ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 408 เพิ่งขึ้นเรือก็รู้สึกแปลก ๆ เสียแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 408 เพิ่งขึ้นเรือก็รู้สึกแปลก ๆ เสียแล้ว
บทที่ 408 เพิ่งขึ้นเรือก็รู้สึกแปลก ๆ เสียแล้ว
พวกซ่งชิงหลันหอบเอาสัมภาระอย่างเร่งรีบ สุดท้ายก็มาถึงท่าเรือข้ามฟาก
แต่เมื่อมองออกไป ทั่วทั้งแผนน้ำกว้างใหญ่นั้น ไม่มีเรือแม้แต่ลำเดียว
อู่เชียนเชียนเหมือนลูกโป่งพองลม “ไอ้หยา! หมดกัน! เรือทั้งหมดออกไปแล้ว เรามาช้าไป นี่จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ”
ทุกคนมองผืนน้ำที่ไร้ที่สิ้นสุด จมเข้าสู่ห้วงความคิด
จะทำอย่างไรได้อีกเล่า ทะเลกว้างใหญ่เพียงนี้ พวกเขาจะว่ายไปก็ไม่ได้นี่
ในขณะที่ทุกคนกำลังหมดสิ้นหนทาง ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร ในตอนนั้นเอง ซ่งซิงเยว่ก็ชี้ไปที่มุมมุมหนึ่ง กล่าวอย่างไร้เดียงสาว่า “ท่านแม่ ท่านพ่อ พวกท่านดูสิเจ้าคะ ตรงนั้นมีเรือไม่ใช่หรือ”
ทุกคนมองตามทางที่ซ่งซิงเยว่ชี้นิ้วไป ก็เห็นราง ๆ ว่ามีร่องรอยของท้ายเรืออยู่ แต่ไม่ชัดเจนนัก
ซ่งชิงเป่ยรีบวิ่งไปด้านหน้า “ข้าจะไปดู”
ไม่นานนัก เขาวิ่งไปตามทางแล้วเลี้ยวตรงมุมหนึ่ง จากนั้นก็หายไป
หลังจากนั้นเขาก็กลับมาอย่างรวดเร็ว โบกมือให้ทุกคนอย่างตื่นเต้น “มาเร็ว! รีบมาเร็ว! ที่นี่มีเรือลำหนึ่งจริง ๆ ขอรับ!”
“โอ้โห! พวกเราดวงดีเกินไปแล้วกระมัง!” อู่เชียนเชียนกล่าวอย่างตื่นเต้น
ซุนอิงหนิงยิ้ม ลูบเปียเล็ก ๆ บนหัวของซ่งซิงเยว่ “ต้องขอบคุณดวงตาเฉียบคมของเยว่เยว่ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่พบเรือลำนี้เป็นแน่!”
“เยว่เยว่เก่งมาก!” อู่เชียนเชียนหอมแก้มอ้วน ๆ ของนางครั้งหนึ่ง จากนั้นอุ้มซ่งซิงเยว่ขึ้นมา “ไปกัน! ท่านน้าเชียนเชียนจะอุ้มเจ้าขึ้นเรือเอง!”
ทุกคนจึงได้เดินไปทางเรือ
และเมื่อเดินเข้าไปใกล้จึงพบว่า เรือลำนี้ดูไม่ใหญ่ไม่เล็ก ค่อนข้างเก่าเล็กน้อย แต่หากใช้คำพูดของอู่เชียนเชียนก็จะบอกว่า มีเรือให้นั่งไปก็ดีแล้ว จะมาจุกจิกเหตุใดกัน
ที่สำคัญที่สุดคือ คนเรือลำนั้นกลับไม่ได้ขึ้นราคาเพราะพวกเขารีบขึ้นเรือ แต่กลับรับเงินตามราคาของตลาด
ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานขึ้นเรือเป็นคนสุดท้าย
นางมองคนเรือที่ผมหงอกขาว จากนั้นทำเป็นถามอย่างไม่สนใจนัก “ท่านลุง เหตุใดเรือทุกลำล้วนไปหมดแล้ว แต่ท่านยังอยู่นี่เล่าเจ้าคะ”
อีกอย่างเรือลำนี้ไม่ได้จอดอยู่ตรงท่าเรือ แต่กลับมาจอดอยู่ในที่ที่ดูลึกลับเช่นนี้ เหมือนกับว่าไม่อยากให้คนเห็นอย่างไรอย่างนั้น
คนเรือคนนั้นยิ้มโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า และกล่าวตอบ “เรื่องมันเป็นอย่างนี้น่ะ เมื่อคืนนี้ข้าดื่มสุรากับเพื่อน ๆ มา ไม่ทันระวังจึงดื่มมากไป เลยได้มาจอดเรือพักที่ตรงนี้ คิดไม่ถึงว่าจะนอนหลับไปนานเกิน ถึงได้มาพบกับพวกท่าน พวกท่านเองก็คงนอนตื่นสายเหมือนกันกระมัง ฮ่า ๆ…”
