ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 423 รีบไปดูความคึกคัก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 423 รีบไปดูความคึกคัก
บทที่ 423 รีบไปดูความคึกคัก
อู่เชียนเชียนมองฉูซื่อโม่วที่อยู่ข้างกาย “ซื่อโม่ว เจ้ามัวตะลึงอันใดอยู่ รีบช่วยข้าปลุกชิงเป่ยสิ!”
“อ้อ… อ้อ… ได้…”
ฉูซื่อโม่วเดินไปข้างหน้า มองซ่งชิงเป่ยด้วยใบหน้าเห็นใจ แล้วกล่าวข้างหูของเขา “ชิงเป่ย ถ้าหากเจ้ายังอยากให้ไม่มีอันใดรบกวนหูเจ้าอยู่ ก็รีบตื่นขึ้นเถิด”
“ได้! ข้าตื่นแล้ว! ข้าตื่นแล้ว!” ซ่งชิงเป่ยลุกขึ้นนั่งทันที
ส่วนอู่เชียนเชียนนั่งรออยู่ที่ห้องด้านนอกอย่างพึงพอใจ พูดคุยกับคนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าด้านในเป็นครั้งคราว “เจ้าอย่าจงใจทำอันใดชักช้าได้หรือไม่ รีบหน่อยสิ”
ซ่งชิงเป่ยเงยหน้ากลอกตา ในใจลอบกล่าว ‘หญิงผู้นี้ เหตุใดจึงจู้จี้ยิ่งกว่าท่านพี่ของข้าเสียอีก’
ยามที่ซ่งชิงเป่ยเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินออกมาอย่างสง่างามสบาย ๆ หากแต่ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากด้านนอก
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อู่เชียนเชียนรีบเดินออกจากเรือน จับผู้ใดบางคนแล้วเอ่ยถาม “พี่ชาย เกิดอันใดขึ้นหรือ เหตุใดทุกคนจึงส่งเสียงดังเช่นนี้”
“เอ๋ แม่นางยังไม่รู้หรือ” คนผู้นั้นมองอู่เชียนเชียนด้วยสีหน้าตกใจ “ได้ยินว่าอยู่ ๆ นายท่านแห่งเรือนพักร้อนวั่งเหมยก็ล้มป่วยกะทันหันน่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ” อู่เชียนเชียนไม่อยากเชื่อ
นายท่านของเรือนพักร้อนวั่งเหมยนี้เก่งกาจมากไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงป่วยหนักได้เล่า
คนผู้นั้นกล่าวอย่างร้อนรน “นั่นน่ะสิ! นี่เป็นเรื่องแปลกมาก! ข้าต้องรีบไปดูความคึกคักเสียหน่อยแล้ว!”
กล่าวจบ คนผู้นั้นรีบร้อนเดินไป
อู่เชียนเชียนขมวดคิ้ว ทันใดนั้นวิ่งกลับเข้ามาในเรือนอย่างร้อนรน
นางวิ่งเข้าไปในห้องพลางตะโกน “แย่แล้ว… แย่แล้ว… แย่มากเหลือเกิน…”
เพียงเข้าไปในห้อง อู่เชียนเชียนเห็นว่าทุกคนล้วนไปรวมตัวกันที่โถงกลางเสียแล้ว อีกทั้งตรงหน้าพวกเขายังมีคนรับใช้ของเรือนพักร้อนวั่งเหมยคนหนึ่งยืนอยู่
คนรับใช้ผู้นั้นคำนับพวกซ่งชิงหลัน “เรื่องก็เป็นเช่นนี้ขอรับ เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน”
กล่าวจบ คนรับใช้ผู้นั้นพยักหน้าให้อู่เชียนเชียนที่มีสีหน้าตื่นตกใจ จากนั้นหมุนตัวจากไป
อู่เชียนเชียนกะพริบตา พร้อมพึมพำเบา ๆ “นี่มันเรื่องอันใดกัน”
