ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 427 เปิดประสบการณ์
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 427 เปิดประสบการณ์
บทที่ 427 เปิดประสบการณ์
ถึงตอนนี้ดวงตาของอู่เชียนเชียนลุกโชนด้วยความตื่นเต้น นางเขย่าซ่งชิงหลันที่อยู่ข้าง ๆ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พี่ชิงหลัน กฎในการคัดเลือกบุตรเขยของเรือนพักร้อนวั่งเหมยในครั้งนี้พิเศษจริง ๆ ข้าชอบมันมาก! ท่านดูสิ ข้าชวนพวกท่านมาหลายคนเช่นนี้ก็ถูกแล้ว คราวนี้ชิงเป่ยของพวกเราจะต้องชนะอย่างแน่นอน”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วมองนาง “เจ้านี่นะ ครั้งนี้เป็นแมวตาบอดเจอหนูตาย[1]*เสียจริง ๆ”
ซุนอิงหนิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ตื่นเต้นเช่นเดียวกัน นางกล่าวว่า “เป็นครั้งแรกเช่นกันที่ข้าได้ยินกฎเช่นนี้ เปิดประสบการณ์ของข้าอย่างมากเลยเจ้าค่ะ”
เมื่อผู้ที่ต้องการจากไปได้จากไปแล้ว และผู้ที่ต้องการอยู่ต่อก็ไม่ได้ไปไหน จื่อเยียนจึงประกาศต่อไป “ลำดับถัดไปเป็นการประชันวรยุทธ์ เชิญทุกท่านย้ายไปยังสนามประลองด้านนอกเจ้าค่ะ”
ขณะที่เอ่ยนางพลันหันหน้าไปอีกครั้ง มองซ่งชิงเป่ยและคนอื่น ๆ แล้วเอ่ยขึ้น “คุณชายซ่งหากท่านอยากรับชม พวกเราได้จัดเตรียมที่นั่งส่วนตัวไว้ให้ท่านแล้ว เมื่อผลการแข่งขันออกมา พวกเราจะได้ไปชั้นถัดไปด้วยกัน”
ซ่งชิงเป่ยเปิดปาก ทว่าก่อนที่เขาจะได้กล่าวสิ่งใด เสียงตื่นเต้นของอู่เชียนเชียนพลันดังขึ้น
“ดูสิ! ต้องดูแน่นอนอยู่แล้ว!” นางกล่าวอย่างตื่นเต้น “การประลองวรยุทธ์ที่น่าดูเช่นนี้จะไม่ชมได้อย่างไร?”
นางในฐานะผู้ฝึกวรยุทธ์ ย่อมต้องชมชอบดูผู้อื่นประลองฝีมือกันอยู่แล้ว
“หากได้เข้าร่วมการประลองครั้งนี้คงดีไม่น้อย” อู่เชียนเชียนกระตือรือร้นยิ่งนัก ซึ่งนางแสดงสีหน้าเสียดาย
ฉูซื่อโม่วเห็นนางเป็นเช่นนั้น จึงรีบคว้ามือนางมากุม พร้อมกับเอ่ยกระซิบเบา ๆ “เชียนเชียน เจ้าอยู่เฉย ๆ เถิด”
อู่เชียนเชียนปรายตามองเขา จากนั้นจึงเอ่ย “เจ้าวางใจเถิด ข้าเพียงแต่พูดไปเรื่อยเท่านั้นเอง ตอนนี้เราชนะแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมสักหน่อย”
ทันทีที่กล่าวจบ คนที่อยู่รอบ ๆ ล้วนหันมาจ้องมองชิงเป่ยด้วยสายตาริษยา
“คุณชายซ่งผู้นี้โชคดีเสียจริง ไม่ต้องร่วมประลองวรยุทธ์กับพวกเรา”
“สหาย ท่านกล่าวผิดแล้ว นี่ไม่ใช่โชคดีแต่เป็นความสามารถ! การมีพี่สาวที่เก่งกาจถึงเพียงนี้ก็นับว่ามีความสามารถ”
“ใช่! พวกท่านดูสิ คนรอบกายคุณชายซ่งล้วนไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ หากต้องลงประลองจริง ๆ เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดในกลุ่มพวกเราสามารถต่อกรกับพวกเขาได้เป็นแน่”
“หากจะกล่าวแล้ว การที่คนในกลุ่มคุณชายซ่งไม่ลงมาแข่งขัน นับว่าเป็นโชคดีของพวกเราแล้ว”
“ตามที่พวกท่านกล่าว สหายของคุณชายซ่งร้ายกาจถึงเพียงนี้ แต่พวกเรายังต้องไปแข่งกับเขาอีก แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาจะต้องชนะเป็นแน่”
“กล่าวเช่นนั้นไม่ได้ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าการแข่งขันชั้นถัดไปจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าพวกเขาจะยอดเยี่ยมเพียงใด บางทีการแข่งรอบต่อไปอาจไม่ใช่งานถนัดของพวกเขาก็ได้นี่?”
