ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 425 แม่นางผู้นี้เป็นมาอย่างไร
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 425 แม่นางผู้นี้เป็นมาอย่างไร
บทที่ 425 แม่นางผู้นี้เป็นมาอย่างไร
ทุกคนต่างหันมองตามเสียงอย่างสงสัย และเห็นสตรีนางหนึ่งเดินเข้ามา ใบหน้าของนางงามเลิศราวกับเทพเซียน นางสวยเสียจนไม่อาจหาข้อติได้
ข้างกายของหญิงสาวเป็นชายหนุ่มรูปงามในชุดสีขาว ใบหน้าของเขาไร้อารมณ์ เย็นชาราวกับน้ำแข็ง ทั่วทั้งร่างมีรัศมีสูงส่งราวกับลงมาจากสวรรค์ ทำให้คนเกรงขามตั้งแต่แรกเห็น
ตั้งแต่ทุกคนมาที่เรือนพักร้อนวั่งเหมย ก็ล้วนใจจดใจจ่อแต่กับการเอาชนะงานคัดเลือกบุตรเขย ไม่รู้เลยว่าข้างกายจะมีชายหญิงรูปงามเช่นนี้อยู่ ดูภาพที่พวกเขาอยู่ด้วยกันทำให้คนที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นล้วนตะลึงไปกันเสียหมด
ที่สำคัญที่สุดก็คือ ข้างกายของพวกเขายังมีเด็กน้อยแฝดชายหญิงรูปงามน่ารักน่าชัง ช่างเจริญหูเจริญตายิ่งนัก
ซ่งชิงหลันเดินไปตรงหน้านายหญิงเรือนพักร้อน และกล่าวแนะนำตนเอง “ข้าชื่อซ่งชิงหลัน ขอคารวะนายหญิงเรือนพักร้อนเจ้าค่ะ”
นายหญิงมองหญิงงามตรงหน้า ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม นางพยักหน้าผายมือเชื้อเชิญ “แม่นางซ่ง เชิญทางนี้เถิด”
ซ่งชิงหลันตามนายหญิงไปแล้วเปิดผ้าม่านขึ้น เดินเข้าไปที่ห้องด้านใน เห็นกู่ฉางซาน นายท่านแห่งเรือนพักร้อนวั่งเหมยนอนอยู่บนเตียง
ใบหน้าของกู่ฉางซานมีเลือดฝาด ดูแล้วไม่เหมือนคนป่วยเสียเลย
ทำให้ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วอย่างสงสัย นางใช้ปลายนิ้ววางที่ปลายจมูกของเขาเพื่อดูลมหายใจ ก็พบว่าลมหายใจของเขาอ่อนแรงเล็กน้อย
นางวางมือที่ข้อมือของเขา จับชีพจร จากนั้นหันหน้ามามองนายหญิงเรือนพักร้อนที่อยู่ข้างกาย พร้อมเอ่ยถาม “นายท่านมีอาการเช่นนี้มานานเพียงใดแล้วหรือเจ้าคะ”
“ระยะหนึ่งแล้ว หมอเทวดาเซวียหาสาเหตุไม่ได้ จึงตัดสินใจออกจากเกาะไปหาวิธีรักษา”
“เช่นนั้นก่อนหมอเทวดาเซวียจากไป เขาได้กล่าวอันใดหรือไม่ หรือได้ทิ้งยาอันใดไว้ให้นายท่านบ้างหรือไม่เจ้าคะ”
นายหญิงยิ้ม “แม่นางซ่งช่างคาดเดาได้เก่งจริง ๆ ก่อนหมอเทวดาเซวียจากไป เขาทิ้งยาไว้ให้นายท่านไม่กี่เม็ด แต่เมื่อใช้แล้วก็ไม่ช่วยอันใด”
“ยาเม็ดหรือ” ซ่งชิงหลันแววตาจริงจัง “ข้าขอดูยาเม็ดนั้นได้หรือไม่”
“ได้สิ” กล่าวจบ นายหญิงหยิบเอาขวดลายครามออกมาแล้วส่งให้ซ่งชิงหลัน “แม่นางซ่ง ยาเหล่านี้นี่แหละ”
ซ่งชิงหลันเปิดขวดยาดม จากนั้นก็เทยาออกมาแล้วตรวจสอบอย่างละเอียด
จากนั้น นางยกยิ้มมุมปากอย่างขบขัน หันหน้าไปมองนายหญิงเรือนพักร้อน “นายหญิง ข้ามีวิธีทำให้นายท่านฟื้นขึ้นมาเจ้าค่ะ”