“ช่างเถิด ไม่ต้องสนใจเขาแล้ว” กล่าวจบ นางมองทุกคนด้วยความตื่นเต้นและมีเลศนัย “จริงสิ เมื่อครู่ข้าเพิ่งได้ยินข่าวใหญ่มา พวกท่านฟังแล้วจะต้องตกใจ คือว่า… นายท่านแห่งเรือนพักร้อนวั่งเหมยเขา…”
เดิมทีอู่เชียนเชียนยังคิดอยากจะอุบเรื่องน่าสนใจเอาไว้ แต่ไม่รอให้นางกล่าวจบ ซ่งชิงหลันกลับกล่าวขัดจังหวะนางเสียก่อน “ล้มป่วยลง”
สีหน้าตื่นตะลึงของอู่เชียนเชียนตอนนี้นั้นแข็งทื่อไปในทันที
นางกะพริบตามองซ่งชิงหลันอย่างไม่อยากเชื่อ “พี่ชิงหลัน ท่านรู้ได้อย่างไร”
เป็นไปไม่ได้ นางเพิ่งจะไปสืบถามข่าวมา แล้วกลับมาในทันทีเลยนะ
ซุนอิงหนิงที่อยู่ข้าง ๆ ยิ้มแล้วกล่าว “คนรับใช้คนเมื่อครู่บอกมาน่ะ”
อู่เชียนเชียนเหมือนลูกกลมที่ลมรั่วออกมาอย่างไรอย่างนั้น นางยู่ปากน้อยใจ “หากรู้แต่แรก ข้าคงไม่ต้องออกไปสืบข่าวแล้ว นี่ จริงสิ เขามาเพื่อพูดเรื่องนี้หรือ แล้วท่านเจ้าของเรือนเป็นอย่างไรกันแน่”
ฉูซื่อโม่วเดินหน้ามากอดไหล่ของนางไว้ “คนรับใช้คนเมื่อครู่กล่าวว่า ตอนนี้อาการของท่านเจ้าของเรือนไม่สู้ดี ดังนั้นตอนนี้พวกเขาจึงไปบอกแขกทุกคนที่มายังเรือนพักร้อนวั่งเหมยว่ามีผู้ใดที่มีวิชาการแพทย์หรือไม่ เพื่อหวังว่าจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนายท่านเจ้าของเรือนน่ะ”
“วิชาแพทย์หรือ” อู่เชียนเชียนพึมพำเบา ๆ จากนั้นก็มองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าตื่นเต้น “พี่ชิงหลันเป็นคนที่มีวิชาการแพทย์นี่นา! พี่ชิงหลัน ท่านบอกอยู่บ่อย ๆ ไม่ใช่หรือ ว่าการช่วยคนจากความตาย รักษาคนจากความป่วยเป็นหัวใจของหมอ ท่านไม่คิดจะไปดูหน่อยหรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “คนเป็นหมอและพ่อแม่ หากช่วยชีวิตคนสักคนได้ย่อมเป็นเรื่องดี แต่ข้ารู้สึกว่าอาการป่วยของนายท่านเจ้าของเรือนพักร้อนวั่งเหมยนี้ดูแปลก ๆ”
ไป๋เย่หานเองก็กล่าวอย่างเย็นชา “ก่อนหน้านี้ไม่ป่วย เหตุใดต้องมาป่วยในวันงานรับสมัครบุตรเขยเล่า”
“ถูกต้อง ดูแล้ว เหมือนว่านี่จะเป็นเรื่องจงใจ” ซ่งชิงหนานพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ทั้งสามคนสบตากัน ราวกับมีความเห็นตรงกัน
อู่เชียนเชียนมองทั้งสามคนราวกับแก้ปริศนาอยู่ ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “พวกท่านสามคนคิดมากไปแล้วกระมัง ไม่แน่ว่าท่านเจ้าของเรือนอาจจะบังเอิญป่วยวันนี้พอดีก็เป็นได้”
อยู่ ๆ ในตอนนั้น ด้านหลังพวกเขาก็มีเสียงเกียจคร้านของซ่งชิงเป่ยดังขึ้น “จะมาสงสัยกันอยู่ทำไม อยากรู้ว่าเกิดอันใดขึ้นก็ไปสืบหาความจริงก็จบแล้วไม่ใช่หรือขอรับ”
