ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 426 ต้องการเพียงคำเดียวเท่านั้น
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 426 ต้องการเพียงคำเดียวเท่านั้น
บทที่ 426 ต้องการเพียงคำเดียวเท่านั้น
กู่ฉางซานเลิกคิ้วราวกับอนุญาตให้นางเอ่ยต่อ
ซ่งชิงหลันกล่าวต่อ “นายท่านกู่ฉกฉวยประโยชน์จากอคติของทุกคน ประการแรก ให้นายหญิงบอกกับทุกคนว่าแม้กระทั่งหมอเทวดาเซวียก็ไม่อาจรักษาโรคของเขาได้ ด้วยเหตุนี้ทุกคนย่อมต้องคิดว่าโรคที่เขาเป็นจะต้องแปลกพิสดารเป็นแน่ ผลคือเมื่อทุกคนลองคลำชีพจรดู กลับพบว่าไม่มีความผิดแปลกอันใด ทุกคนก็จะรู้สึกว่านี่เป็นตามธรรมชาติของอาการ และเริ่มสงสัยในตนเอง ถูกจูงจมูกในที่สุด ต้องบอกว่าแผนนี้ของนายท่านกู่ชาญฉลาดเสียจริง”
สิ้นเสียง นางก็หันไปมองกู่ฉางซานด้วยสายตาชื่นชม
กู่ฉางซานพยักหน้า มองผู้คนที่อยู่ตรงนั้น “ผู้ที่ถูกเรียกว่าหมอนั้นควรใช้การมองเห็น การได้ยิน และการสอบถามอาการ แต่หากฟังเพียงคำพูดของผู้อื่น ไม่เชื่อในทักษะทางการแพทย์ของตน เช่นนั้นจะเป็นหมอที่ดีได้อย่างไร?”
ถึงแม้กู่ฉางซานจะอายุมากกว่าสี่สิบปี แต่เขายังบำรุงตนเองอย่างดีมาโดยตลอด อีกทั้งรากฐานที่แข็งแกร่ง หากมองแล้ว เขายังมีเค้าลางของหนุ่มหล่อที่ชื่อก้องไปทั่วทั้งยุทธภพ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากผ่านการขัดเกลามาแรมปี บัดนี้เขายิ่งสุกงอมยิ่งขึ้น เพียงมองไปก็เห็นบรรยากาศของความสง่างามอยู่รอบกาย
ทันทีที่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำนี้ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคารพและละอายใจ
หากแต่ซ่งชิงหลันกลับเอ่ยออกมา “หากข้าคาดเดาไม่ผิด นี่คงเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบคัดเลือกบุตรเขยกระมัง?”
แววตาของกู่ฉางซานเผยความประหลาดใจออกมาแวบหนึ่ง จากนั้นก็มองซ่งชิงหลันด้วยความชื่นชม “แม่นางซ่งช่างเฉลียวฉลาดจริง ๆ! เจ้ากล่าวได้ไม่มีผิด เป็นเช่นนั้นจริง”
ขณะที่เอ่ยเขาหันไปมองจื่อเยียนที่อยู่ข้างหลังแล้วเอ่ยเรียก “จื่อเยียน”
“เจ้าค่ะ” จื่อเยียนพยักหน้าพร้อมรุดก้าวออกมาข้างหน้า
จื่อเยียนมองคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้น จากนั้นจึงประกาศด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อาการเจ็บป่วยของนายท่านเรือนพักร้อนเมื่อครู่นี้เป็นบททดสอบแรกสำหรับทุกคน ผลปรากฏชัดเจนแล้ว ทุกคนที่ไม่ได้วินิจฉัยโรคเมื่อครู่นี้คัดออกทั้งหมด และแม่นางซ่งเป็นเพียงผู้เดียวที่ตระหนักรู้เรื่องนายท่านเรือนพักร้อน ดังนั้นสามารถเข้าสู่ขั้นถัดไปโดยไม่ต้องผ่านบททดสอบต่อไป”
สิ้นเสียงของนาง อารมณ์ของทุกคนล้วนพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
“อันใดนะ? เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?”
“ใช่ แม่นางซ่งเป็นสตรี นางจะเข้าร่วมคัดเลือกบุตรเขยได้อย่างไร?”
“นั่นน่ะซี! หรือว่าจะให้คุณหนูเยียนหรานแต่งงานกับสตรี? พิลึกเกินไปแล้วกระมัง?”
