศิษย์น้อง ไม่ต้องตามแล้ว ดูอาการท่านอ๋องสำคัญกว่า”
ซุนอิงหนิงมาตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าเป็นกังวล ใบหน้าตกใจเสียจนขาวซีด “พี่ชิงหนาน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
“ข้าไม่เป็นไร” ซ่งชิงหนานส่ายหน้า “ท่านอ๋องดูเหมือนจะถูกพิษ”
ทั้งสองคนเดินตามเข้าไปในห้อง
ซ่งชิงหลันเดินเข้าไปก่อน มองไป๋เย่หานอย่างกังวล “ไป๋เย่หาน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
“ไอ้หยา! เหตุใดสีหน้าท่านอ๋องจึงแดงนัก! อีกทั้งยังดูผิดปกติด้วย!” อู่เชียนเชียนที่ตามเข้ามาติด ๆ เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ
ซ่งชิงหลันวางมือลงบนข้อมือของอีกฝ่าย และสัมผัสได้ถึงผิวร้อนผ่าวจนน่าตกใจ
“ท่านพี่ ท่านอ๋องเป็นอย่างไรบ้าง ถูกพิษอันใดเข้าหรือ” ซ่งชิงหนานถามอย่างเคร่งเครียด
ซ่งชิงหลันเผยแววตาเคร่งขรึม “ไป๋เย่หานไม่ได้ถูกพิษ แต่ถูกยาปลุกกำหนัดที่มีผลข้างเคียงร้ายแรง”
“ยาปลุกกำหนัดอย่างนั้นหรือ?!” ทุกคนตื่นตะลึง
ดูจากท่าทางเคลิบเคลิ้มหลงใหลและหน้าที่แดงก่ำของไป๋เย่หาน ก็คงเป็นอาการนั้นจริง ๆ
“ใช่ เมื่อครู่ไป๋เย่หานยังใช้วรยุทธ์ซัดใส่หญิงผู้นั้น ตอนนี้ยาปลุกกำหนัดยิ่งออกฤทธิ์เร็วขึ้น หากไม่ใช่ว่าเขาสกัดจุดทั้งร่างเอาไว้ทันเวลา ผลที่ออกมาเกรงว่าจะเลวร้ายเกินคาดเดา”
ซ่งชิงหลันนั้นคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ถ้าหากไม่ใช่เพราะไป๋เย่หานมีวรยุทธ์แข็งแกร่ง เกรงว่าคงจะตกหลุมพรางหญิงผู้นั้นไปเสียแล้ว
อู่เชียนเชียนขมวดคิ้ว “หญิงผู้นั้นช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ! ใช้ยาพิษ ทั้งยังใช้ยาปลุกกำหนัด มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่!”
ซ่งชิงหนานกล่าวต่อ “เมื่อครู่ตอนที่ข้าประมือกับนาง พบว่าวิชาของนางนั้นแปลกมาก ดูไม่ออกเลยว่ามาจากสำนักไหน อีกอย่าง กำลังภายในของนางก็ลึกล้ำมาก เหมือนไม่ใช่การฝึกฝนในยุคนี้”
“หรือว่า… ที่นางฝึกฝนมาคือวรยุทธ์ยั่วยวนในตำนาน” กู่ต้าหู่เอ่ยออกมา
“วิชายั่วยวนหรือ นี่มันวรยุทธ์อันใดกัน เหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย” อู่เชียนเชียนสงสัย
กู่ต้าหู่รีบกล่าวอธิบาย “นี่เป็นวิชามารชนิดหนึ่ง ก่อนหน้านี้ข้าเคยเห็นว่ามีบันทึกอยู่ในตำราโบราณ หญิงที่ฝึกวิชาประเภทนี้ฝึกฝนผ่านการมีสัมพันธ์กับผู้ชาย จากนั้นซึมซับกำลังภายในของอีกฝ่ายมา เพื่อเพิ่มพลังของตนเอง”
อู่เชียนเชียนกล่าวอย่างดูถูก “บนโลกนี้ยังมีวรยุทธ์มารเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ ไม่ฝึกฝนวิชาให้ดีแต่กลับใช้วิธีการน่ารังเกียจเพื่อเพิ่มพลัง ดูท่า หญิงผู้นั้นจะต้องไม่ใช่คนดีเป็นแน่!”
“มันก็สมเหตุสมผลแล้ว” ซ่งชิงหนานพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “ไม่แปลกเลยที่พลังของนางจะลึกซึ้งเพียงนั้น ที่แท้ด้วยเหตุผลนี้เอง”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว “อีกอย่าง ช่วงนี้ที่เมืองเจียงจงยังมีชาวยุทธภพผู้มีวรยุทธ์สูงส่งมากมายมารวมตัวกัน เพราะการคัดเลือกบุตรเขยของเรือนพักร้อนวั่งเหมย นี่ถือเป็นโอกาสอันดีของนาง”
“ถูกต้อง! ท่านอ๋องแข็งแกร่งเก่งกาจเพียงนี้ เป็นไปได้มากว่าพวกเขาถูกหญิงผู้นี้จับตาดูมาตั้งแต่เข้ามาในโรงเตี๊ยม” อู่เชียนเชียนกล่าวอย่างขุ่นเคือง “ถ้าหากครั้งหน้าข้าได้พบนางอีก จะต้องถลกหนังของนางออกมาแน่!”
“อึก!”
ทันใดนั้น ไป๋เย่หานครวญครางออกมาอย่างเจ็บปวด ดวงตาทั้งสองของเขาแดงเถือก ทั้งร่างร้อนเสียจนน่าตกใจราวกับจะมีควันขึ้นอย่างไรอย่างนั้น อีกทั้งสายตาที่เขามองซ่งชิงหลันยิ่งดูหลงใหลลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ ดูแทบจะควบคุมไม่ไหวเสียแล้ว
ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ เด็กทั้งสองคนมาล้อมรอบข้างกายไป๋เย่หาน เดินไปมาอย่างร้อนรน
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อ! ท่านเป็นอันใดไปหรือ”
“ท่านพ่อ… ท่านอย่าทำข้าตกใจสิ!”
ซ่งซิงเยว่ใกล้จะร้องไห้ มองซ่งชิงหลันแล้วกล่าว “ท่านแม่ ท่านรีบช่วยท่านพ่อสิเจ้าคะ!”
พวกอู่เชียนเชียนเองหวาดกลัวอย่างมาก “พี่ชิงหลัน ดูท่าทางท่านอ๋องทรมานมาก นี่จะทำอย่างไรดี”
“ข้ามีวิธี” ซ่งชิงหลันพูดออกมาทันทีทันใด