ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 436 เหตุใดคุณชายต้องรีบร้อน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 436 เหตุใดคุณชายต้องรีบร้อน
บทที่ 436 เหตุใดคุณชายต้องรีบร้อน
ในตอนนี้ก็มีคนกล่าวอย่างตื่นเต้น “เอาเถิด แม่นางจื่อเยียนไม่ต้องพูดเรื่องอื่นแล้ว รีบบอกมาเถิดว่าด่านนี้ พวกข้าต้องประลองอันใดกัน”
จนถึงตอนนี้ คนที่ยังเหลืออยู่ยิ่งน้อยลงเรื่อย ๆ แสดงว่าพวกเขายิ่งเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น และย่อมมีคนที่ยิ่งตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขนาดที่รอไม่ไหวแล้ว
จื่อเยียนกวาดสายตามองคนผู้นั้น กล่าวพลางยิ้ม “แม้ใจร้อนก็ไม่อาจกินเต้าหู้ร้อนได้ เหตุใดคุณชายต้องรีบร้อนด้วยเล่า”
กล่าวจบ นางก็ค่อย ๆ เอียงหน้ามาส่งสายตาให้คนด้านหลัง “ไปเอาของมา”
“ขอรับ”
จากนั้น มีคนรับใช้สองสามคนยกเอาขาตั้งภาพวาดเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ
ไม่นาน ตรงหน้าพวกซ่งชิงเป่ยก็มีขาตั้งภาพวางอยู่สิบอัน ทั้งยังใช้ผ้าใบคลุมภาพวาดเอาไว้
เพียงเท่านี้ก็ชัดเจนแล้วว่าจะทำอันใด
จื่อเยียนยืนอยู่ตรงหน้าขาตั้งภาพวาด ใบหน้าเปื้อนยิ้ม จ้องมองทุกคนตรงหน้าแล้วกล่าว “ด่านนี้จะทดสอบความสามารถในการตัดสินภาพวาดของทุกท่าน ตรงหน้านี้มีภาพวาดอยู่สิบม้วน มีเพียงภาพเดียวที่เป็นของจริง คุณชายคนไหนที่สามารถหาภาพของจริงเพียงภาพเดียวเจอ ก็จะสามารถเข้าสู่ด่านสุดท้ายได้เจ้าค่ะ”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
กล่าวจบ นางก็หมุนตัวกลับมา โบกมือให้กับคนรับใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เหล่าคนรับใช้ก็เอาผ้าใบบนขาตั้งภาพออกอย่างพร้อมเพรียง ภาพวาดแบบเดียวกันสิบภาพถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคน
หลังจากเห็นภาพวาดตรงหน้าชัดเจนแล้ว ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตาเป็นประกาย และอุทานอย่างตกใจ
“สวรรค์! นี่… นี่มันภาพวาดของอาจารย์ฉู ฉูอี้เฟิง จิตรกรอันดับหนึ่งของแผ่นดินไม่ใช่หรือ”
“ถูกต้อง! ถูกต้อง! นั่นคือภาพ ‘ระหว่างภูเขาและสายธาร’ ที่โด่งดังนี่”
“ท่านอาจารย์ฉูเชี่ยวชาญในการวาดภาพทิวทัศน์ภูเขาและแม่น้ำที่สุด ภาพวาด ‘ระหว่างภูเขาและสายธาร’ นี้เป็นของล้ำค่า ได้ยินว่ามีไม่กี่คนที่เคยเห็นของจริง!”
“นั่นสิ ตอนนี้มีของปลอมระบาดไปทั่ว คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะโชคดีได้เห็นของจริงที่เรือนพักร้อนวั่งเหมย ข้าโชคดีเกินไปแล้ว!”
