ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 441 มันจะต้องเป็นเช่นนั้น
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 441 มันจะต้องเป็นเช่นนั้น
บทที่ 441 มันจะต้องเป็นเช่นนั้น
ได้ยินคำถามของซ่งชิงเป่ย ซ่างกวนจิ่งหงขมวดคิ้วมุ่นมองอีกฝ่ายอย่างสับสน “เจ้าเล่นตลกอันใด ท่านลุงกู่มีเยียนหรานเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวผู้ใดก็รู้!”
“ข้ารู้ แต่ข้าหมายความว่า คุณหนูเยียนหรานนั้นมีลูกพี่ลูกน้องอันใดทำนองนี้หรือไม่”
“ไม่ ตระกูลกู่สืบสายเลือดสายเดียวมาโดยตลอด ดังนั้นเยียนหรานจึงเป็นผู้สืบทอดเรือนพักร้อนวั่งเหมยแต่เพียงผู้เดียว อ้อ… ข้ารู้แล้ว…” ซ่างกวนจิ่งหงหัวเราะเย็นชา “ดูท่า ในที่สุดเจ้าก็เผยหางจิ้งจอกออกมาแล้วสินะ เจ้าสอบถามเรื่องพวกนี้ เพียงเพราะอยากดูว่ามีผู้ใดที่จะแย่งชิงเรือนพักร้อนวั่งเหมยกับเจ้าอีกใช่หรือไม่”
ซ่งชิงเป่ยเบิกตากว้าง “ไม่ใช่! ท่านเข้าใจผิดแล้ว! ไอ้หยา ตอนนี้ข้าไม่อาจบอกอันใดท่านได้ แต่มีบางเรื่องที่ข้าทำได้เพียงต้องพบคุณหนูเยียนหรานจึงจะรู้ ขอโทษคุณชายซ่างกวนด้วย ข้าต้องขอตัวก่อน ข้าจะไปหาแม่นางจื่อเยียน ให้นางพาข้าไปพบคุณหนูเยียนหราน”
กล่าวจบ ซ่งชิงเป่ยเดินผ่านอีกฝ่ายและเดินออกไปที่นอกเรือน
ซ่างกวนจิ่งหงร้อนใจขึ้นมาโดยพลัน เขาหมุนตัวแล้วจับมือของซ่งชิงเป่ยไว้ “เจ้า ไอ้คนพาล! เจ้าคิดจะไปทำให้เยียนหรานเสื่อมเสียหรือ ข้าไม่ยอมปล่อยให้เจ้ารอดไปได้แน่”
“ไม่ใช่! คุณชายซ่างกวน ท่านคิดไปถึงไหนกันแล้ว มันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิด ข้าเพียงต้องการไปพบคุณหนูเยียนหรานเพราะมีธุระจริง ๆ!” ซ่งชิงเป่ยหมดคำจะกล่าว
เพียงแต่ซ่างกวนจิ่งหงในตอนนี้ไม่รับฟังคำพูดของเขาเลย
เขายังคงคาดเดาความตั้งใจของซ่งชิงเป่ยไปตามความคิดของตัวเอง และกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว “คืนนี้ที่ข้ามาหาเจ้า เดิมทีก็คิดจะมาคุยกับเจ้าดี ๆ อยู่แล้ว เจ้ายอมแพ้เรื่องเยียนหรานเสีย เพราะยังไงเจ้าก็เป็นบุรุษจอมปลอม ในหัวมีแต่เรื่องสกปรก ข้าคงไม่จำเป็นต้องเกรงใจเจ้าแล้ว ให้ข้าฆ่าเจ้าเสียเถิด จะได้ไม่เกิดหายนะในภายหลัง!”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
กล่าวจบ ซ่างกวนจิ่งหงดึงกระบี่คมในมือออกมา เล็งไปที่คอของซ่งชิงเป่ย และจัดการลงมืออย่างโหดเหี้ยมและแม่นยำ ไม่ให้เวลาชิงเป่ยเตรียมตัวแม้แต่น้อย
ซ่งชิงเป่ยที่รู้สึกได้ถึงจิตสังหาร หลบหลีกตามสัญชาตญาณ โชคดีที่เขายังพอจะมีวรยุทธ์อยู่บ้าง จึงหลบการโจมตีของซ่างกวนจิ่งหงได้
แต่วรยุทธ์ของซ่างกวนจิ่งหงนั้นกล้าแกร่งมาก เพียงโจมตีสองสามครั้ง เขาก็ได้เปรียบโดยสมบูรณ์
