ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 420 ได้สมดั่งใจหมาย
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 420 ได้สมดั่งใจหมาย
บทที่ 420 ได้สมดั่งใจหมาย
หลังจื่อเยียนจากไปแล้ว อันชิงชิงก็แอบแลบลิ้นตามหลังนาง พร้อมทั้งบ่นพึมพำ “ได้สมดั่งใจหมายอันใดกัน แปลกพิลึกจริง ๆ”
ขณะที่เอ่ย นางก็หันไปมองซ่งชิงเป่ยอีกครั้ง และกล่าวด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม “เสี่ยวเป่ย อย่าไปสนนางเลย พวกเราไปจากเรือนพักร้อนวั่งเหมยเสียตั้งแต่ตอนนี้แล้วตามข้ากลับกลุ่มอินทรีย์ดำดีกว่า”
อันอาหนิวที่อยู่ข้าง ๆ กลับนั่งไม่ติดที่ เอ่ยขึ้นมาด้วยความโมโห “คุณหนู เขาไม่ใช่คนของกลุ่มอินทรีย์ดำเรา ท่านจะพาเขากลับไปทำอันใด?”
“เอ๊ะ เจ้าคนนี้เหตุใดจึงได้พูดมากเช่นนี้! ข้าบอกว่าเขาใช่ก็ใช่สิ! ข้าเพียงแค่อยากพาเสี่ยวเป่ยกลับกลุ่มอินทรีย์ดำ เจ้าบังคับข้าหรือ?”
ทันใดนั้นเอง ซ่งชิงเป่ยพลันวางตะเกียบในมือลง “ข้าอิ่มแล้ว พวกท่านค่อย ๆ ทานกันไปนะ”
สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นทันที
อันชิงชิงเห็นอย่างนี้จึงถามอย่างร้อนรน “เสี่ยวเป่ย เจ้าจะไปที่ใดหรือ?”
“ข้ารู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย ว่าจะกลับไปพักเสียหน่อย” ขณะที่เอ่ยเขาก็หันไปมองอันต้าเต๋อ “พี่ใหญ่อัน ขออภัยที่ต้องขอตัวก่อนขอรับ”
หลังจากกล่าวจบ ซ่งชิงเป่ยเดินออกไปทันที
ส่วนอันชิงชิงเม้มริมฝีปากแน่น มองอันอาหนิวแล้วเอ่ยขึ้น “ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า เสี่ยวเป่ยโกรธข้าเสียแล้ว ฮึ!”
สิ้นเสียง นางก็เดินออกไปเช่นกัน และไล่ตามหลังซ่งชิงเป่ยไป “เสี่ยวเป่ย! เสี่ยวเป่ย! รอข้าก่อน…”
ซ่งชิงเป่ยที่หันหน้ากลับมาเห็นอันชิงชิง หัวของเขาเริ่มปวดอีกครั้ง “ไม่ ชิงชิง เจ้าจะตามข้ามาด้วยเหตุใด?”
“ข้าก็อยากกลับไปพักผ่อนเช่นกัน พวกเราไปด้วยกันเถิด…”
อันต้าเต๋อมองร่างของทั้งสองที่กำลังโต้เถียงกัน ก็ส่ายหัวด้วยความเอือมระอา มองซ่งชิงหลันและคนอื่น ๆ แล้วจึงกล่าว “ขออภัยที่บุตรสาวของข้าไม่รู้ความเช่นนี้ นางไม่รู้จักประพฤติตัวให้เหมาะสม ต้องทำให้ทุกท่านลำบากเสียแล้ว”
อู่เชียนเชียนสะบัดมือแล้วเอ่ย “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ชิงชิงจะมีเจตนาร้ายอันใดได้? เพียงแต่ ข้าว่าชิงชิงมีความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งกับชิงเป่ยเกินไปเสียหน่อย”
“เฮ้อ…” อันต้าเต๋อถอนหายใจอย่างหนัก เผยความจนปัญญาของคนผู้เป็นบิดาออกมา
