ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 435 พบอันใดเข้าแล้วใช่หรือไม่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 435 พบอันใดเข้าแล้วใช่หรือไม่
บทที่ 435 พบอันใดเข้าแล้วใช่หรือไม่
อู่เชียนเชียนเคร่งเครียดขึ้นมาทันที “เช่นนั้นตอนนี้จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ บนนั้นก็เขียนแล้วว่าจะต้องฝึกฝนวรยุทธ์จึงจะผ่านไปได้ แต่นี่ไม่อาจฝึกฝนวรยุทธ์ได้เลย ไม่อย่างนั้นมันก็ย้อนแย้งกันเองไม่ใช่หรือ แล้วพวกเราจะผ่านไปอย่างไรเล่า”
“ไม่ย้อนแย้ง” อยู่ ๆ เสียงอันสงบนิ่งของซ่งชิงเป่ยดังขึ้น
ทุกคนมองไปตามเสียง เห็นเพียงว่าตอนนี้ซ่งชิงเป่ยอยู่ด้านนอกระเบียงยาว กำลังมองไปด้านบน ไม่รู้ว่ากำลังมองสิ่งใดอยู่
ดูเหมือนว่าซ่งชิงหลันจะพบสิ่งผิดปกติ จึงรีบเอ่ยถาม “ชิงเป่ย เจ้ามองอันใดอยู่ พบอันใดเข้าแล้วใช่หรือไม่”
“ถูกต้อง ข้ารู้วิธีผ่านด่านนี้แล้ว” ซ่งชิงเป่ยกล่าวด้วยสีหน้ามั่นใจ
อู่เชียนเชียนอยากรู้ขึ้นมาทันที “อย่างนั้นหรือ วิธีอันใดกัน รีบบอกพวกข้ามาสิ”
“พวกท่านมาทางนี้สิ”
จากนั้น ทุกคนก็เดินตามออกไปนอกระเบียงยาว
ซ่งชิงเป่ยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย ชี้ไปที่แผ่นป้ายด้านบนระเบียงยาว กล่าวด้วยรอยยิ้ม “วิธีการผ่านด่านนี้ก็อยู่ตรงนี้”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ทุกคนมองตามนิ้วมือของเขาไป ก็เห็นคำในป้ายด้านบน
อู่เชียนเชียนขมวดคิ้วอย่างสงสัย “ระเบียงยาววั่งเล่อ[1]* นี่… นี่หมายความว่าอันใด ป้ายนี้มีรหัสลับอันใดหรือ”
ซ่งชิงเป่ยยิ้มแล้วกล่าวอธิบาย “ไม่มีรหัสลับอันใดทั้งนั้น แต่เป็นความหมายของมันต่างหาก ระเบียงยาววั่งเลอหมายถึงให้ลืมเสีย ก็คือให้พวกเราลืมเรื่องกฎไปเสีย”
“เช่นนั้นก็แปลว่าไม่จำเป็นต้องสนใจกฎที่ต้องฝึกวรยุทธ์จึงจะผ่านด่าน พวกเราเพียงแค่เดินไปอย่างนั้นหรือ” ฉูซื่อโม่วกล่าวต่อ
“ถูกต้อง”
ซุนอิงหนิงเงยหน้ามองป้ายบนระเบียงยาวอีกครั้ง พลางยกยิ้ม “การออกแบบด่านนี้ช่างแปลกใหม่จริง ๆ สัญชาตญาณของคนนั้น ล้วนทำตามกฎที่ตาเห็น อีกอย่าง วรยุทธ์มาดึงดูดอยู่ตรงหน้า ผู้ใดจะคิดถึงความหมายอันลึกล้ำของระเบียงยาววั่งเลอได้เล่า”
“นั่นสิ” ซ่งชิงหลันยิ้มบาง และกล่าวเสียงเบา “ด่านนี้อาจจะเป็นการทดสอบความโลภของคนก็เป็นได้ ระหว่างวรยุทธ์อันโดดเด่นและคุณหนูแห่งเรือนพักร้อนวั่งเหมย คนส่วนใหญ่ล้วนเลือกอย่างแรก ส่วนคนที่จิตใจแน่วแน่จริง ๆ และผ่านระเบียงยาวนี้ไปได้ ก็ต้องเป็นคนที่ต้องการแต่งงานกับคุณหนูเยียนหรานจริง ๆ”