“ใช่แล้ว… ใช่แล้ว…”
ทุกคนล้วนส่งเสียงโห่ร้องขึ้นมา เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มอยู่เหนือการควบคุม จื่อเยียนยังคงไม่เปลี่ยนสีหน้าเช่นเคย หากแต่ใช้กำลังภายในของนางเปล่งเสียงออกมา “ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบอย่าได้ร้อนใจไป!”
เสียงของนางไม่ได้ดัง ทว่ากำลังภายในของนางแข็งแกร่งยิ่งนัก ทุกคนถึงกับปวดแสบแก้วหูในระดับที่แตกต่างกันออกไป
แน่นอนว่ายอดฝืมืออย่างไป๋เย่หานและซ่งชิงหนานย่อมไม่รู้สึกสิ่งใด
ทั้งสองคนมองหน้ากัน และต่างตกตะลึงกับพลังที่จื่อเยียนซ่อนเร้นไว้
ยามนั้นเอง ไม่รู้ว่าผู้ใดที่เอ่ยขึ้นมา “นายท่านกู่ เราไม่ได้คิดจะสร้างปัญหา เพียงแต่ต้องการคำอธิบาย”
“ได้” กู่ฉางซานพยักหน้า “เช่นนั้นพวกเราย้ายไปยังโถงหน้า ให้จื่อเยียนได้อธิบายกฎเกณฑ์ของงานคัดเลือกบุตรเขยครั้งนี้”
จากนั้น ทุกคนจึงเคลื่อนย้ายไปยังโถงหน้าพร้อม ๆ กัน ทำให้โถงหน้าเต็มไปด้วยผู้คนในทันที
กู่ฉางซานนั่งอยู่บนที่นั่งหลัก ด้วยใบหน้าหล่อเหลานั้น เพียงเขานั่ง ผู้คนยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่สุดจะพรรณนาแผ่ขยายออกมา ส่วนนายหญิงเรือนพักร้อนนั่งอยู่ข้าง ๆ เขางดงามพริ้งพรายสมบูรณ์แบบ ช่างเหมาะสมยิ่งนัก
ภาพที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน ก่อให้เกิดความเงียบสงบอย่างไม่อาจอธิบาย
จากนั้น กู่ฉางซานพยักหน้าให้จื่อเยียนผู้ที่อยู่ข้าง ๆ
จื่อเยียนเข้าใจโดยพลัน ก้าวออกไปข้างหน้าเอ่ยกับฝูงชนเบื้องล่าง “พวกเราเรือนพักร้อนวั่งเหมยมียอดฝีมือล้ำเลิศมากมาย รายชื่อบนทำเนียบวีรบุรุษแห่งยุทธภพมากกว่าครึ่งเป็นคนจากเรือนพักร้อนวั่งเหมยเรา ดังนั้น การคัดเลือกบุตรเขยครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อค้นหายอดฝีมือวรยุทธล้ำเลิศ แต่เป็นการมองหาผู้ที่สามารถเป็นผู้นำยอดฝีมือเหล่านั้น”
“ไอ้หยา! แม่นางจื่อเยียน นี่ท่านกำลังกล่าวถึงเรื่องอันใดกัน? กำลังทายปริศนาอย่างนั้นหรือ ช่วยอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ หน่อยได้หรือไม่ ให้พวกเราทุกคนได้เข้าใจชัดเจนเสียที!”
“ท่านรีบบอกมาเถิด! ตกลงมีกฎเช่นไรกันแน่ ข้าต้องทำเช่นไรจึงจะได้แต่งงานกับคุณหนูเยียนหราน”
“ทุกท่านอย่าได้กังวลไป” จื่อเยียนแย้มยิ้ม จากนั้นจึงกล่าวต่อ “กล่าวง่าย ๆ งานคัดเลือกบุตรเขยในครั้งนี้ไม่ใช่การแข่งขันเดี่ยว หากแต่เป็นการแข่งขันกลุ่ม หรือกล่าวอีกอย่างคือ ขอแค่เพียงผู้เข้าร่วมงานคัดเลือกบุตรเขยหรือบุคคลที่พวกเขานำมาด้วยสามารถผ่านบททดสอบทุกชั้น จึงจะถือว่าผ่าน กล่าวคือ เมื่อครู่นี้แม่นางซ่งเพิ่งผ่านบททดสอบแรก เช่นนั้นคุณชายซ่งที่มากับนางจึงผ่านบททดสอบแรกแล้วเช่นกัน”
“ว่าอย่างไรนะ? มีเรื่องอย่างนี้ด้วยหรือ นี่ไม่ใช่คนหมู่มากรังแกคนน้อยหรือไร?”