ไม่นานเขาก็มองเห็นโอกาส ยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ หมายจะแทงกระบี่ในมือไปที่หัวใจของซ่งชิงเป่ย
ทว่าทันใดนั้น ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งเข้ามาใส่กระบี่ของซ่างกวนจิ่งหง
“หยุดนะ!” ตามด้วยเสียงเย็นชา ร่างสีเหลืองทองปรากฏต่อหน้าทั้งสองคน
ผู้ที่มาเยือนคือกู่เยียนหราน
เมื่อเห็นร่างที่ลอยละล่องของหญิงสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับใบหน้าที่ซ่งชิงเป่ยถวิลหาทุกวี่วัน ในหัวของซ่งชิงเป่ยก็ราวกับถูกฟ้าผ่า หัวสมองพลันว่างเปล่า
กู่เยียนหรานยืนขวางอยู่ตรงหน้าของซ่งชิงเป่ย มองซ่างกวนจิ่งหงตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชา “ซ่างกวน ท่านมาทำอันใดที่นี่”
ทันทีที่เห็นกู่เยียนหราน แววตาของซ่างกวนจิ่งหงฉายแววเจ็บปวดเลือนราง เขาเก็บกระบี่ในมือแล้วกล่าวเสียงเบา “เยียนหราน ที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อเจ้า ข้าจะวางใจมอบเจ้าให้กับคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าได้อย่างไร”
“ซ่างกวน ในสายตาของท่าน ข้าต้องแต่งงานกับท่านเพียงผู้เดียวเท่านั้นหรือ”
ซ่างกวนจิ่งหงถามกลับด้วยใบหน้าจริงจัง “แล้วมันไม่ใช่หรือไร”
กู่เยียนหรานถอนหายใจอย่างจนปัญญา “พวกเราโตมาด้วยกันก็จริง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าแต่มองท่านเป็นเพียงพี่ชายคนหนึ่ง ไม่มีความรู้สึกแบบชายหญิงกับเจ้าเลยแม้เพียงนิด”
“เป็นไปได้อย่างไร เจ้าชอบเล่นกับข้ามาตั้งแต่เด็ก และข้าเองก็มองเจ้าเป็นว่าที่เจ้าสาวของข้ามาโดยตลอด”
ซ่างกวนจิ่งหงไม่อาจยอมรับคำพูดของนางได้
เหตุใดสิ่งที่กู่เยียนหรานกล่าวในตอนนี้ จึงแตกต่างกับในความทรงจำของตนโดยสิ้นเชิงเล่า
กู่เยียนหรานมองเขาอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง “ข้าขอบอกตามตรง ครั้งนี้ที่ข้าไปจากเกาะดอกเหมย ก็เพื่อหลบหลีกการหมั้นหมายกับท่าน และในเมื่อท่านเต็มใจจะเข้าร่วมงานคัดเลือกบุตรเขย เช่นนั้นก็แสดงว่าเจ้าเห็นด้วยที่จะให้ข้าเลือกสามีของตนเอง แต่ทว่าท่านยังก่อความวุ่นวายไม่จบสิ้นเช่นนี้ ยิ่งมีแต่จะทำให้ข้าไม่ชอบท่านมากกว่าเดิม แม้แต่มิตรภาพของเราตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็อาจหมดไปด้วย”
“ข้ายินดีเข้าร่วมงานคัดเลือกบุตรเขยเพราะข้าเชื่อว่าด้วยความสามารถของข้า ข้าจะต้องชนะ แต่คำตอบที่เจ้าเขียนในรอบสุดท้ายนั้นเห็นได้ชัดว่ามันไม่ยุติธรรม ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว เยียนหราน เจ้ารวมหัวกับเจ้าคนแซ่ซ่งนี่มาตั้งแต่ต้นใช่หรือไม่”
