ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 440 สิ่งที่ควรเป็นของเจ้า อย่างไรก็หนีไม่พ้น
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 440 สิ่งที่ควรเป็นของเจ้า อย่างไรก็หนีไม่พ้น
บทที่ 440 สิ่งที่ควรเป็นของเจ้า อย่างไรก็หนีไม่พ้น
ซ่งชิงเป่ยเดินไปคำนับกู่ฉางซาน “ข้าน้อยซ่งชิงเป่ย คารวะนายท่านกู่ขอรับ”
กู่ฉางซานหรี่ตาพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ จากนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ได้ยินว่าคุณชายซ่งชอบท่องเที่ยวไปทั่วทุกแห่ง หาเพื่อนพ้อง มีความรู้ประสบการณ์มากมาย เหมือนข้าสมัยยังหนุ่ม ๆ มากทีเดียว”
“ข้าน้อยจะเอาตนไปเทียบกับนายท่านกู่ได้อย่างไรเล่าขอรับ”
“ข้าแก่แล้ว ยามนี้เป็นโลกของคนหนุ่มอย่างพวกเจ้าแล้ว” สิ้นเสียง กู่ฉางซานก็เผยสีหน้าเอ็นดู “เยียนหราน เด็กคนนั้นก็มีนิสัยรักสนุก ต่อไปเจ้าต้องดูแลนางให้ดีนะ”
ซ่งชิงเป่ยตื่นเต้นขึ้นมา “นายท่านกู่ เช่นนั้นข้าจะได้พบคุณหนูเยียนหรานเมื่อใดหรือขอรับ ข้า…”
“คนหนุ่มสาวเอ๋ย… อย่าได้ใจร้อนไป…” กู่ฉางซานยิ้มอย่างมีเลศนัย “สิ่งที่ควรเป็นของเจ้า อย่างไรก็หนีไปไม่พ้นหรอก”
ซ่งชิงเป่ยหน้าแดงขึ้นมา “ไม่ใช่ขอรับ นายท่านกู่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าอยากพบคุณหนูเยียนหราน เพียงเพราะมีข้อสงสัยที่คิดไม่ตก หากข้าได้พบนางคงจะได้รู้ เป็นเพราะนางนั้นคล้ายคลึงกับเพื่อนที่ข้ารู้จักคนหนึ่งอย่างมาก แต่เพื่อนคนนั้น… ช่างเถิด แต่ตอนนี้ข้าจำเป็นต้องได้พบนางจริง ๆ ขอรับ”
“พรุ่งนี้ ข้าจะจัดงานฉลองการหมั้นหมายให้เจ้าและเยียนหรานที่เรือนพักร้อนวั่งเหมย ประกาศให้ทั่วทุกแห่งรู้ว่าเจ้าคือบุตรเขยของเรือนพักร้อนวั่งเหมยของข้า ถึงตอนนั้นเจ้าจะได้พบเยียนหรานเอง ไม่ช้าก็เร็ว อย่างไรพวกเจ้าสองคนต้องได้พบหน้า เหตุใดจะต้องรีบร้อนด้วยเล่า”
กู่ฉางซานมองความกระวนกระวายของชายหนุ่ม เพียงยิ้มออกมา “แต่มีเรื่องหนึ่ง ที่ข้าบอกเจ้าได้”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“เอ๋ เรื่องอันใดหรือขอรับ”
กู่ฉางซานกวักมือให้ซ่งชิงเป่ยเอียงหูเข้าไป
กู่ฉางซานเข้าใกล้หูของเขาแล้วกล่าวเบา ๆ “นางเคยไปเมืองหลวงมาก่อน”
“ว่าอย่างไรนะขอรับ” ซ่งชิงเป่ยกะพริบตาอย่างตกตะลึง
ไม่รอให้ซ่งชิงเป่ยตอบสนอง กู่ฉางซานกล่าวสั่งจื่อเยียนที่อยู่ข้าง ๆ “พวกคุณชายซ่งประลองมาทั้งวันคงจะเหนื่อยมากแล้ว เจ้ารีบให้คนส่งพวกเขากลับที่พักไปเสีย และเตรียมอาหารให้เรียบร้อย อีกทั้งเรื่องงานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้ เจ้าต้องจัดการให้ดีล่ะ”
