ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 444 คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 444 คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน
บทที่ 444 คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน
ไม่น่าแปลกใจเลย ที่พวกอู่เชียนเชียนแอบหลบอยู่ที่ด้านหลังประตูไม่ไกลนัก และกำลังแอบดูซ่งชิงเป่ยและกู่เยียนหราน
พวกเขามองดูคนทั้งสองที่คุยกันเจ้าทีข้าที แต่ไม่แยกจากกันเสียที อู่เชียนเชียนอดเผยรอยยิ้มที่เคลิบเคลิ้มออกมาไม่ได้ เหมือนกับได้เห็นคู่รักคู่อื่นได้เป็นสามีภรรยากันในที่สุด จะมีความสุขเสียยิ่งกว่าความสัมพันธ์ของตนเอง
ฉูซื่อโม่วเห็นท่าทางนางเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “เชียนเชียน เจ้าดูคนอื่นเขา เหตุใดจึงมีความสุขเช่นนั้นเล่า”
อู่เชียนเชียนถลึงตามองเขา “ไอ้หยา! เจ้าไม่เข้าใจหรอก พี่ชิงหลัน ท่านเข้าใจข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม ไม่ได้ตอบคำถามนาง
นางย่อมเข้าใจ หากใช้คำพูดในยุคปัจจุบันก็คือ ตอนนี้เชียนเชียนกำลังเป็นแฟนคลับคู่จิ้นเต็มตัวแล้ว
“นี่ จริงสิ พี่ชิงหลัน” อู่เชียนเชียนคิดบางสิ่งออก นางมองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าจริงจัง “หากคิดดูแล้ว ตอนที่ชิงเป่ยสารภาพรักกับเยียนหราน เขายังคิดว่านางเป็นผู้ชาย และอาจจะเป็นชายรักชาย ท่านรับได้หรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว “ตอนนั้นข้ารู้แล้วว่านางเป็นผู้หญิง”
“ไม่สิ ข้าหมายความว่าถ้าหากท่านไม่รู้ว่าต้าหู่เป็นผู้หญิง ท่านเองจะรับได้หรือไม่ที่ชิงเป่ยจะชอบพอกับผู้ชายคนหนึ่ง”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“ในทุก ๆ ความสัมพันธ์ล้วนสมควรได้รับความเคารพ” ซ่งชิงหลันมองนางอย่างลึกซึ้ง “เอาเถิด นี่ก็ดึกแล้ว เจ้ารีบกลับห้องไปนอนได้แล้ว”
หลังจากกล่าวจบ นางก็หมุนตัวจากไป
“พี่ชิงหลันกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกันเจ้าคะ” อู่เชียนเชียนขมวดคิ้วด้วยสีหน้างุนงง มองซ่งชิงหนานที่มีสีหน้าไร้อารมณ์อยู่อีกด้าน “ศิษย์น้อง เช่นนั้นเจ้ารับได้หรือไม่ที่ชิงเป่ยจะรักใคร่กับผู้ชาย”
“ไม่ได้!” ซ่งชิงหนานกล่าวอย่างเด็ดขาด
จากนั้นเขาก็พูดออกมาอีกประโยค “นี่ก็ดึกแล้ว ข้าเองก็กลับห้องไปพักดีกว่า”
……
กู่เยียนหรานฮัมเพลงเล็กน้อย กลับไปที่เรือนของตนเองอย่างมีความสุข เมื่อเปิดประตูก็ตะลึงไป รอยยิ้มบนใบหน้าเองก็แข็งทื่อตามไปด้วย
นางเห็นกู่ฉางซานและเฉินชิงสุ่ยนั่งรอนางอยู่ด้านใน
เฉินชิงสุ่ยเมื่อเห็นกู่เยียนหรานก็ลุกขึ้นทันที “เยียนหราน เจ้ากลับมาแล้วหรือ ท่านพ่อเจ้าเพิ่งจะบ่นถึงเจ้าอยู่เลย”
กล่าวจบ นางมองกู่ฉางซานและเอ่ย “ท่านพี่ เยียนหรานกลับมาแล้ว นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกเรากลับไปพักกันดีหรือไม่เจ้าคะ”