ซ่งชิงหลันยิ้มพลางพยักหน้า “ตลอดทางนี้ต้องลำบากท่านแล้วเจ้าค่ะ”
“ไม่ลำบาก ๆ เป็นเรื่องที่ข้าต้องทำอยู่แล้ว พวกท่านรีบไปพักที่ห้องโดยสารเถิด
บนเรือมีที่นอนไว้ให้คนพัก อีกทั้งยังมีเครื่องนอนที่สะอาด ถึงขนาดเตรียมเสบียงอาหารไว้ให้พวกเขาอีกด้วย
ตั้งแต่ขึ้นเรือมา ซ่งชิงหลันรู้สึกว่ามันแปลกไปมาก
นางมองไป๋เย่หานด้วยสีหน้ากังวล และกล่าวเบา ๆ “ไป๋เย่หาน ท่านคิดว่าคนเรือผู้นี้แปลกหรือไม่”
“อืม” ไป๋เย่หานส่งสายตาให้นาง จากนั้นดึงนางมาอีกด้านแล้วกล่าวเบา ๆ “เขามีวรยุทธ์”
เรื่องนี้ไป๋เย่หานเองก็เพิ่งค้นพบตอนที่ซ่งชิงหลันพูดคุยกับคนเรือชราผู้นั้น
เขาสัมผัสได้ว่ายามที่คนเรือพูดคุย ชายชรามีลมหายใจผิดปกติ ราวกับว่ากำลังพยายามควบคุมบางอย่างเอาไว้ ไม่ให้คนรู้เรื่องที่เขามีพื้นฐานวรยุทธ์
ซ่งชิงหลันตื่นตระหนก “เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี”
ไป๋เย่หานมองออกไปนอกเรือ ตอนนี้ออกเรือมาแล้ว ข้างนอกนั้นเป็นผืนทะเล พวกเขาอยากไปก็ไปไหนไม่ได้แล้ว
เขากุมมือของซ่งชิงหลันเอาไว้เบา ๆ และกล่าวเสียงนุ่มนวล “ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ทั้งคน”
จากนั้นร่างเล็ก ๆ สองร่างก็พุ่งตัวเข้ามาข้างกายของพวกเขา
ซ่งซิงเยว่ดึงซ่งชิงหลันไว้ ส่วนอีกข้างก็ดึงไป๋เย่หาน กล่าวอย่างไร้เดียงสา “ท่านแม่ ท่านพ่อเจ้าคะ พวกท่านกระซิบกระซาบอันใดกันอยู่เจ้าคะ รีบมาเล่นกับข้าเร็ว”
ซ่งชิงหลันก้มลงไปมอง ก็เห็นบนหน้าผากของซ่งซิงเยว่มีเม็ดเหงื่อเล็ก ๆ ผุดขึ้นมา
เจ้าเด็กคนนี้เพียงขึ้นเรือก็วิ่งไปทั่ว จนตอนนี้เหงื่อแตกไปทั้งตัวเสียแล้ว
ซ่งชิงหลันลูบผมของนางอย่างอ่อนโยน พร้อมทั้งกล่าวเบา ๆ “เจ้าดูเจ้าสิ เหงื่อแตกพลั่กเพียงนี้ ผ้าเช็ดหน้าของเจ้าไปไหนเล่า”
ซ่งซิงเยว่มุ่ยปากชมพูเล็ก ๆ ของนาง และกล่าวตอบ “ไม่ได้เอามาเจ้าค่ะ”
“อย่างนั้นไปกันเถิด แม่จะพาเจ้าไปเช็ดเหงื่อ” กล่าวจบ นางก็อุ้มซ่งซิงเยว่ไปนั่งลงบนที่นอน หยิบเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าสัมภาระแล้วเช็ดเหงื่อให้เด็กหญิง
ซ่งซิงเยว่ทำหน้าทำตาทะเล้น กล่าวอย่างยิ้มแย้ม “ท่านแม่ เรือลำนี้ไม่ใหญ่เหมือนเรือของท่านน้าใหญ่ และไม่สวยเท่าเรือของท่านน้าใหญ่ แต่ก็สนุกมากเลยเจ้าค่ะ”
“เจ้านี่นะ จะเล่นก็เล่น แต่ต้องระวังด้วย แล้วอยู่ข้างกายแม่กับพ่อไว้ เข้าใจหรือไม่”
หลังจากพูดคุยกับไป๋เย่หานแล้ว ตอนนี้ที่ซ่งชิงหลันกังวลที่สุดก็คือความปลอดภัยของเด็กทั้งสองคนนี้ นางรู้สึกเสียใจที่พาพวกเขามาด้วย
แต่ตอนนี้ทุกอย่างยังเป็นเพียงการคาดเดา เพื่อหลีกเลี่ยงความกังวลที่ไม่จำเป็น ซ่งชิงหลันเองไม่คิดจะบอกคนอื่น ๆ
ในตอนที่นางกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดของตน อยู่ ๆ ข้างหูดันมีเสียงร้องตกใจของซ่งซิงเยว่ดังขึ้น “อ้าว! ท่านน้าอิงหนิงเป็นลมนี่เจ้าคะ!”