“นั่นสิ! หากข้ารู้ตั้งแต่แรก ข้าคงนำผู้ช่วยมามากกว่านี้แล้ว! โธ่เอ้ย! พลาดไปแล้วจริง ๆ!”
“กล่าวเช่นนี้ไม่ได้หรอกกระมัง หากสหายที่เจ้านำมาล้วนแต่เป็นพวกสมองหมู เช่นนั้นไม่ว่าเจ้าจะนำคนมามากเพียงใดก็ไร้ประโยชน์”
“แต่หากเจ้านำยอดฝีมือมาช่วย ก็มีโอกาสไม่ใช่หรือ”
“แต่หากเป็นยอดฝีมือจริง ๆ คนเหล่านั้นจะมาช่วยข้าได้อย่างไร?”
“ใช่… ใช่…”
จื่อเยียนเห็นทุกคนถกเถียงอย่างเข้มข้นจึงกล่าว “ทุกท่านกล่าวได้ไม่ผิด การหายอดฝีมือมาช่วยก็นับว่าเป็นความสามารถของคนผู้นั้นเช่นกัน เรือนพักร้อนวั่งเหมยของเราหาบุตรเขยครั้งนี้ให้ความสำคัญกับเส้นสายและความสามารถด้านการสื่อสารเป็นสำคัญเจ้าค่ะ”
“โอ้…”
ทุกคนพลันกระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที “หากกล่าวเช่นนี้แล้ว ก็ถือว่ามีเหตุผลยิ่งนัก”
ถึงคราวนี้ คนอีกกลุ่มเริ่มโต้แย้งขึ้นมา พวกเขาล้วนแต่เป็นผู้ที่ไม่สามารถวินิจฉัยอาการของกู่ฉางซานได้ “แม่นางจื่อเยียน ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นผู้เริ่มวินิจฉัยอาการนายท่านกู่ คนเหล่านั้นแม้แต่มองยังไม่กล้ามอง เหตุใดพวกเราถูกคัดออก แต่พวกเขาเหล่านั้นผู้ที่ไม่ได้ทำสิ่งใดกลับได้เข้าร่วมงานคัดเลือกบุตรเขยต่อเล่า?”
“นี่นับว่าเป็นคำถามที่ดีเจ้าค่ะ” จื่อเยียนกล่าวต่อ “การเลือกก็ถือเป็นการทดสอบพวกท่านเช่นกัน หากพวกท่านเลือกสิ่งใดแล้ว ย่อมต้องยอมรับผลจากการเลือกของตน และบัดนี้ผลของการเลือกนั้นคือ พวกท่านหมดคุณสมบัติในการเข้าร่วมงานคัดเลือกบุตรเขย”
“ไม่ใช่! นี่มันกฎเกณฑ์ผุพังอันใดของพวกท่าน จะประหลาดเกินไปแล้วกระมัง!”
“นี่คือกฎเรือนพักร้อนวั่งเหมยของข้าเอง” ทันใดนั้นเอง เสียงเยือกเย็นเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา
ทุกคนหันกลับไปมอง เห็นแค่เพียงกู่ฉางซานผู้ที่นั่งอยู่ด้านบนมีสีหน้าเย็นเยียบเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มน่าขนลุก “หากมีผู้ใดไม่พอใจ นั่นหมายความว่าไม่พอใจข้ากู่ฉางซานผู้นี้ ทุกท่าน มีความคิดเห็นอื่นใดอีกหรือไม่?”
สิ้นเสียง ผู้ที่ส่งเสียงโวยวายพลันกลายเป็นนกกระจอกเทศ[1]*
จื่อเยียนเห็นว่าจวนจะถึงเวลาแล้วจึงกล่าวต่อ “หากทุกท่านยังคงอยากรับชมงานคัดเลือกบุตรเขย พวกเราย่อมยินดีรับรองทุกท่านเป็นอย่างดี หากอยากออกจากเกาะไปตอนนี้ พวกเราก็จะเตรียมเรือให้ทุกท่าน”
เห็นเรือนพักร้อนวั่งเหมยจัดการเช่นนี้ แน่นอนว่าทุกคนย่อมไม่กล้าปริปากเอ่ยอีก ทำได้เพียงยอมรับการจัดเตรียมเช่นนี้ไป
[1] หมายถึง คนขี้ขลาด