“พวกเราอย่าดูถูกตนเองเลย อิจฉาก็ส่วนอิจฉา แต่เรายังต้องพยายามให้ถึงที่สุด”
“ถูก! เจ้ากล่าวได้ถูก!”
……
ยามนี้ซ่งซิงเยว่ยกหัวเล็ก ๆ ของนางขึ้นมา ดวงตากลมโตสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ “ท่านน้าสี่ ทุกคนล้วนอิจฉาท่าน เหตุใดท่านดูเหมือนไม่ดีใจเล่าเจ้าคะ?”
มุมปากของซ่งชิงเป่ยกระตุก เขาค้อมตัวลงมาเล็กน้อย วางนิ้วชี้ลงบนปากตนส่งสัญญาณบอกใบ้ให้เด็กหญิงเงียบ แล้วเอ่ย “ชู่ว เยว่เยว่ เบาเสียงเจ้าลงหน่อย”
“ใช่แล้ว เยว่เยว่ ถึงแม้พวกเราจะผ่านด่านแรกไป พวกเราก็ต้องถ่อมตัวเอาไว้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ผู้อื่นอิจฉา” ซ่งซิงเฉินเดินเข้ามาหาเช่นกัน ทั้งยังตั้งใจลดเสียงลงเป็นพิเศษ
หลังจากกล่าวจบยังหันไปเลิกคิ้วมองซ่งชิงเป่ย “ท่านน้าสี่ ข้าพูดถูกหรือไม่?”
ซ่งชิงเป่ยยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนใจ “ฮ่าฮ่า… ถูก เจ้าพูดได้ถูกต้อง”
แต่จะมีผู้ใดรู้บ้างว่าเขามีความทุกข์ใจที่ไม่อาจเอ่ยออกไปได้ อันที่จริงแล้ว เขาไม่ได้อยากชนะแม้แต่น้อย เพราะตั้งแต่ไม่ได้รับข่าวคราวของกู่ต้าหู่ เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะเข้าร่วมงานคัดเลือกบุตรเขยนี้แม้แต่น้อย เพียงแค่อยากไปหากู่ต้าหู่เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่อาจบอกสิ่งที่คิดอยู่ในใจให้ผู้อื่นรู้ได้
ในตอนนั้นเอง อันต้าเต๋อเดินเข้ามาพร้อมกับอันชิงชิงและคนอื่น ๆ
เมื่อมาถึงตรงหน้าซ่งชิงเป่ย อันต้าเต๋อพลันประสานกำปั้น กล่าวแสดงความยินดีด้วยรอยยิ้ม “น้องชายชิงเป่ย ยินดีด้วย ๆ!”
ซ่งชิงเป่ยตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “การประลองที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนี้ ข้าเชื่อว่าสำหรับพวกท่านแล้วเป็นเพียงกับข้าวจานเล็กเท่านั้น”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว!” อันอาหนิวมองซ่งชิงเป่ยอย่างดูแคลน
ส่วนอันชิงชิงเม้มริมฝีปากแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความเศร้าใจ “กฎของงานคัดเลือกบุตรเขยครั้งนี้น่ารำคาญยิ่งนัก เสี่ยวเป่ย เจ้าอยากแต่งงานกับคุณหนูเรือนพักร้อนวั่งเหมยนั่นจริง ๆ หรือ?”
