ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 445 รับใช้ท่านบุตรเขยให้ดี
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 445 รับใช้ท่านบุตรเขยให้ดี
บทที่ 445 รับใช้ท่านบุตรเขยให้ดี
วันต่อมา
ซ่งชิงเป่ยตื่นนอนแต่เช้าตรู่
ทว่าที่เขาลืมตา กลับเห็นจื่อเยียนยืนอยู่ตรงหัวเตียงด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
ซ่งชิงเป่ยตกใจมาก จึงรีบลุกขึ้นนั่ง “แม่นาง… แม่นางจื่อเยียน เหตุใดเจ้า… เหตุใดเจ้ามาอยู่ที่นี่”
จื่อเยียนหันหน้ามามองซ่งชิงเป่ยแล้วยิ้ม “ท่านบุตรเขย ในที่สุดท่านก็ตื่นแล้ว”
หลังจากกล่าวจบ นางตะโกนออกไปนอกประตู “นำของเข้ามาได้”
จากนั้นประตูห้องก็เปิดออก มีสาวใช้กลุ่มหนึ่งยกสิ่งของเดินเข้ามา
ซ่งชิงเป่ยที่ตอนนี้ตื่นเต็มตา รีบกล่าวถาม “แม่นางจื่อเยียน ของเหล่านี้คืออันใด นี่เจ้าจะทำอันใดหรือ”
จื่อเยียนตอบกลับในทันที “ท่านบุตรเขย วันนี้คือวันมงคล เป็นวันฉลองงานหมั้นหมายของท่านและคุณหนูเจ้าค่ะ ของเหล่านี้คือชุดแต่งงานของท่าน ท่านรีบลุกมาใส่เถิดเจ้าค่ะ”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
กล่าวจบ นางส่งสายตาให้สาวใช้เหล่านั้น พวกนางเดินหน้ามา เริ่มสวมใส่เสื้อผ้าให้ซ่งชิงเป่ยอย่างเคยชินและเป็นระเบียบ
จื่อเยียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ กล่าวกับซ่งชิงเป่ยที่ปล่อยให้คนจัดการตนเอง “จริงสิ ท่านบุตรเขย ข้าเป็นเพียงผู้ดูแลของเรือนพักร้อน ต่อไปท่านเรียกข้าว่าจื่อเยียนเป็นใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ”
“เอ๋ อ้อ… ได้ ๆ… ได้สิ”
ซ่งชิงเป่ยตอบกลับอย่างลวก ๆ
จื่อเยียนมองสาวใช้เหล่านั้น แล้วออกคำสั่ง “พวกเจ้ารับใช้ท่านบุตรเขยให้ดีล่ะ”
จากนั้นนางหันมองซ่งชิงเป่ย “ท่านบุตรเขย เช่นนั้นข้าไปจัดเตรียมทางโถงหน้าก่อนนะเจ้าคะ”
ซ่งชิงเป่ยโบกมือ “เจ้าไปเถิด ๆ”
หลังจากจื่อเยียนจากไป ซ่งชิงเป่ยมองชุดแต่งงานหรูหราบนร่างของตน อดไม่ได้ที่จะกล่าวกับเหล่าสาวใช้ข้างกาย “ไม่ต้องทำให้มันซับซ้อนเพียงนั้นก็ได้ แค่แบบเรียบง่ายก็พอ”
เขาใจร้อน อยากจะไปพบกู่เยียนหรานเร็ว ๆ
“ไม่ได้นะเจ้าคะ นายหญิงเรือนพักร้อนท่านสั่งมา ท่านบุตรเขยอย่าทำให้พวกข้าลำบากใจเลยเจ้าค่ะ”
“ได้ ๆ ๆ เช่นนั้นตามใจพวกเจ้าเถิด” ซ่งชิงเป่ยคิดว่าพวกนางเองก็ไม่ได้รับมือง่ายนัก จึงไม่ได้พูดอันใดต่อ ปล่อยให้พวกนางจัดแจงไป
สุดท้ายทุกสิ่งก็เตรียมพร้อม ซ่งชิงเป่ยผลักประตูเดินออกไป
ทว่าทันทีที่เปิดประตู เขาเห็นพวกซ่งชิงหลันมายืนอยู่ด้านนอกแล้ว พวกเขาทุกคนล้วนแต่งกายงดงามเพื่อเตรียมร่วมงาน
สามารถเตรียมชุดที่พอดีให้กับพวกเขาได้ภายในคืนเดียว เรือนพักร้อนวั่งเหมยนั้นไม่อาจดูถูกได้จริง ๆ
บนหัวของซ่งซิงเยว่มีจุกผมสองอันอยู่ น่ารักน่าชังราวกับหยกสีชมพูดูเป็นธรรมชาติ นางวิ่งมาตรงหน้าซ่งชิงเป่ยพร้อมรอยยิ้ม กะพริบตากลมโตปริบ ๆ แล้วเอ่ย “โอ้โห… ท่านน้าสี่ ท่านใส่ชุดสีแดงสดใส สวยมากเลยเจ้าค่ะ”