“ชิงชิงเป็นคนหัวรั้น ครั้งแรกที่พวกเขาพบกัน น้องชิงเป่ยช่วยชิงชิงเอาไว้ นับแต่นั้นมา ชิงชิงจึงได้รู้สึกผูกพันกับเขา อันที่จริงแล้วข้าก็ชอบชิงเป่ยที่เปี่ยมไปด้วยความองอาจกล้าหาญ เหมือนครั้งที่ข้ายังเยาว์ เพียงแต่น่าเสียดาย เขาบอกข้าว่าเขาเห็นชิงชิงเป็นแค่น้องสาว เรื่องเช่นนี้ พวกเราไม่อาจบังคับฝืนใจผู้อื่นได้ ดังนั้น พวกท่านวางใจเถิด ข้าจะพยายามกล่อมชิงชิงอีกครั้ง ไม่ให้สร้างปัญหาให้ชิงเป่ยแน่”
ในยุคนี้ การแต่งงานล้วนเป็นคำสั่งบิดามารดา วาจาแม่สื่อ การมีบิดาที่รู้แจ้งเช่นนี้ ซ่งชิงหลันถึงกับรู้สึกประหลาดใจ และในขณะเดียวกันก็ชื่นชมอันต้าเต๋อยิ่งกว่าเดิม
บางทีอาจเป็นเพราะดื่มสุราไปหลายจอกแล้ว จิตวิญญาณของอันต้าเต๋อจึงตื่นขึ้นมา เขาพลันเปิดอกสนทนา เริ่มเล่าเรื่องครอบครัวของตนเองให้ฟัง
“อันที่จริงแล้ว ชิงชิงเด็กคนนี้น่าสงสารยิ่งนัก มารดาของนางตายเพราะโรคภัยไข้เจ็บไปตั้งนานแล้ว เหลือเพียงแต่ข้า ชายเฒ่าหยาบกระด้างทำหน้าที่เป็นทั้งบิดาและมารดา นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เลี้ยงเด็กเช่นกัน ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าควรทำอย่างไร ดังนั้น จึงทำได้เพียงพยายามหาทุกอย่างที่นางต้องการ นางต้องการสิ่งใดก็หามาให้ บางทีอาจเป็นเพราะเหตุนี้ นางจึงได้มีนิสัยเอาแต่ใจและใจร้อนเช่นนี้ ภายหน้าไม่รู้ว่ายังจะมีชายใดที่รับนิสัยของนางได้ และยินดีแต่งงานกับนาง”
สิ้นคำ เขาก็กระดกสุราลงไปอีกหนึ่งจอก
อันอาหนิวที่อยู่ข้าง ๆ พยายามโน้มน้าวไม่ให้เขาดื่มสุรามากไปด้วยสีหน้ากังวล “ท่านหัวหน้า การดื่มสุราทำร้ายร่างกาย ท่านอย่าดื่มมากเพียงนั้นจะดีกว่าขอรับ ชิงชิงเป็นสตรีที่ดีนางหนึ่ง ไม่รู้ว่ามีบุรุษมากน้อยเพียงใดชมชอบนางก็เท่านั้น ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงนางหรอก”
คำพูดที่ออกมาจากความรู้สึกภายในใจของอันต้าเต๋อ สะกิดหัวใจของอู่เชียนเชียนเข้าพอดี ทำให้นางรู้สึกราวกับว่านี่เป็นเรื่องของตนเอง
เป็นเพราะมารดาของนางตายตั้งแต่ยังเล็ก บิดาของนางเลี้ยงดูนางมา นางถึงได้รู้ว่าการเป็นบิดานั้นไม่ง่ายเลย
นางยกจอกสุราขึ้นมา คารวะอันต้าเต๋อ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หัวหน้ากลุ่มอัน ข้าก็ถูกท่านพ่อของข้าเลี้ยงมาคนเดียวเช่นกัน ข้ารู้ว่าท่านเป็นพ่อที่ดีคนหนึ่ง ข้าขอคารวะท่านหนึ่งจอกเจ้าค่ะ!”
“ดี! แม่นางน้อย! มา! พวกเราดื่ม!”
อันต้าเต๋อรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเช่นเดียวกัน ทั้งสองคนพูดคุยราวกับรู้จักกันมาเนิ่นนานแล้ว เจ้าหนึ่งจอก ข้าหนึ่งจอกผลัดกันดื่ม ไม่มีผู้ใดหยุดพวกเขาได้ สุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็ดื่มจนเมามาย
ซ่งชิงหลันและคนอื่น ๆ ช่วยกันพาอู่เชียนเชียนกลับไปยังเรือนพัก แต่ดันเห็นอันชิงชิงนั่งอยู่ในสวนเสียก่อน
ซ่งชิงหลันจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ชิงชิง เจ้ายังไม่ไปอีกหรือ?”