นางมองออกว่าหากเป็นตามกฎนี้แล้ว กลุ่มของซ่งชิงเป่ยมีโอกาสชนะสูงมาก
นางหวาดกลัวและกังวลว่าซ่งชิงเป่ยจะชนะงานคัดเลือกบุตรเขยครั้งนี้จริง ๆ
ซ่งชิงเป่ยขมวดคิ้วด้วยความสับสน “เอ่อ… นี่…”
เขาไม่รู้ว่าควรบอกออกไปตามความเป็นจริงหรือต้องโกหก แต่ไม่ว่าจะเรื่องจริงหรือโกหกก็ล้วนแล้วแต่มีคนไม่ยินดีจะฟัง
หากแต่อู่เชียนเชียนเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม “ชิงชิง คำถามของเจ้าน่าขบขันเกินไปกระมัง หากไม่ใช่เพื่อแต่งงานกับคุณหนูเยียนหราน เหตุใดพวกเราต้องมาที่นี่ด้วยเล่า?”
อันชิงชิงจ้องมองนางด้วยความโกรธเกรี้ยว “ข้าถามเสี่ยวเป่ย ไม่ใช่ท่าน เหตุใดท่านจึงตอบแทนเขา? เสี่ยวเป่ย เจ้าคิดอย่างไรกันแน่?”
ขณะที่เอ่ยถามนางก็จ้องมองซ่งชิงเป่ยอย่างคาดหวัง
ส่วนอู่เชียนเชียนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ความคิดไร้เดียงสาของอีกฝ่าย นางมองเพียงปราดเดียวก็ดูออกแล้ว “ชิงชิง เจ้ากังวลว่าหากชิงเป่ยชนะขึ้นมาแล้วไปแต่งงานกับคุณหนูเยียนหราน เจ้าจะไม่มีโอกาสใช่หรือไม่?”
“ฮึ! ชิงเป่ยไม่รู้แม้กระทั่งคุณหนูเยียนหรานผู้นั้นหน้าตาเป็นเช่นไร ด้วยนิสัยของเขาแล้ว เขาจะไม่แต่งงานกับคนที่เลือนลางเช่นนี้ ใช่หรือไม่?”
ซ่งชิงหลันเห็นซ่งชิงเป่ยมีสีหน้าลำบากใจ จึงเข้ามาไกล่เกลี่ย “นี่ ทุกคนไปยังลานประลองหมดแล้ว พวกเราก็รีบไปกันเถิด”
ซ่งชิงเป่ยเข้าใจความหมายของซ่งชิงหลันในทันที
เขาพยักหน้าตอบอย่างรวดเร็ว “ใช่แล้ว ๆ พวกเรารีบไปกันเถิด”
สิ้นเสียง เขาก็เดินจ้ำอ้าวหนีไปแล้ว
“ซ่งชิงเป่ย! เจ้ารอข้าก่อน!” อันชิงชิงวิ่งไล่ตามไป
ทั้งสองคนแสดงฉากเจ้าหนีข้าตามออกมาต่อหน้าทุกคน หากเจ้ายังหนีอีกข้าก็จะไล่ตามเจ้าต่อไปเช่นนี้
โชคดีที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยจัดเตรียมที่นั่งพิเศษให้กลุ่มของซ่งชิงเป่ยแยกจากผู้ที่เข้าร่วมประลอง ไม่เช่นนั้น ซ่งชิงเป่ยคงต้องถูกอันชิงชิงตามตื๊อต่อไปแน่
หลังจากพวกเขานั่งลงแล้ว อู่เชียนเชียนอดที่จะเอ่ยกระเซ้าขึ้นมาไม่ได้ “ชิงเป่ย เจ้านี่โชคดีจริง ๆ แม่นางชิงชิงผู้นั้นชอบเจ้าโดยแท้จริงเชียว”
ซ่งชิงเป่ยมีสีหน้าอับจนปัญญา “ข้าบอกหลายครั้งแล้ว ข้าเห็นนางเป็นแค่เพียงน้องสาว ท่านน่ะ ภายหน้าอย่าทะเลาะกันอีกเลย ข้าเหนื่อยจะตายแล้ว”
เมื่อเขานึกถึงเสียงของอันชิงชิงขึ้นมาทีไรก็ขนลุกทั่วทั้งกายทุกที
“ไอ้หยา! การประลองยุทธ์จะเริ่มแล้ว!” ทันใดนั้น เสียงตื่นเต้นของซ่งซิงเยว่ก็ดังขึ้นมา และทุกคนก็หันไปมองที่ลานประลอง
[1]* หมายถึง โชคเข้าข้าง ไม่ได้มาด้วยความสามารถของตน
Pandaa
ตกลง ซ่งชงเป่ยเป็นน้าสี่ใช่ไหม ไม่ใช่ซ่งชิงซีเหรอ