ซ่งซิงเยว่พูดจากใจจริง เพราะปกติแล้วซ่งชิงเป่ยล้วนสวมใส่เสื้อผ้าสีเรียบ ๆ พอตอนนี้สวมใส่ชุดสีแดง ชายหนุ่มนั้นยิ่งดูเหมือนจอมยุทธ์ที่ละเว้นจากทางโลกมากกว่าเดิม ดูหล่อเหลาและสดใส เป็นตัวเด่นของวันนี้อย่างแท้จริง
ซ่งชิงเป่ยยิ้ม ลูบจุกเล็กบนหัวของซ่งซิงเยว่ “วันนี้เยว่เยว่ก็น่ารักมากเลย”
“ฮิ ๆ ๆ เพราะอาศัยโชคของท่านน้าสี่ทั้งนั้นเจ้าค่ะ”
ในตอนนี้ ซ่งซิงเฉินที่อยู่ข้าง ๆ เดินหน้ามา “เยว่เยว่ เจ้าอย่ารบกวนท่านน้าสี่สิ เดี๋ยวท่านน้าสะใภ้สี่รอนาน พลาดฤกษ์ดีไปจะยุ่ง”
“ฮ่า ๆ ๆ…” อู่เชียนเชียนหัวเราะออกมา บีบแก้มอ้วนของซ่งซิงเฉินแล้วเอ่ย “เจ้าเด็กคนนี้ รู้จักฤกษ์แต่งงานเสียด้วย!”
ซ่งซิงเฉินขมวดคิ้ว พร้อมกล่าวตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่เคยกินเนื้อหมู แต่ก็เคยเห็นหมูวิ่ง[1]*ไม่ใช่หรือขอรับ”
อู่เชียนเชียนยื่นนิ้วออกไปจิ้มคิ้วเล็กของเด็กชาย “เจ้าเด็กแก่แดด ชอบพูดอันใดมีเหตุผลนักนะ”
“แค่ก ๆ…” อยู่ ๆ จื่อเยียนก็กระแอมออกมาสองครั้ง ดึงดูดความสนใจของทุกคน จากนั้นนางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ทุกท่านเจ้าคะ หากมีสิ่งใดจะกล่าว พวกเราก็ไปคุยกันที่โถงหน้าเถิดเจ้าค่ะ หากพ้นฤกษ์ดีของคุณหนูและท่านบุตรเขยไปจะไม่ดี”
อู่เชียนเชียนยิ้มแล้วมองซ่งซิงเฉิน “เป็นอย่างที่เด็กน้อยอย่างเจ้าพูดเลย ไปกันเถิด”
ทุกคนทั้งผู้ใหญ่และเด็กเดินไปที่โถงหน้าของเรือนพักร้อนวั่งเหมยด้วยกัน
เพียงชั่วข้ามคืน ทั่วทั้งเรือนพักร้อนวั่งเหมยได้เปลี่ยนแปลงไป มีโคมแดงแขวนอยู่ทั่วหลังคา ส่วนที่พื้นตกแต่งด้วยพรมแดง เป็นภาพบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุขยิ่งนัก
ยามเที่ยงใกล้เข้ามา พระอาทิตย์ส่องแสงอยู่บนหัว สะท้อนแสงอบอุ่นระยิบระยับ
ซ่งชิงเป่ยและกู่เยียนหรานยืนอยู่ทั้งสองด้านของบันได ทั้งสองคนค่อย ๆ เดินมาตรงกลาง
พรมแดงที่คนรับใช้ปูเอาไว้ ประกายแสงอบอุ่นนั้นแผ่มาถึงตรงเท้าของคู่บ่าวสาว
ซ่งชิงเป่ยยื่นมือไปหากู่เยียนหราน ส่วนกู่เยียนหรานนำมือเล็กขาววางไว้ตรงกลางฝ่ามือของซ่งชิงเป่ย มืออีกข้างใช้พัดทรงกลมปิดหน้าเอาไว้ ทั้งสองคนเดินขึ้นบันไดไปด้วยกัน
ผมยาวดำสลวยของกู่เยียนหรานถูกรวบขึ้น บนหัวใส่มงกุฎหงส์สีทอง นางเดินขึ้นบันไดไปทีละขั้น กระโปรงยาวแผ่ไปด้านหลัง ราวกับกลีบดอกบัวที่กำลังเบ่งบาน ช่างงดงามยิ่งนัก
สุดท้าย ทั้งสองคนก็จับมือกันเดินเข้าห้องโถงไป
ภาพของคู่หนุ่มสาวรูปงามที่เหมาะสมสมบูรณ์แบบ ทำให้คนมองแล้วเจริญหูเจริญตาจริง ๆ
ในโถงหลักตอนนี้นั้นมีเหล่ายอดฝีมือมารวมตัวกัน แต่ละคนมาที่นี่ก็เพื่อเป็นสักขีพยานในการแต่งงานของคู่บ่าวสาว
“เจ้าบ่าวและเจ้าสาวล้วนงดงาม! ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสม สวรรค์สรรสร้างนัก!”