ซุนอิงหนิงกล่าวต่อทันที “พี่ชิงหลัน ท่านพูดเช่นนี้ ข้ากลับสงสัยอย่างมากว่าจะมีผู้ใดเดินผ่านไปแล้ว”
“นี่ยังต้องพูดอีกหรือ ซ่างกวนจิ่งหงผู้นั้นจะต้องเป็นหนึ่งในนั้นแน่” อู่เชียนเชียนมุ่ยปากอย่างเหยียดหยาม
และไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด นางถึงรู้สึกไม่ถูกชะตากับซ่างกวนจิ่งหงผู้นั้นเหลือเกิน
ซ่งชิงเป่ยเพียงยิ้ม “หากอยากจะรู้ก็ง่าย ๆ พวกเรารีบเดินไปเดี๋ยวก็รู้แล้วขอรับ”
ดังนั้นทุกคนจึงเดินเข้าไป
แน่นอนว่าตลอดทางเดินในระเบียงยาวล้วนไร้สิ่งกีดขวาง
เมื่อเดินมาจนสุด ตรงหน้าพวกเขาก็ปรากฏผืนทะเลสาบกว้าง บนผืนทะเลสาบนั้นมีดอกบัวลอยอยู่ ดอกบัวที่กำลังเบ่งบาน ทำให้ผืนทะเลสาบที่เดิมทีดูจืดชืดนั้นมีสีสันมีชีวิตชีวาอย่างมาก
และตรงผืนทะเลสาบนั้นเอง ก็มีเรือนไม้ไผ่ที่ดูสวยงามหลังหนึ่งอยู่ นี่คือสวนกลางทะเลสาบที่จื่อเยียนเพิ่งกล่าวถึง
ซุนอิงหนิงมองภาพทิวทัศน์ตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าประทับใจ พลั้งปากชื่นชม “ที่นี่ทั้งสวยและดูสบายตานัก คิดไม่ถึงว่าบนเกาะดอกเหมยจะมีสถานที่ที่งดงามเช่นนี้อยู่อีก”
ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ ทั้งสองคนปรบมืออย่างมีความสุข “ที่นี่สวยเหลือเกิน ท่านพ่อ ท่านแม่ ที่บ้านเราก็สร้างศาลาเช่นนี้สักแห่งได้หรือไม่เจ้าคะ”
ไป๋เย่หานรับฟังคำพูดของเด็ก ๆ ทั้งสองคนอย่างมาก ถึงกับครุ่นคิด ทั้งยังกล่าวอย่างจริงจังอีกด้วย “ได้สิ เดี๋ยวพอกลับไปข้าจะให้หานเฟยจัดการให้”
“ไชโย! ดีเหลือเกิน! ท่านพ่อดีที่สุดเลย!” ซ่งซิงเยว่กอดไป๋เย่หานอย่างมีความสุข
หากแต่ซ่งชิงหลันรีบดึงมือเขาไว้แล้วเอ่ยเบา ๆ “ไป๋เย่หาน ท่านล้อเล่นหรืออย่างไร จะโกหกเด็กไม่ได้นะ”
“ข้าไม่ได้โกหก” ไป๋เย่หานกล่าวตอบอย่างจริงจัง “จวนหานอ๋องกว้างใหญ่เพียงนั้น จะขุดทะเลสาบแล้วก็สร้างเรือนไม้ไผ่อีกหลังไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว พลางกล่าวเบา ๆ “ประเด็นไม่ใช่เรื่องนี้ ท่านไม่ควรตามใจลูกตลอดเวลา เช่นนั้นจะทำพวกเขาเสียนิสัยเกินไป”
“พระชายา ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นกังวลอันใดอยู่ ไม่ต้องกลัว พวกเรามีศักดิ์ศรีและอำนาจมากพอ” ไป๋เย่หานกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
แน่นอน พ่อของพวกเขาเป็นอ๋องเทพสงครามที่เก่งกาจที่สุดในเมืองหลวง ท่านแม่ของพวกเขาคือแม่ค้าที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง เรื่องศักดิ์ศรีและอำนาจนั้นไม่ต้องสงสัยเลย
