ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 414 คัดเลือกบุตรเขย
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 414 คัดเลือกบุตรเขย
บทที่ 414 คัดเลือกบุตรเขย
ซ่งชิงเป่ยและอันต้าเต๋อสบตากัน ทุกคนล้วนเมินเฉยต่อคำพูดของอันชิงชิงอย่างรู้กัน และเปลี่ยนประเด็นแล้วคุยกันต่อ
ซ่งชิงเป่ยเอ่ยถาม “ท่านพี่อัน ท่านเองก็มาร่วมงานคัดเลือกบุตรเขยเช่นกันหรือ”
ถึงแม้เขาจะไม่แน่ใจว่าคุณหนูแห่งเรือนพักร้อนวั่งเหมยอายุเท่าไร แต่อายุของอันต้าเต๋อก็ดูจะมากไปหน่อยกระมัง
“ไอ้หยา! ข้าอายุปูนี้แล้ว จะไปเข้าร่วมด้วยเหตุใดกัน!” อันต้าเต๋อหน้าแดงทันที “พวกเรานั้นมาเป็นเพื่อนอาหนิวน่ะ”
กล่าวจบ เขาโน้มเข้าใกล้หูของซ่งชิงเป่ยแล้วกล่าวเบา ๆ “น้องชิงเป่ยเอ๋ย เจ้าเองก็รู้ว่าไม่ควรประเมินความแข็งแกร่งของเรือนพักร้อนวั่งเหมยต่ำเกินไป หากกลุ่มอินทรีย์ดำของเราสามารถสร้างสัมพันธ์กับเรือนพักร้อนวั่งเหมยได้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องทนคับข้องใจร้องขอชีวิตอยู่ในยอดเขานั้นแล้ว ถึงตอนนั้นจะได้ออกมาอย่างสง่าผ่าเผย พวกคนจากทางการเหล่านั้นคงไม่กล้าพูดอันใดอีก”
ซ่งชิงเป่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจในทันที ที่แท้ อันต้าเต๋อก็มีจุดประสงค์เช่นนี้
หากแต่ในตอนนั้นเอง อันชิงชิงที่อารมณ์ไม่ดีกล่าวกับจื่อเยียนอย่างอารมณ์เสีย “นี่ เจ้าเป็นคนที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยส่งมารับพวกเรากระมัง พวกเราล้วนยืนอยู่ตรงนี้มานานแล้ว ยังไม่รีบพาพวกเราเข้าไปพักที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยอีกหรือ”
ท่าทางของอันชิงชิงดูอวดดี แต่จื่อเยียนกลับไม่เปลี่ยนสีหน้า ยังคงมีรอยยิ้มที่รักษากิริยา และกล่าวตอบรับ “ถ้าจะพูดให้ถูก ข้ามารับพวกนายน้อยซ่งต่างหากเจ้าค่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ แล้วพวกเราเล่า พวกข้าไม่มีผู้ใดมารับหรือ พวกเจ้าดูถูกกลุ่มอินทรีย์ดำของพวกข้าใช่หรือไม่” อันชิงชิงเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เมื่อเห็นว่าอันชิงชิงเริ่มจะโวยวาย ซ่งชิงเป่ยจึงออกหน้าเกลี้ยกล่อมแทน
เขามองจื่อเยียนแล้วยกยิ้ม “แม่นางจื่อเยียน ข้ากับกลุ่มอินทรีย์ดำเป็นเพื่อนกัน สามารถเข้าไปที่เรือนพักร้อนด้วยกันได้หรือไม่”
จื่อเยียนยิ้มน้อย ๆ และกล่าวตอบ “ในเมื่อนายน้อยซ่งเอ่ยปาก เช่นนั้นข้าจะทำตามความต้องการของนายน้อยซ่ง ทุกท่าน เชิญตามข้ามาเจ้าค่ะ”
กล่าวจบ นางเดินนำไปข้างหน้า
กลุ่มคนเดินตามจื่อเยียนมุ่งหน้าสู่เรือนพักร้อนวั่งเหมย
อันชิงชิงเห็นเช่นนั้นจึงวิ่งมาข้างกายซ่งชิงเป่ยในทันใด เอ่ยถามด้วยใบหน้าอยากรู้ “เสี่ยวเป่ย เจ้าคุ้นเคยกับคนของเรือนพักร้อนวั่งเหมยมากเลยหรือ เหตุใดเขาจึงตั้งใจส่งคนมารับเจ้าเล่า”
เรื่องนี้ พวกซ่งชิงหลันเองก็อยากรู้เช่นกัน
หากแต่ซ่งชิงเป่ยกลับมีสีหน้างุนงง “ข้าไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นเหมือนกัน”