“ฮิ ๆ ๆ พูดถึงเรื่องนี้ ข้าเห็นภาพปลอมของภาพนี้มามากมาย ของปลอมที่ไหนก็ล้วนผ่านตาข้ามาหมด ขอเพียงข้ากำจัดของปลอมออกไปทีละอัน เช่นนั้นก็จะเหลือเพียงของจริง พวกท่าน ข้าขอลองก่อนแล้วกัน”
กล่าวจบ คนผู้นั้นก็เดินหน้าไปดูอย่างละเอียด
ตั้งแต่ที่ภาพทั้งสิบนี้ถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคน ฉูซื่อโม่วก็ดวงตาเป็นประกายทันที
ส่วนอู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ ยิ่งตื่นเต้นเหลือเกิน
ฟ้าประทานโชคมาให้พวกเขาหรือไร!
คนที่วาดภาพนี้คือบิดาแท้ ๆ ของฉูซื่อโม่ว เช่นนั้นการหาของจริงก็ไม่มีผู้ใดทำได้ดีไปกว่าฉูซื่อโม่วแล้ว
ดังนั้น พวกซ่งชิงหลันจึงล้วนมองไปยังฉูซื่อโม่วอย่างพร้อมเพรียง
ซ่งชิงเป่ยอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “นี่มันง่ายเกินไปกระมัง”
“นั่นน่ะสิ หากไม่รู้ คงเข้าใจว่าเป็นโจทย์ที่เตรียมมาให้พวกเราโดยเฉพาะ” ซ่งชิงหนานเองก็อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อ
อู่เชียนเชียนดึงมือฉูซื่อโม่วไว้อย่างตื่นเต้น “ซื่อโม่ว เรื่องนี้ต้องพึ่งเจ้าแล้วนะ”
ฉูซื่อโม่วพยักหน้า จากนั้นก็เดินหน้าไป
ภาพ ‘ระหว่างภูเขาและสายธาร’ นี้เขาคุ้นเคยกับมันอย่างมาก
ตอนนี้ ทุกคนล้วนไปรวมตัวกันอยู่ตรงหน้าภาพวาดทั้งสิบและสังเกตอย่างละเอียด
คนที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าการวิเคราะห์ภาพวาดปลอมนั้นง่ายดาย ในตอนนี้กลับเริ่มจะอับอายเสียแล้ว เขาขมวดคิ้วอย่างลังเล “ภาพนี้ดูแล้วเหมือนจะเป็นของปลอม ภาพนั้นดูแล้วก็เหมือนจะปลอม ภาพนั้นก็ปลอม ให้ตายเถิด… เหตุใดทุกภาพล้วนดูเหมือนของปลอมเล่า แล้วจะเลือกอย่างไร”
“นี่มันอันใดกัน เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าทุกภาพนี้ล้วนเป็นของจริงเล่า นี่มันยากเกินไปแล้ว!”
“ถ้าหากว่ามันง่าย แล้วจะทดสอบพวกเราไปด้วยเหตุใดกัน”
“พูดอีกก็ถูกอีก ข้าว่าดูอย่างละเอียดอีกครั้งเถิด”
อยู่ ๆ ในตอนนั้น หนึ่งในนั้นก็มองไปที่ซ่างกวนจิ่งหง และเอ่ยถาม “นี่ คุณชายซ่างกวน ท่านคิดเห็นเรื่องภาพวาดเหล่านี้อย่างไร ท่านดูออกหรือไม่ว่าภาพใดเป็นของจริงของปลอม”
ซ่างกวนจิ่งหงคลี่พัดในมือดัง ‘ฟึ่บ’ แล้วพัดเบา ๆ ที่กลางอก อย่างสง่างาม มองแล้วดูน่าเกรงขามอย่างมาก
เขาเดินไปตรงหน้าภาพแต่ละภาพ ดูอยู่รอบหนึ่งก็ค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างมีความหมายลึกซึ้ง
จากนั้นเขาก็หุบพัดเก็บดัง ‘ฟึ่บ’ และค่อย ๆ กล่าว “ต้องขอบอกว่า อีกเก้าภาพที่เป็นของปลอมนั้นเหมือนจริงมาก ถ้าหากไม่มองให้ละเอียดก็คงยากที่จะแยกของจริงและปลอม จะเห็นได้ว่าผู้ที่วาดภาพปลอมเหล่านี้ล้วนศึกษาภาพวาดของอาจารย์ฉูมาอย่างดี อีกทั้งฝีมือการวาดภาพยังไม่เลวอีกด้วย”