ซ่งชิงหลันกลอกตาให้เขา ไม่มีแรงจะไปเถียงคำพูดของอีกฝ่าย
ไป๋เย่หานยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ เขาเข้าไปใกล้ข้างหูซ่งชิงหลันแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ความจริงสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ข้าดูออกว่าพระชายาก็ชอบสวนนี้เช่นกัน ดังนั้นที่ข้าจะทำ ก็เพราะอยากให้พระชายาชื่นชอบอย่างไรเล่า”
ซ่งชิงหลันพลันสุขใจขึ้นมา ยิ้มเขินอายให้ไป๋เย่หานแล้วกล่าว “ปากหวานเหลือเกินนะ”
ในตอนนั้นเอง ด้านหลังของพวกเขามีเสียงหยอกล้อของอู่เชียนเชียนดังขึ้น “แค่ก ๆ ๆ… ข้าว่านะท่านอ๋อง พี่ชิงหลัน พวกท่านจะจู๋จี๋กันก็ต้องเลือกเวลาหน่อยได้หรือไม่ พวกเราเข้าไปในสวนเล็กกลางทะเลสาบก่อนดีหรือไม่”
ซ่งชิงหลันหน้าแดงเล็กน้อย จ้องมองไป๋เย่หานด้วยสีหน้าแสร้งโมโห “เพราะท่านคนเดียว”
ไป๋เย่หานโอบเอวเล็กของซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อย่าไปสนใจนาง”
กล่าวจบก็พานางเดินเข้าไปในสวนเล็กกลางทะเลสาบด้วยกัน
ตอนนี้ในสวนเล็กกลางทะเลสาบมีคนห้าคนนั่งอยู่ เมื่อรวมซ่งชิงเป่ย ตอนนี้ก็มีเพียงหกคน
เมื่อเห็นพวกซ่งชิงเป่ยเดินเข้ามา ซ่างกวนจิ่งหงก็ไม่ได้แปลกใจ
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย และยิ้มให้ซ่งชิงเป่ย “คุณชายซ่ง ข้ารออยู่ที่นี่นานเลย คิดว่าท่านจะไม่มาเสียแล้ว”
ซ่งชิงเป่ยยิ้มอย่างเรียบเฉย ก่อนกล่าวตอบ “เช่นนั้นต้องขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้คุณชายซ่างกวนต้องผิดหวัง”
“ไม่ผิดหวังแม้แต่น้อย อย่างไรเสีย คนที่ชนะก็ต้องเป็นข้าอยู่แล้ว” ซ่างกวนจิ่งหงกล่าวอย่างยโส
“คนอย่างท่านนี่หนังหน้าหนาเสียจริงนะ” อู่เชียนเชียนอดไม่ได้ที่จะวิจารณ์ “เอาแต่บอกว่าจะชนะ ๆ อย่ามาแพ้เอาทีหลังล่ะ ไม่อย่างนั้นคงเหมือนโดนตบหน้าจนดูไม่ได้”
“พอเถิด เชียนเชียน” ซ่งชิงหลันดึงนางเอาไว้แล้วส่ายหน้า
สุดท้ายนางก็หันหน้าไปมองซ่างกวนจิ่งหง แล้วยกยิ้มบาง ๆ “คุณชายซ่างกวน ปะทะฝีปากกันไปก็เปล่าประโยชน์ เราสู้กันด้วยผลงานดีกว่า”
ซ่างกวนจิ่งหงยิ้ม “ได้สิ เช่นนั้นเรามารอดูกัน”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ในตอนนี้ จื่อเยียนในชุดสีม่วงก็เดินเข้ามาในสวนเล็กกลางทะเลสาบ มองทุกคนแล้วกล่าวพลางยิ้ม “ขอแสดงความยินดีกับทุกท่าน ที่ทุกท่านสามารถเข้ามาสู่ด่านนี้ได้สำเร็จเจ้าค่ะ”
[1] ระเบียงยาววั่งเลอ (忘了长廊) แปลได้อีกความหมายหนึ่งว่า ‘ลืมระเบียงยาว’