ซ่งชิงหลันได้สติกลับมาทันที มองเห็นซุนอิงหนิงล้มอยู่ที่พื้น ใบหน้าซีดเผือด
“อิงหนิง! อิงหนิง!”
ซ่งชิงหนานที่อยู่ข้าง ๆ ตกใจ รีบพยุงนางขึ้นมา
“ให้ข้าดูหน่อย” ซ่งชิงหลันเดินไปจับชีพจรของซุนอิงหนิงทันที
ในตอนนี้ ซุนอิงหนิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดูแล้วอ่อนแรงอย่างมาก
ซ่งชิงหนานเป็นกังวลขึ้นมาทันใด มองซ่งชิงหลันแล้วเอ่ยถาม “ท่านพี่ เป็นอย่างไรบ้าง อิงหนิงเป็นอันใดไปหรือขอรับ”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว มองซุนอิงหนิงแล้วถาม “อิงหนิง เจ้ารู้สึกเวียนหัวมึนงง ทั้งยังคลื่นไส้อยากอาเจียนด้วยใช่หรือไม่”
ซุนอิงหนิงมุ่นคิ้ว พยักหน้าเบา ๆ
“อันใดนะ คลื่นไส้อยากอาเจียนหรือ” อู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “อิงหนิง เจ้าตั้งครรภ์หรือเปล่า”
“ข้าเปล่าเสียหน่อย!” ซุนอิงหนิงหน้าแดง
ซ่งชิงหนานเองก็พูดออกมาเกือบจะพร้อมกัน “เป็นไปไม่ได้!”
อู่เชียนเชียนจึงได้ตอบสนอง ตนปากไวไปหน่อยจึงได้พูดผิดไป
นางยิ้มอย่างเขินอาย “แหะ ๆ ๆ… ข้าล้อเล่นน่ะ พวกเจ้าอย่าใส่ใจเลย จริงสิ พี่ชิงหลัน อิงหนิงเป็นอันใดกันแน่หรือเจ้าคะ”
“อิงหนิงไม่เป็นอันใด นางเพียงแต่เมาเรือเล็กน้อย โชคดีที่ก่อนออกมาข้าพกยามาด้วย”
กล่าวจบ นางเอ่ยสั่งซ่งซิงเยว่ “เยว่เยว่ เอากล่องยาของแม่มาที”
“เจ้าค่ะ!” จากนั้น ซ่งซิงเยว่ก็ถือกล่องยากล่องมาด้วยมือสองข้าง
ซ่งชิงหลันหยิบเอาขวดสีขาวขวดหนึ่งออกมา เทยาออกมาเม็ดหนึ่งให้ซุนอิงหนิงกิน จากนั้นหยิบเอาขวดสีเขียวมรกตออกมาอีกขวดหนึ่ง หลังจากเปิดออกก็วางไว้ตรงปลายจมูกของหญิงสาว
ซุนอิงหนิงได้กลิ่นหอมเย็นสดชื่นในทันที นางสบายตัวขึ้นมาก
“อิงหนิง เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง” ซ่งชิงหนานรีบเอ่ยถาม
“ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ พี่ชิงหลัน ขอบคุณนะเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันวางขวดยาสีเขียวมรกตไว้ในมือนาง กล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าถือสิ่งนี้ไว้ พวกเรายังต้องอยู่บนเรือไปอีกสองวัน หากเจ้ารู้สึกไม่สบายตัวก็หยิบออกมาดม”
นางใช้สายตาส่งสัญญาณให้ซ่งชิงหนาน ให้ช่วยพยุงซุนอิงหนิงให้นอนลงบนที่นอนด้วยกัน
วันนี้ผ่านไปอย่างปลอดภัยไร้ปัญหา
เมื่อฟ้ามืดแล้ว ทุกคนล้วนนอนหลับอยู่บนที่นอน ไป๋เย่หานถือโอกาสที่ทุกคนนอนหลับแล้ว ลุกขึ้นมาอย่างเบาบางและเงียบเชียบเพื่อคอยเฝ้าอยู่ด้านข้าง