คนผู้นั้นมาอยู่ตรงหน้าของซ่างกวนจิ่งหงทันที กล่าวด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ “คุณชายซ่างกวนกล่าวเช่นนี้หมายความว่า… ท่านดูออกแล้วหรือว่าภาพใดเป็นของจริง”
ซ่างกวนจิ่งหงราวกับมีแผนการอยู่ในใจ ยิ้มให้คนผู้นั้นอย่างมั่นใจแล้วตอบประโยคหนึ่ง “แน่นอน”
หลังจากกล่าวจบ เขาก็หมุนกายกลับไปนั่งตรงที่นั่งของตนเอง
เขาหันหน้ามามองซ่งชิงเป่ยที่อยู่ข้างกายแวบหนึ่ง และยิ้มออกมาอย่างเสียดายแล้วกล่าว “เกรงว่า… คุณชายซ่งคงต้องหยุดที่ตรงนี้เสียแล้ว ความจริงกว่าพวกท่านจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ไม่ง่าย ดูท่าคงจะมีแค่ข้าที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้”
กล่าวจบ ซ่างกวนจิ่งหงยกยิ้มมุมปากขึ้นมา
“ฮ่า ๆ ๆ… ท่านพูดอันใดน่าขำเกินไปแล้ว” อู่เชียนเชียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “คุณชายซ่างกวน ข้าขอแนะนำว่าท่านอย่าพูดมากเกินไปเลย ดูท่าเจ้าคงไม่รู้ว่าเขาเป็นผู้ใด”
กล่าวจบ อู่เชียนเชียนก็มองฉูซื่อโม่วที่เดินกลับมานั่งข้างกายด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเอ่ยถามเบา ๆ “เป็นอย่างไร ดูออกแล้วหรือ”
ฉูซื่อโม่วยิ้มพร้อมพยักหน้า แปะมือของอู่เชียนเชียนเบา ๆ แล้วกล่าว “ข้ามั่นใจอย่างมาก”
อู่เชียนเชียนเลิกคิ้วให้ซ่างกวนจิ่งหงอย่างภาคภูมิใจ ราวกับชัยชนะอยู่ในกำมือ
ซ่างกวนจิ่งหงที่ไม่รู้เหตุผลทำได้เพียงขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ จากนั้นก็มองฉูซื่อโม่วอย่างสงสัย ในใจลอบกล่าว ‘คนผู้นี้เป็นผู้ใดมาจากที่ใดกันแน่ เขามองภาพของจริงออกจริง ๆ หรือ’
ในตอนนั้นเอง จื่อเยียนก็ยืนอยู่ตรงหน้าทุกคน “เอาล่ะ หมดเวลาดูภาพแล้วเจ้าค่ะ เชิญคุณชายทุกท่านเขียนหมายเลขของภาพวาดของจริงลงบนกระดาษเจ้าค่ะ”
ทันทีที่กล่าวจบ ก็มีคนรับใช้นำกระดาษ หมึก และพู่กันมาให้ทุกคน
ฉูซื่อโม่วโน้มตัวเข้าไปข้างหูของซ่งชิงเป่ย พึมพำสองสามประโยค
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ซ่งชิงเป่ยพยักหน้า หยิบเอาพู่กันขึ้นมาแล้วเขียนตัวเลขคำตอบลงในกระดาษอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก คนรับใช้เหล่านั้นก็พากันเก็บกระดาษที่เขียนคำตอบของทุกคนทีละแผ่น ส่งให้ในมือจื่อเยียน
จื่อเยียนเปิดดูทีละแผ่น ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
หลังจากดูจบ นางก็หยิบเอากระดาษสองแผ่นออกมา ประกาศผล ณ ที่นั้น “รอบนี้ มีเพียงคุณชายซ่างกวนและคุณชายซ่งที่ตอบได้ถูกต้องเพียงสองคน ในสิบภาพนี้ ภาพที่สามคือภาพวาดของจริงของอาจารย์ฉูอี้เฟิงเจ้าค่ะ”