จื่อเยียนพยักหน้าและกล่าวตอบ “เจ้าค่ะ นายท่าน”
ในตอนนี้ ซ่างกวนจิ่งหงที่อยู่ข้าง ๆ เห็นว่าเรื่องราวดูจะไม่ดีขึ้นไปกว่านี้ได้อีกแล้ว จึงร้อนรนขึ้นมา “ท่านลุงกู่ ท่านตัดสินใจจะให้เยียนหรานแต่งงานกับคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเช่นนี้จริง ๆ หรือขอรับ ท่านคิดดูอีกทีดีหรือไม่”
กู่ฉางซานเพียงยิ้มใช้วิธีไม้อ่อนเอาชนะไม้แข็ง และกล่าวเปลี่ยนประเด็น “นี่ จิ่งหง เจ้าไม่ได้เล่นหมากล้อมกับข้าตั้งนานแล้ว พวกเราไปเล่นกันที่ห้องหมากล้อมสักสองสามกระดานดีหรือไม่”
“ขอรับ ข้าเองก็อยากจะประลองหมากล้อมกับท่านลุงกู่อยู่พอดี แต่ว่า เรื่องการแต่งงานของเยียนหราน…”
“โธ่… เรื่องนี้ข้าพูดไปก็เท่านั้น ต้องให้เยียนหรานตัดสินใจด้วยตัวเองถึงจะถูก”
“แต่ท่านเป็นบิดาของนางนะขอรับ นางจะต้องรับฟังคำพูดของท่านเป็นแน่”
“เด็กคนนั้นโตแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอันใดตามพ่อ เอาเถิด ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว เราไปเล่นหมากล้อมกันเถิด”
……
ทั้งสองคนเดินไปพลาง คุยกันไปพลาง และออกจากหอประชุมติ่งเฟิงไปพร้อมกัน
ในตอนนี้ อู่เชียนเชียนและพวกซ่งชิงหลันก็มาตรงหน้าของซ่งชิงเป่ยอย่างรวดเร็ว
อู่เชียนเชียนตบบ่าของเขาอย่างมีความสุข พูดอย่างดีใจ “ชิงเป่ย! ยินดีกับเจ้าด้วย! เจ้าได้กลายเป็นบุตรเขยของเรือนพักร้อนวั่งเหมยแล้ว!”
“เจ้าห้า ยินดีด้วย” ซ่งชิงหนานพูดยินดี แต่น้ำเสียงนั้นให้ความรู้สึกเหมือนบิดาที่เห็นบุตรชายเป็นฝั่งเป็นฝาอย่างไรอย่างนั้น
ซ่งซิงเยว่ตัวน้อยดึงมือของซ่งชิงเป่ยมาจับอย่างมีความสุข แล้วส่ายไปมา “ท่านน้าสี่ ท่านน้าสี่ ข้าต้องเตรียมตัวมีน้าสะใภ้แล้วใช่หรือไม่ ข้าดีใจมากเลย! ต่อไปก็จะมีคนมารักเยว่เยว่เพิ่มอีกคนแล้ว!”
ส่วนซ่งซิงเฉินมองนาง และพูดอย่างเข้าใจทะลุปรุโปร่งแบบไร้อารมณ์ “เจ้าดีใจที่ต่อไปจะมีคนซื้อของให้เจ้าเพิ่มอีกคนกระมัง”
เพราะเป็นฝาแฝด ใจจึงสื่อถึงกัน ความคิดนั้นของนางจะหนีรอดจากสายตาของเขาได้อย่างไร
ซ่งซิงเยว่มองเขาแล้วหัวเราะฮิ ๆ “ไอ้หยา เฉินเฉิน เจ้ารู้ก็อยู่เงียบ ๆ สิ พูดออกมาด้วยเหตุใด น่าอายจริง ๆ เลย”
“พูดอันใดน่ะ เจ้าหน้าหนาเพียงนี้ จะอายได้อีกหรือ”
“พวกเราเป็นฝาแฝด เช่นนั้นหน้าของเจ้าก็หนาเหมือนข้านั่นแหละ”
……
เด็กทั้งสองคนเริ่มต่อล้อต่อเถียงกันอีกครั้ง จนซ่งชิงหลันรู้สึกปวดขมับขึ้นมาทันใด นางยื่นมือสองข้างออกไป มือปิดปากเด็กทั้งสองไว้ “เอาเถิด พวกเจ้าสองคนหยุดได้แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเถียงกันนะ”
กล่าวจบ นางส่งสายตาไปให้ไป๋เย่หาน