ในความทรงจำของเขา เขาไม่รู้จักคนที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยเลยสักคน
อันต้าเต๋อหัวเราะเฮอะ ๆ อยู่ข้าง ๆ “น้องชิงเป่ยท่องไปทั่วยุทธภพ ชอบกระทำวีรกรรมกล้าหาญ คงจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้บังเอิญเคยช่วยเหลือคนของเรือนพักร้อนวั่งเหมยโดยไม่รู้ตัวกระมัง ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว เจ้าหนูคนนี้เป็นคนมีจิตใจดี ไม่ช้าก็เร็วต้องได้พบกับคนที่สูงส่ง”
ซ่งชิงเป่ยยิ้ม แต่ไม่ได้ปฏิเสธอันใด “คงอย่างนั้นกระมัง”
ไม่นานนัก จื่อเยียนพาพวกเขามาถึงเรือนที่กว้างขวาง ที่เรือนนี้มีคนผ่านไปผ่านมา คึกคักอย่างมาก และนี่คือสถานที่ที่ทางเรือนพักร้อนวั่งเหมยตั้งใจใช้เพื่อรับรองแขกที่เข้าร่วมงานคัดเลือกบุตรเขยได้พักผ่อน
ต้องบอกว่าเรือนพักร้อนวั่งเหมยนี้กว้างใหญ่มาก พวกเขาเดินมาอยู่นาน ยังไปไม่ถึงส่วนด้านในของเรือนพักร้อนวั่งเหมยเลย
จื่อเยียนพาทุกคนเดินเข้าไปในเรือน มีคนรับใช้ที่ใส่ชุดเป็นระเบียบมาต้อนรับ ก้มหน้าคำนับจื่อเยียนอย่างเคารพ “แม่นางจื่อเยียน”
จื่อเยียนพยักหน้า และกล่าว “นี่คือคนจากกลุ่มอินทรีย์ดำ เจ้าพาพวกเขาไปเข้าที่พักเถิด”
ขณะเดียวกันกับที่กล่าว นางก็ส่งสายตาบอกใบ้พวกอันต้าเต๋อ
“ขอรับ” คนรับใช้ผู้นั้นพยักหน้า จากนั้นหันหน้าไปกล่าวกับพวกอันต้าเต๋อ “ทุกท่าน เชิญด้านนี้ขอรับ”
อันชิงชิงไม่พอใจอีกแล้ว นางมุ่ยปาก กล่าวกับจื่อเยียน “เหตุใดเจ้าต้องแยกพวกเราด้วย ข้าจะอยู่กับพวกเสี่ยวเป่ย”
หากแต่จื่อเยียนยิ้มอย่างนิ่งสงบ “คนที่มาเข้าร่วมงานคัดเลือกบุตรเขยครั้งนี้มีจำนวนมาก เพื่อให้สะดวกในการจัดการ พวกข้าเรือนพักร้อนวั่งเหมยนั้นได้จัดแจงที่พักไว้ให้ทุกคนที่มายังเรือนพักร้อนเรียบร้อยแล้ว นี่เป็นกฎของเรือนพักร้อน คุณหนูอันโปรดให้อภัย”
“กฎบ้าบออันใดกัน ข้า…”
“ชิงชิง” ไม่รอให้อันชิงชิงพูดจบ อันต้าเต๋อก็เอ่ยขัดจังหวะนางด้วยเสียงเฉียบขาด
จากนั้นยิ้มขอโทษจื่อเยียน “ขอบคุณแม่นางจื่อเยียนมาก บุตรสาวข้านิสัยเอาแต่ใจ แม่นางอย่าได้ถือสา”
จื่อเยียนยิ้มตอบอย่างสุภาพ “ท่านหัวหน้ากลุ่มอันพูดเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”
อันต้าเต๋อมองซ่งชิงเป่ยแวบหนึ่ง “น้องชิงเป่ย ในเมื่อพวกเราล้วนมาถึงเรือนพักร้อนวั่งเหมยแล้ว หลังจากเข้าที่พักเรียบร้อย พวกเราค่อยมาคุยเรื่องวันเก่า ๆ กันนะ”
“ขอรับ ท่านพี่อัน”
“ไปกันเถิด ชิงชิง” กล่าวจบ อันต้าเต๋อพาอันชิงชิงเดินตามคนรับใช้มุ่งหน้าสู่ที่พักของตน
เมื่อเห็นอันชิงชิงจากไปแล้ว ซ่งชิงเป่ยจึงได้รู้สึกสบายหูขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจโล่งอก
ส่วนอู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ ไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไป นางยิ้มแล้วเอ่ยหยอกล้อ “ชิงเป่ย เจ้าเป็นอันใดไปหรือ เหตุใดจึงดูเหมือนเจ้ารู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกอย่างไรอย่างนั้น”
ซ่งชิงเป่ยจนปัญญา “พี่เชียนเชียน ท่านปล่อยข้าไปเถิด!”