ซ่งชิงเป่ยเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังขาดสติ จึงกลัวว่าเขาจะไม่ทันระวัง และไม่อาจควบคุมกระบี่ในมือจนทำร้ายผู้บริสุทธิ์
ชายหนุ่มจึงรีบเอ่ยอธิบาย “คุณชายซ่างกวน ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้ร่วมมือกับคุณหนูเยียนหรานจริง ๆ”
“เช่นนั้นพวกเจ้าจะอธิบายอย่างไรว่าคนสองคนที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนถึงเขียนความทรงจำออกมาได้เหมือนกันเช่นนี้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าในโลกนี้จะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้อยู่”
“ท่านพูดถูกต้องแล้ว บนโลกใบนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญเช่นนั้นหรอก” กู่เยียนหรานยิ้มออกมา หันหน้ามามองซ่งชิงเป่ยแวบหนึ่ง “เป็นเพราะข้าเคยพบเขามาก่อน และวันนั้น คนที่สารภาพรักกับข้าก็คือซ่งชิงเป่ยผู้นี้ พวกเรารักใคร่ชอบพอกันเจ้าค่ะ”
“เป็น… เป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร” ซ่างกวนจิ่งหงยังไม่อยากเชื่อ เขาพึมพำเบา ๆ “เช่นนั้นแล้ว ที่เจ้าบอกว่ามีคนในใจ เรื่องนั้นก็เป็นเรื่องจริง…”
“จะว่าไป คงต้องขอบคุณท่าน หากไม่ใช่เพราะต้องการเลี่ยงการหมั้นหมายกับท่าน ข้าคงไม่ต้องออกไปจากเรือนพักร้อนวั่งเหมย และคงไม่ได้รู้จักชิงเป่ย”
พูดจบ กู่เยียนหรานมองซ่างกวนจิ่งหงด้วยดวงตาสั่นไหว “พี่จิ่งหง ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ว่าจะเรื่องใดท่านก็คอยรับฟังข้ามาเสมอ ได้โปรดช่วยให้ข้าได้สมหวังเถิด”
กระบี่ในมือซ่างกวนจิ่งหงก็หล่นลงพื้น
ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มที่ผิดหวังและเศร้าหมองแต่กลับอบอวลไปด้วยความรัก “อย่างที่เจ้าว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าล้วนเชื่อฟังเจ้า ในเมื่อเจ้าเอ่ยปากแล้ว ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร เยียนหราน สิ่งเดียวที่ข้าขอในชีวิตนี้ เพียงขอให้เจ้ามีความสุขเท่านั้น”
กู่เยียนหรานยิ้มอย่างอ่อนโยน “ท่านวางใจเถิด มันจะต้องเป็นเช่นนั้น”
“ต่อไปพวกเราจะยังเป็นเพื่อนกันได้หรือไม่”
“แน่นอน ท่านจะเป็นพี่ชายของข้าตลอดไป”
“ได้” ซ่างกวนจิ่งหงรู้สึกเสียใจ แต่เขาก็มองซ่งชิงเป่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ไอ้น้อง ข้าขอบอกเอาไว้ตรงนี้ หากต่อไปเจ้ากล้าทำให้เยียนหรานต้องพบเจอความคับข้องใจแม้เพียงนิด ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
กล่าวจบเขาหมุนตัวจากไปอย่างไม่ลังเล
กู่เยียนหรานมองภาพด้านหลังของเขาที่จากไป นางรู้ ในที่สุดความหมกมุ่นที่ซ่างกวนจิ่งหงมีต่อนางก็ถูกปล่อยวางได้แล้ว
หากเป็นเช่นนั้น มันก็ล้วนดีต่อทั้งเขาและนาง