“คุณหนูเยียนหรานผู้นี้ได้ความงามมาจากนายท่านกู่ เป็นยอดหญิงงามจริง ๆ!”
“เพียงแต่คุณชายซ่งผู้นี้ ข้าไม่เคยได้ยินชื่อในยุทธภพมาก่อนเลย เขาเป็นผู้ใดมาจากไหนกันแน่”
“เจ้าอย่าสนใจเลยว่าเขาเป็นผู้ใดมาจากไหน แต่จากนี้ต่อไป เขาแต่งงานกับคุณหนูแห่งเรือนพักร้อนวั่งเหมย ในอนาคตก็จะเป็นนายท่านแห่งเรือนพักร้อนวั่งเหมย! ต่อไปหากได้พบกันในยุทธภพ พวกเราล้วนต้องคารวะเขา”
“ว่ากันว่าเมื่อบินขึ้นยอดกิ่งไม้ก็กลายเป็นหงส์ฟ้า[2] ดูท่า คุณชายซ่งท่านนี้จะบินขึ้นยอดกิ่งไม้แล้วจริง ๆ”
“นี่! พวกเจ้าจะกล่าวเช่นนี้ไม่ได้หรอก คุณชายซ่งผู้นี้ก็พอมีภูมิหลังอยู่บ้าง!”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“หืม ภูมิหลังอันใดหรือ”
“พวกเจ้าเห็นหญิงที่นั่งอยู่บนที่นั่งเกียรติยศ ข้าง ๆ นายท่านกู่หรือไม่”
“ก็เห็นน่ะสิ! คนผู้นั้นคือพี่สาวของคุณชายซ่งไม่ใช่หรือ หน้าตาสะสวยจริง ๆ! ราวกับนางฟ้านางสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น!”
“พวกเจ้ารู้เพียงผิวเผิน วันนั้นพวกเจ้าไม่ได้ไปจับชีพจรของนายท่านกู่จึงไม่รู้ แม่นางซ่งผู้นี้คือยอดหญิงชื่อดังแห่งเมืองหลวง มีกิจการในมือมากมาย นั่นน่ะมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองหลวงเชียว ได้ยินว่าเงินในท้องพระคลังหลวงยังไม่เท่าที่นางมีเลย!”
“นางคือแม่นางซ่งผู้นั้นเองหรือ ได้ยินว่านางมีน้องชายเป็นแม่ทัพใหญ่ด้วยนี่! คงไม่ใช่ชายหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ ใช่หรือไม่!”
“ถูกต้อง! อีกอย่าง ชายหนุ่มใบหน้าเย็นชาที่อยู่ข้างกายแม่นางซ่งผู้นั้นก็ยิ่งเป็นคนใหญ่คนโต!”
“อันใดนะ เขาเป็นผู้ใดกันแน่ เจ้ารีบพูดมาเถิด!”
“ข้าเองก็เพิ่งสืบข่าวมาได้เมื่อวานเอง คนผู้นั้นก็คือหานอ๋องแห่งเมืองหลวง!”
“ว่าอย่างไรนะ เป็นหานอ๋องเองหรอกหรือ ได้ยินว่าท่านหานอ๋องมีวรยุทธ์ไม่เป็นสองรองผู้ใด ออกศึกชนะมานับครั้งไม่ถ้วน อีกอย่าง ได้ยินว่าคนที่จะได้สืบทอดบัลลังก์ก็คือเขา เขาเป็นว่าที่องค์จักรพรรดิแห่งเมืองหลวงเชียวนะ!”
“เช่นนั้นแล้ว คุณชายซ่งในตอนนี้ก็คือน้องภรรยาของว่าที่องค์รัชทายาท พวกเจ้ายังจะกล้าพูดว่าเขาไม่มีภูมิหลังอีกหรือ”
ทุกคนยิ้มและส่ายหน้าโดยพลัน
[1] ไม่เคยกินเนื้อหมู แต่ก็เคยเห็นหมูวิ่ง หมายถึง ไม่เคยประสบสิ่งนั้นด้วยตนเอง แต่ก็ต้องเคยได้ยินหรือได้เห็นมาก่อน
[2] เมื่อบินขึ้นยอดกิ่งไม้ก็กลายเป็นหงส์ฟ้า หมายถึง คนที่เดิมทีพื้นเพไม่ได้ดีมาก แต่ได้อาศัยฐานะของอีกฝ่ายจึงเป็นคนที่สูงส่งขึ้น