ซ่งชิงหลันรีบจับมืออู่เชียนเชียนไว้ ส่ายหน้าแล้วกล่าว “พวกเราไปที่พักกันก่อนเถิด”
จากนั้นหันไปยิ้มให้จื่อเยียน “แม่นางจื่อเยียน รบกวนท่านแล้ว”
“ทุกท่าน เชิญด้านนี้เจ้าค่ะ”
จื่อเยียนพาพวกเขาเดินอ้อมไปอ้อมมา จากนั้นเดินมาถึงเรือนหลังเล็กที่บรรยากาศเงียบสงบ “ถึงแล้วเจ้าค่ะ”
ที่นี่แตกต่างจากเรือนหลังใหญ่เมื่อครู่ การตกแต่งจัดวางดูสะอาดและมีรสนิยม ต้นไม้เขียวขจี มีสีสันเป็นประกาย ดูแล้วเหมือนเป็นสถานที่ที่เอาไว้รับรองแขกคนสำคัญ
ซ่งซิงเยว่กระโดดโลดเต้นวิ่งเข้าไปทันที “ที่นี่สวยจังเลย”
ซุนอิงหนิงมองการจัดวางในเรือนที่ดูแปลกใหม่ไม่ซ้ำผู้ใดทั้งยังมีราคาสูง จึงยิ้มออกมาแล้วกล่าว “ท่านเจ้าของเรือนช่างใส่ใจเหลือเกินเจ้าค่ะ”
“ทุกท่านชอบเป็นใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ” จื่อเยียนยิ้ม “ข้าพักอยู่ที่เรือนทางด้านนั้น หากทุกท่านต้องการสิ่งใด ไปหาข้าได้ทุกเมื่อนะเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันมองไปตามทางที่นิ้วมือของจื่อเยียนชี้ ทางด้านนั้นน่าจะเป็นเรือนด้านในของเรือนพักร้อนวั่งเหมย
เช่นนั้นแล้ว ที่ที่พวกเขาพักอยู่ตอนนี้ ความจริงก็เป็นที่ที่อยู่ใกล้กับที่พักของเจ้าของเรือนพักร้อนวั่งเหมยมากที่สุดแล้ว
การจัดแจงอย่างจงใจเช่นนี้ ดูน่าสนใจเล็กน้อย
แต่ในตอนนั้นเอง ซ่งชิงเป่ยมองเห็นชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมสีน้ำเงินเดินผ่านประตูที่กั้นระหว่างสองเรือน เข้าเรือนด้านในไป
เขาขมวดคิ้วอย่างสงสัย “แม่นางจื่อเยียน นายน้อยท่านนั้นเองก็มาร่วมงานคัดเลือกบุตรเขยหรือ เหตุใดเขาจึงเดินเข้าไปด้านในเล่า”
จื่อเยียนมองคนผู้นั้นแวบหนึ่ง ยิ้มแล้วกล่าวตอบ “อ้อ ท่านนั้นคือนายน้อยซ่างกวนเจ้าค่ะ เรือนพักร้อนวั่งเหมยและตระกูลซ่างกวนเป็นเพื่อนกันมาเนิ่นนาน ยามที่นายน้อยซ่างกวนอายุได้สิบปีก็มาพักอยู่ที่เรือนพักร้อน หลายปีมานี้ก็มักจะมาเยี่ยมที่เกาะ ดังนั้นนายท่านจึงมีห้องพักเก็บไว้ให้นายน้อยซ่างกวนโดยเฉพาะเจ้าค่ะ”
“อ้อ เช่นนี้นี่เอง”
จื่อเยียนมองทุกคน “หากทุกท่านไม่มีธุระอื่นใดแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน พวกท่านพักผ่อนให้สบายนะเจ้าคะ”
“ต้องรบกวนแม่นางจื่อเยียนแล้ว”