จากนั้น ทั้งสองคนก็อุ้มเด็กน้อยขึ้นมา
จื่อเยียนมองภาพพวกเขาโต้เถียงกัน อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “วันนี้ทุกท่านคงจะเหนื่อยแล้วกระมัง เช่นนั้นกลับที่พักไปพักเสียก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันก็คิดเช่นนั้น จึงอุ้มเด็กทั้งสองคนกลับไปพร้อมไป๋เย่หาน
ส่วนอู่เชียนเชียนเข้ามาเดินข้างกายซ่งชิงเป่ย พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าอยากรู้ “ชิงเป่ย เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าคุณหนูเยียนหรานผู้นั้นจะเขียนเรื่องนี้”
“ข้าไม่รู้น่ะสิ!” ซ่งชิงเป่ยเองก็งุนงง
“หรือเจ้าจะเป็นแมวตาบอดเจอหนูตายจริง ๆ” อู่เชียนเชียนขมวดคิ้วอย่างสงสัย “แต่ว่า เมื่อครู่คุณหนูเยียนหรานบอกว่านี่คือวันที่ชายคนหนึ่งสารภาพรักกับนาง อีกทั้งนางเองก็ชอบชายคนนั้น นี่หมายความว่าเจ้าก็ได้เพียงร่างกายนาง แต่ไม่ได้ใจนางหรอกหรือ”
สีหน้าของอู่เชียนเชียนฉายแววเห็นใจออกมา
เป็นเรื่องจริงที่งานคัดเลือกบุตรเขยนี้ ผู้ชนะจะได้สาวงามกลับไป แต่คิดไม่ถึงเลยว่ารางวัลจะเป็นของมือสอง
ฉูซื่อโม่วที่อยู่ข้าง ๆ เห็นสีหน้าของซ่งชิงเป่ยที่ผิดปกติไป รีบดึงอู่เชียนเชียนไว้ “เชียนเชียน เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเหนื่อยมากไม่ใช่หรือ พวกเรารีบกลับกันเถิด ไปกัน…”
จากนั้นเขารีบลากอู่เชียนเชียนจากไป
สีหน้าของซ่งชิงเป่ยนั้นดูไม่สู้ดีจริง ๆ คำพูดที่กู่ฉางซานบอกกับเขาเป็นคำสุดท้ายดังก้องอยู่ในหัว
คุณหนูเยียนหรานเคยไปเมืองหลวง เหตุใดจึงมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้ได้
เมื่อกลับมาถึงเรือน ซ่งชิงเป่ยขังตนเองเอาไว้ในห้องคนเดียว
แม้ใช้ความคิดเท่าไร ก็ไม่อาจจะก้าวผ่านสิ่งที่ขวางอยู่ในใจไปได้ จึงตัดสินใจไปตรวจสอบเรื่องนี้ให้รู้เรื่อง
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
และตัดสินใจไปหาจื่อเยียน
แต่เพียงเปิดประตูห้อง เขาก็ได้พบกับแขกไม่ได้รับเชิญ
ซ่งชิงเป่ยผงะไป มองซ่างกวนจิ่งหงตรงหน้าที่มีสีหน้าเย็นชาและดวงตาโกรธเกรี้ยว “คุณชายซ่างกวน ท่านมีอันใดหรือ”
“ข้ามาหาเจ้าน่ะสิ!” ซ่างกวนจิ่งหงพูดย้ำทีละคำ
ทันใดนั้นก็มีความคิดแล่นเข้ามาในหัวของซ่งชิงเป่ย เขามองซ่างกวนจิ่งหงแล้วกล่าวด้วยความยินดี “จริงสิ ตระกูลซ่างกวนของท่านและเรือนพักร้อนวั่งเหมยเป็นเพื่อนกันมานาน เช่นนั้นจะต้องรู้จักตระกูลกู่เป็นอย่างดีแน่ คุณชายซ่างกวน ข้าอยากจะถามท่านเสียหน่อย ตระกูลกู่มีชายที่ชื่อกู่ต้าหู่หรือไม่ เขาน่าจะหน้าตาคล้ายคลึงกับคุณหนูเยียนหราน”