หากแต่กู่ฉางซานกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย เขามองกู่เยียนหรานที่เดินเข้ามา “เจ้านี่นะ เป็นสาวเป็นแส้แท้ ๆ เพียงคืนเดียวก็ทนไม่ไหวแล้วหรือ จะต้องไปพบเขาให้ได้เลยหรือไร”
เฉินชิงสุ่ยเห็นว่าน้ำเสียงของเขาดูเข้มงวด จึงรีบกล่าวปลอบโยน “ไอ้หยา ท่านพี่ คุณชายซ่งผู้นั้นชนะงานคัดเลือกบุตรเขยไปแล้วนะเจ้าคะ เขาเป็นสามีของเยียนหรานแล้ว จะพบกันช้าหรือเร็วก็เหมือนกันนี่เจ้าคะ เราอย่าไปรบกวนการพักผ่อนของเยียนหรานเลย ไปกันเถิดเจ้าค่ะ”
“เจ้านี่… ตามใจนางจนเสียคน” กู่ฉางซานยิ้มอย่างจนปัญญา
กู่เยียนหรานนั่งลงข้างกายกู่ฉางซาน นางมุ่ยปาก และกล่าวราวกับว่ากำลังออดอ้อน “ในเมื่อท่านพ่อไม่ตามใจข้า ก็ให้ท่านแม่ตามใจข้าไม่ได้หรือเจ้าคะ”
สิ้นเสียงนั้น กู่ฉางซานและเฉินชิงสุ่ยล้วนตะลึงไป
ทั้งสองคนมองหน้ากัน และเห็นความมั่นใจจากในดวงตาของอีกฝ่าย
พวกเขาไม่ได้หูฝาด กู่เยียนหรานเอ่ยปากเรียกเฉินชิงสุ่ยว่าท่านแม่จริง ๆ
เฉินชิงสุ่ยร่ำไห้อย่างตื้นตัน ทั้งยังไม่อยากเชื่อ นางกล่าวเสียงสั่น “เยียนหราน เจ้า… เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอันใดนะ”
กู่เยียนหรานตอบอีกครั้ง “ท่านเป็นภรรยาของท่านพ่อข้า ข้าเรียกท่านว่าท่านแม่ มีอันใดไม่ถูกต้องหรือเจ้าคะ”
“ท่านพี่… ข้า… ข้า…”
เฉินชิงสุ่ยตื้นตันเสียจนพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง
ส่วนแววตาล้ำลึกของกู่ฉางซานเองก็ซ่อนอารมณ์เอาไว้มากมาย เขามองกู่เยียนหราน จากนั้นกุมมือของเฉินชิงสุ่ย และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ดูเจ้าสิ เยียนหรานพูดไม่ผิดเสียหน่อย เหตุใดจึงตื้นตันเช่นนี้”
“เอาเถิด! นี่ก็ดึกแล้ว ข้าจะพักผ่อนแล้วเจ้าค่ะ พวกท่านทั้งสองคนรีบกลับเรือนตนไปเถิด”
กู่เยียนหรานเองก็เขินอายกับการตอบสนองของพวกเขา จึงได้ดันพวกเขาเดินออกไปด้านนอก
“อ้อ จริงสิ ๆ ๆ… เยียนหรานต้องพักผ่อนแล้ว ท่านพี่ พวกเรารีบกลับกันเถิดเจ้าค่ะ” เฉินชิงสุ่ยพากู่ฉางซานเดินไปอย่างให้ความร่วมมือ
กู่เยียนหรานปิดประตูเรือน และถอนหายใจโล่งอก
ที่แท้ คำบางคำเมื่อกล่าวออกไปแล้วกลับไม่ได้ยากอย่างที่คิดเอาไว้เสียเลย
หลังจากเฉินชิงสุ่ยและกู่ฉางซานกลับมาถึงเรือนของตน หัวใจที่ตื้นตันไม่อาจสงบลงได้อยู่เนิ่นนาน
“ท่านพี่ ท่านได้ยินแล้วหรือไม่ ท่านเองก็ได้ยินใช่หรือไม่ เยียนหรานนางเรียกข้าว่าท่านแม่ นางเรียกข้าว่าท่านแม่จริง ๆ…”
กู่ฉางซานมองท่าทางตื่นเต้นราวกับเด็กน้อยของนาง ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “เจ้าพูดเรื่องนี้ตลอดทางกลับมา เจ้าไม่เหนื่อยหรือ”
“ต้องไม่เหนื่อยอยู่แล้วเจ้าค่ะ เยียนหรานเรียกข้าว่าท่านแม่นะเจ้าคะ หลายปีมานี้ ท่านไม่รู้หรอกว่าข้าอยากได้ยินคำนี้มานานเพียงใด”