“เอ๋ แม่นางซ่งพูดจริงหรือ” นายหญิงเรือนพักร้อนยกยิ้มพลางมองซ่งชิงหลัน ใบหน้าแสดงออกถึงความยินดี
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “แน่นอนเจ้าค่ะ ขอเพียงให้ข้าได้ฝังเข็มให้นายท่าน เขาจะต้องฟื้นขึ้นมาเป็นแน่”
“แม่นางซ่ง ท่านแน่ใจหรือ หากท่านฝังเข็มลงไป จะกลับคำไม่ได้แล้วนะ”
“ข้าแน่ใจเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันกล่าวตอบอย่างเด็ดเดี่ยว
นายหญิงเรือนพักร้อนยิ้มอย่างอ่อนหวาน “ได้ เช่นนั้นเชิญแม่นางซ่งเถิด”
เมื่อได้รับอนุญาต ซ่งชิงหลันหยิบเอากระเป๋าเข็มที่พกติดตัวออกมา
คลี่กระเป๋าเข็มออกก็เผยให้เห็นเข็มเงินที่จัดอย่างเป็นระเบียบ มีขนาดและความยาวต่างกันเรียงรายอยู่ข้างใน เพียงแค่มองอย่างเดียวก็รู้สึกตกใจแล้ว
หากแต่ซ่งชิงหลันกลับใช้หางตามองนายหญิงเรือนพักร้อนแวบหนึ่ง และเห็นว่านางยังสงบนิ่ง
ซ่งชิงหลันยกมุมปากเล็กน้อย จากนั้นหยิบเอาเข็มที่บางและยาวออกมาเล่มหนึ่ง ค่อย ๆ ทิ่มเข้าไปที่บนหัวของกู่ฉางซาน
ใช้เวลาประมาณหนึ่งถ้วยชา ซ่งชิงหลันดึงเข็มออกมา วางกลับไปในกระเป๋าเข็มของตน
นายหญิงเรือนพักร้อนมองกู่ฉางซานที่อยู่บนเตียง เอ่ยอย่างกังวล “แม่นางซ่ง ท่านบอกว่าฝังเข็มแล้วนายท่านก็จะฟื้นขึ้นมาไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงยังไม่มีการตอบสนองเลยเล่า”
ซ่งชิงหลันยกยิ้มบาง “นายหญิงไม่ต้องรีบร้อนเจ้าค่ะ”
กล่าวจบ นางหันไปทางเตียง “ดูสิเจ้าคะ ฟื้นแล้วไม่ใช่หรือ”
นายหญิงหันหน้าไปมอง และเห็นกู่ฉางซานที่อยู่บนเตียงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาจริง ๆ
กู่ฉางซานลืมตาขึ้น และเห็นสตรีรูปงามยืนอยู่ข้างเตียง เขาถึงกับผงะไป “เจ้าคือ…”
ซ่งชิงหลันก้มหัว “ข้าซ่งชิงหลัน คารวะนายท่านกู่เจ้าค่ะ”
แววตาของกู่ฉางซานฉายแววตื่นตกใจโดยพลัน “เจ้าคือซ่งชิงหลันหรือ เช่นนั้น แม่นางซ่งช่วยให้ข้าฟื้นหรือ”
นายหญิงเรือนพักร้อนยกยิ้มพลางพยักหน้า “ใช่เจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันกล่าวว่า “หากจะพูดให้ถูก คือข้าช่วยปลุกนายท่านกู่ต่างหากเจ้าค่ะ”
กู่ฉางซานและนายหญิงสบตากัน จากนั้นมองซ่งชิงหลันอย่างชื่นชม “แม่นางซ่งช่างเป็นหญิงฉลาดเฉลียวเสียจริง ไปกัน เราออกไปด้วยกันเถิด”
คนที่อยู่ด้านนอกยังคงพูดคุยกันถึงอาการป่วยที่แปลกประหลาดของกู่ฉางซานอย่างเผ็ดร้อน หากแต่ในตอนนั้นพวกเขากลับเห็นกู่ฉางซานเดินออกมาพร้อมซ่งชิงหลันอย่างมีชีวิตชีวา ท่าทางเช่นนั้น ไม่เหมือนคนที่ป่วยเป็นโรครักษาไม่หายเอาเสียเลย
ทุกคนล้วนตกตะลึงไป ขยี้ตาตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ เพราะเกรงว่าตนจะมองผิดไป
“สวรรค์! หญิงผู้นี้ช่วยนายท่านกู่กลับมาแล้ว!”