“ชิงเป่ยพูดได้ถูกต้อง พี่ชิงหลัน พวกเราไปดูความคึกคัก… อ้อ ไม่สิ ดูว่าอาการป่วยของท่านเจ้าของเรือนเป็นอย่างไรเท่านั้นดีหรือไม่เจ้าคะ” อู่เชียนเชียนที่ไม่ทันระวังพูดความคิดที่จริงแท้ที่สุดในใจออกมา
ซ่งชิงหลันถลึงตามองนาง และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้านี่นะ ๆ รู้อยู่แล้วว่าเจ้าน่ะแค่หาความสนุกเท่านั้น”
“ฮิ ๆ…” อู่เชียนเชียนแลบลิ้น ดึงมือซ่งชิงหลันแล้วกล่าว “พี่ชิงหลัน พวกเรารีบไปเถิด รีบไปเถิด”
พวกซ่งชิงหลันมาถึงหน้าเรือนด้านใน หลังจากเอ่ยความต้องการกับคนเฝ้าประตูแล้ว ก็มีผู้ติดตามเดินนำพวกเขาเข้าไปโถงด้านใน
แน่นอนว่าที่พักของนายท่านเจ้าของเรือนพักร้อนวั่งเหมยนั้นแตกต่าง ที่นี่ตกแต่งอย่างโอ่อ่าตระการตา แต่ไม่ใช่แบบที่เอาของที่นิยมมากอง ๆ กัน ของตกแต่งทุกชิ้นล้วนล้ำค่าและสมบูรณ์แบบ เพียงเดินเข้าไปก็รู้สึกถึงความสูงส่งเสียแล้ว
พอพวกซ่งชิงหลันเข้ามาจึงได้พบว่าโถงด้านในมีคนยืนอยู่มากมาย พวกเขาล้วนมาช่วยดูอาการให้นายท่านเจ้าของเรือนพักร้อนวั่งเหมย
เมื่อมองกลุ่มคนตรงหน้า ซุนอิงหนิงกลับพูดไม่ออก “สวรรค์ มีคนมากมายเช่นนี้เลยหรือ”
อู่เชียนเชียนยิ้มพลางกล่าวหยอก “ถ้าหากนายท่านเจ้าของเรือนไม่ป่วย พวกเราคงไม่รู้เลยว่าในกลุ่มคนเหล่านี้มีคนเก่งกาจที่ชำนาญการแพทย์มากมายเช่นนี้”
ซ่งชิงหลันรีบกวาดตามองคนที่อยู่แห่งนี้อย่างลอบพิจารณา “อย่างไรเสีย การที่จะได้รักษานายท่านเจ้าของเรือนพักร้อนวั่งเหมย ก็เป็นโอกาสที่หาได้ยาก ผู้ใดก็อยากเสนอตัวทั้งนั้น”
“พี่ชิงหลัน ถ้าหากท่านสามารถรักษาอาการของนายท่านเจ้าของเรือนได้ เช่นนั้นท่านก็อาจโด่งดังน่ะสิเจ้าคะ” กล่าวจบ ดวงตาของอู่เชียนเชียนก็เป็นประกาย
ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “เรื่องนี้ไม่ได้เรียบง่ายเพียงนั้นหรอก”
ในตอนนั้น ห้องโถงที่มีเสียงจอแจก็เงียบลง และไม่รู้ว่าผู้ใดตะโกนออกมา “นายหญิงออกมาแล้ว!”
จากนั้น ทุกคนล้วนแยกออกเป็นสองฝั่งเปิดทางเดินที่กึ่งกลาง
ซ่งชิงหลันเงยหน้าไปมอง ก็เห็นหญิงงามวัยกลางคนค่อย ๆ เดินออกมา นางสวมกระโปรงผ้าไหมทอสีฟ้าครามงดงามคอแคบเล็กน้อย เผยให้เห็นลำคอขาวราวหิมะที่อ่อนนุ่ม ผิวนวลขาวใสราวมันหมูที่เพิ่งแข็งตัว ใบหน้าราวกับดอกท้อ ดูเหมือนหญิงงามที่เดินออกมาจากภาพวาด
เมื่อทุกคนเห็นหญิงงามผู้นี้ ล้วนอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง ตะลึงในความงาม
อู่เชียนเชียนที่มองไปแข็งทื่อ “งดงามเหลือเกิน”