แววตาของกู่ฉางซานเคร่งขรึม “ภรรยาข้า หลายปีมานี้ เจ้าต้องคับข้องใจเสียแล้ว”
“ไม่คับข้องใจเจ้าค่ะ มีท่านและเยียนหรานอยู่ ข้าก็มีความสุขมากแล้ว”
อย่างไรเสีย เขายังรู้สึกผิดกับเฉินชิงสุ่ยอยู่ในใจ สาเหตุที่เขาแต่งกับนางในตอนนั้น เพียงเพราะไม่อยากให้กู่เยียนหรานไร้มารดาคอยดูแลตั้งแต่เด็ก ๆ
ตั้งแต่มารดาของกู่เยียนหรานจากไป กู่ฉางซานก็ทุกข์ทนเศร้าโศกอยู่นาน เขาจมดิ่งอยู่ในความทุกข์ตลอดเวลา ไม่มีความคิดจะไปดูแลกู่เยียนหรานที่ยังเด็กเลยแม้แต่น้อย ดังนั้น ตอนที่เขาแต่งงานกับเฉินชิงสุ่ย ก็เพียงเพื่อหามารดาสักคนให้กู่เยียนหรานเท่านั้น
เฉินชิงสุ่ยรู้เรื่องเหล่านี้มาตั้งแต่ต้น แต่นางรักกู่ฉางซาน รักถึงขั้นที่ดูแลพวกเขาสองพ่อลูกมาหลายปีโดยไม่มีเงื่อนไข
ภายในของคนเราล้วนเป็นเลือดเนื้อ การได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลามาหลายปี ความอ่อนโยนใส่ใจ มีน้ำใจและเอื้ออาทรของเฉินชิงสุ่ยก็ทำให้กู่ฉางซานหวั่นไหวได้
เพียงแต่หลายปีมานี้ กู่เยียนหรานไม่เคยยอมรับแม่เลี้ยงคนนี้เลย
นี่ทำให้เฉินชิงสุ่ยเศร้าใจมาโดยตลอด
นางเคยวาดฝันอยู่ในหัวนับครั้งไม่ถ้วน ภาพที่สักวันกู่เยียนหรานจะเรียกตนว่าแม่ แต่นางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันนี้ความฝันจะเป็นจริง
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
กู่ฉางซานเองมีความสุขมาก “คิดไม่ถึงว่าเยียนหรานออกจากเกาะไปครั้งนี้ จะโตขึ้นอย่างทันควัน”
เฉินชิงสุ่ยช่วยเขาถอดเสื้อผ้าไปพลาง พูดไปพลาง “ที่สำคัญที่สุด นางได้พบกับคนดี ๆ ดูท่า พวกเราควรจะขอบคุณคุณชายซ่งให้ดีแล้วเจ้าค่ะ”
กู่ฉางซานกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์นัก “ขอบคุณเขาเหตุใดกัน”
ดูเหมือนประโยค บุตรสาวนั้นเป็นคนรักของบิดาในชาติก่อนนี้จะเป็นจริง เมื่อเห็นบุตรสาวต้องแต่งงานกับชายอื่น จิตใจคนเป็นพ่อล้วนมองบุตรเขยว่าขวางหูขวางตา
“ท่านพี่ ท่านก็อย่าแสร้งทำเป็นไม่รู้ทั้งที่รู้ดีเลยเจ้าค่ะ” เฉินชิงสุ่ยยิ้ม “ท่านอย่าบอกนะว่าท่านดูไม่ออกที่เยียนหรานเปลี่ยนไปได้เช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะคุณชายซ่งผู้นั้น เยียนหรานได้แต่งงานกับผู้ชายเช่นนี้ พวกเราคงวางใจได้แล้ว”
กู่ฉางซานนึกย้อนไปถึงภาพที่พูดคุยกับซ่งชิงเป่ยในวันนี้ อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเช่นกัน “อืม เด็กคนนี้ไม่เลวจริง ๆ”
พวกเขาเป็นจอมยุทธ์ จึงให้ความสำคัญกับความภักดีที่สุด
กู่ฉางซานเองก็รู้สึกได้ ถึงแม้ซ่งชิงเป่ยจะไม่มีวรยุทธ์สูงส่ง แต่ก็มีชื่อเสียงที่ดีในยุทธภพ การที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยได้ผูกสัมพันธ์กับคนเช่นนี้ เขาเองก็วางใจได้แล้ว