“นี่… นี่จะเก่งกาจเกินไปแล้วกระมัง แม่นางผู้นี้เป็นผู้ใดกันแน่”
“ได้ยินว่า… นางจะแซ่ซ่ง ชื่อซ่งอันใดสักอย่าง”
“แซ่ซ่งหรือ หรือว่าจะเป็นแม่นางซ่งคนดังจากเมืองหลวงผู้นั้น”
“ใช่ ๆ ๆ! หน้าตาสระสวยเพียงนี้ จะต้องเป็นนางแน่ ๆ!”
“สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เมื่อได้เห็นตัวจริงแล้ว จึงได้รู้ว่าแม่นางซ่งนั้นทั้งสวยทั้งเก่งตามที่เขาลือกันไม่มีผิด”
……
ยามนี้ ทุกคนยังคงวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ แต่ทว่ามีคนอดไม่ได้เดินออกมาแล้วกล่าวขอคำปรึกษา “แม่นางซ่ง ขอถามทีเถิดว่านายท่านกู่นั้นเป็นโรคร้ายอันใดกันแน่ แล้วท่านรักษาได้อย่างไร”
สิ้นเสียง ทุกคนล้วนหันมองด้วยความสงสัย
แม้แต่ไป๋เย่หานเองก็แปลกใจ ถึงแม้เขาจะเดาได้ตั้งแต่แรกว่านางจะต้องทำสำเร็จ เขามองหญิงที่เปล่งประกายผู้นี้ ในใจเองก็ภาคภูมิใจอย่างมากเช่นกัน
สมกับเป็นพระชายาของข้า ไปที่ใดก็โดดเด่น
เมื่อเห็นทุกคนสงสัย ซ่งชิงหลันเพียงยิ้ม “ทุกท่านจับชีพจรให้นายท่านกู่แล้วก็คงจะรู้ ชีพจรของนายท่านกู่ปกติดี นอกจากลมหายใจที่อ่อนแรงแล้ว ก็ดูไม่มีอาการป่วยอื่น ๆ อีก”
“ใช่แล้ว! นี่มันแปลกเกินไป ดู ๆ แล้วนายท่านก็เหมือนคนปกติ ไม่ได้ป่วยอย่างไรอย่างนั้น โรคนี้ช่างพิศวงเหลือเกิน”
ซ่งชิงหลันกล่าวตอบ “ความจริงแล้วไม่ได้มีอันใดอัศจรรย์เพียงนั้นหรอกเจ้าค่ะ เพราะว่านายท่านกู่ไม่ได้ป่วย”
“ว่าอย่างไรนะ ไม่ป่วยหรือ นั่น… นั่นจะเป็นไปได้อย่างไร”
“นั่นสิ นายหญิงเรือนพักร้อนพูดอยู่ว่านายท่านป่วยมานาน แม้แต่หมอเทวดาเซวียเองยังช่วยไม่ได้”
“หรือว่าหมอเทวดาเซวียวินิจฉัยผิดหรือ”
“เป็นไปไม่ได้กระมัง หมอเทวดาเซวียผู้นี้เป็นหมอเทวดาแห่งยุค จะพลั้งพลาดมากเพียงนี้ได้อย่างไร”
“นั่นน่ะสิ… นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่”
เมื่อเห็นท่าทางสงสัยของทุกคน ซ่งชิงหลันมองกู่ฉางซานข้างกายแล้วกล่าวขึ้น “เป็นเพราะทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพียงการแสดงของนายท่านกู่มาตั้งแต่แรกเจ้าค่ะ”