อันชิงชิงลุกขึ้น ปัดเศษดินเศษหญ้าบนก้นของนางออกแล้วจึงตอบ “ทันทีที่เสี่ยวเป่ยมา เขาก็ขังตนเองอยู่ในห้องเพียงลำพัง ไม่ว่าข้าจะเคาะประตูเพียงใด เขาก็ไม่เปิด อีกทั้งยังไม่ให้ข้านั่งหน้าประตูห้องเขา ข้าเห็นว่าเขาดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ค่อยดี กลัวว่าจะเกิดอันใดขึ้นกับเขา จึงได้แต่นั่งอยู่ตรงนี้เจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันมองสตรีตรงหน้านาง ภายใต้ท่าทีร่าเริง นางกลับมีหัวใจบริสุทธิ์อ่อนโยนดวงหนึ่งซ่อนอยู่
ทันใดนั้นเอง นางพลันเกิดความประทับใจขึ้นมา
“อ่อก…”
อยู่ ๆ วินาทีนั้น อู่เชียนเชียนอาเจียนออกมา ฉูซื่อโม่วจึงลูบหลังนางอย่างรวดเร็ว เอ่ยกับนางเบา ๆ “ไอ้หยา ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าได้ดื่มมากเพียงนี้ ยังไม่ฟังอีก ตอนนี้รู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้วกระมัง? เอาออกมาให้หมด อาเจียนออกมา จะได้ดีขึ้น…”
หลังจากนั้น เขาเช็ดปากให้นางอย่างเงอะ ๆ งะ ๆ แล้วพานางกลับเข้าไปในห้อง
อันชิงชิงบีบจมูกตนเอง ถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ จากนั้นจึงเอ่ยกระซิบ “เกิดอันใดขึ้นกับนาง? เหตุใดจึงได้ดื่มมากมายเพียงนี้เจ้าคะ?”
ซ่งซิงเยว่เบิกตากลมโต มองอันชิงชิงอย่างใสซื่อไร้พิษสง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงของเด็กน้อย “ท่านน้าเชียนเชียนดื่มกับท่านพ่อของท่าน จนเมาทั้งคู่เลยเจ้าค่ะ”
“อันใดนะ?” อันชิงชิงจ้องซ่งซิงเยว่ด้วยสายตาที่เบิกกว้างของนาง “เจ้าบอกว่าท่านพ่อของข้าก็ดื่มจนเมาเช่นกันหรือ? เจ้าเด็กเปลือยก้น เจ้าไม่ได้โกหกข้าใช่หรือไม่?”
ซ่งซิงเฉินรีบก้าวออกมาทันที กางปีกปกป้องซ่งซิงเยว่ไว้อย่างที่เคย เงยหน้าขึ้นมองอันชิงชิงด้วยใบหน้าหล่อเหลาเยือกเย็น “เยว่เยว่ไม่ได้โกหก อีกอย่าง พวกข้าก็ไม่ใช่เด็กเปลือยก้น”
อันชิงชิงตกใจกับท่าทีจริงจังของเด็กชาย ไม่รู้ด้วยเหตุใด อีกฝ่ายที่เป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง กลับทำให้นางรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย เด็กคนนี้เป็นไป๋เย่หานฉบับย่อส่วนโดยแท้
อันชิงชิงเม้มริมฝีปากแน่น ราวกับตนเองเป็นผู้แพ้ และเอ่ยพึมพำเสียงเบา “ไม่โกหกก็ไม่โกหก เหตุใดต้องทำท่าทีจริงจังเช่นนี้เล่า”
จากนั้น นางเหลือบมองซ่งชิงหลัน “พี่ชิงหลัน เช่นนั้นข้าต้องกลับก่อน ท่านพ่อของข้าตาเฒ่าผู้นั้นเมาแล้วก็รั้งไว้ไม่อยู่ ต้องกลับไปดูเสียหน่อย ส่วนเสี่ยวเป่ย คงต้องรบกวนพวกท่านช่วยดูแลเสียแล้ว”
สิ้นคำ นางก็โบกมือให้ แล้วรีบร้อนจากไป
หลังจากอันชิงชิงจากไป ซ่งชิงหนานเดินมาหาซ่งชิงหลัน ถามด้วยสีหน้างงงวย “ท่านพี่ เหตุใดข้าจึงรู้สึกแปลก ๆ กับคำพูดของนางเล่า? เหตุใดจึงรู้สึกว่าชิงเป่ยเป็นคนในครอบครัวของนาง แต่ข้ากับท่าน…”
เขาเอ่ยไปพลางชี้ที่ตนเองและซ่งชิงหลัน จากนั้นจึงกล่าวต่อ “เป็นคนนอก?”
ซ่งชิงหลันยิ้มออกมา แตะบ่าไหล่น้องชายเบา ๆ “ชิงหนานหนอ บางสิ่งไม่จำเป็นต้องเห็นเป็นเรื่องจริงจัง”
“ไม่ใช่นะท่านพี่ ท่านกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“อืม… อยู่ ๆ ข้าก็รู้สึกว่าแม่นางชิงชิงผู้นี้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว”