ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 447 คนน่าสงสารที่รักเขาแต่ไม่อาจครอบครอง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 447 คนน่าสงสารที่รักเขาแต่ไม่อาจครอบครอง
บทที่ 447 คนน่าสงสารที่รักเขาแต่ไม่อาจครอบครอง
“คนน่าสงสารที่รักเขาแต่ไม่อาจครอบครอง…”
อันชิงชิงพึมพำเสียงเบา อยู่ ๆ หยดน้ำตาใสก็ร่วงหล่นลงมา
“เจ้าร้องไห้หรือ” ซ่างกวนจิ่งหงชะงักไป
เขาหันหน้าไปมองหญิงสาวข้างกาย แต่เมื่อมองอย่างละเอียดแล้ว นางหน้าตาน่ารักอย่างมาก ดวงตาสองข้างเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ดูน่ารักน่าทะนุถนอมอย่างมาก
“ข้าไม่ได้ร้องไห้เสียหน่อย!” อันชิงชิงตอบกลับอย่างดื้อรั้น จากนั้นยกมือมาเช็ดน้ำตา พร้อมทั้งกล่าวอธิบาย “ก็แค่มีทรายเข้าตาเท่านั้น”
ทรายเข้าตาหรือ ล้อเล่นหรืออย่างไร บนโถงแห่งนี้มีทรายที่ไหนเล่า
แต่ซ่างกวนจิ่งหงไม่ได้คิดจะไปเปิดโปงนาง กลับหยิบเอาจอกสุราขึ้นมาแล้วกล่าวกับอันชิงชิง “มาเถิด ในเมื่อพวกเราล้วนเป็นผู้ร่วมชะตากรรม ก็ดื่มด้วยกันสักจอก”
“ได้! มา! ชน!” อันชิงชิงหยิบจอกสุรามาชน
จากนั้น คนน่าสงสารทั้งสองคนก็ดื่มปลอบใจกันเอง
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ซ่งชิงหลันมองทั้งสองคนที่เจ็บปวดหัวใจ อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา และกล่าวเบา ๆ “ถามไถ่ทั่วหล้าว่ารักเป็นฉันใด ใช้สุราเพื่อคลายความเศร้า แต่เมื่อดื่มแล้วกลับทำให้เศร้าเสียยิ่งกว่าเดิม”
“เหตุใดพระชายาจึงมีความตระหนักรู้เช่นนี้ได้เล่า” อยู่ ๆ ไป๋เย่หานก็ปรากฏตัวที่ข้างกาย กล่าวด้วยสีหน้าหยอกล้อ
“เพียงแค่เห็นพวกเขา ก็รู้สึกขึ้นมาเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วกล่าวต่อ “คิดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กชิงเป่ยนี่จะทำให้สาว ๆ ชอบได้เพียงนี้ ทั้งที่เขาเป็นคนขี้เล่น ชอบล่องลอยไปทั่ว เมื่อก่อนข้ายังกังวลว่าเขาจะหาภรรยาไม่ได้ ตอนนี้กลับแต่งงานเสียแล้ว”
ยิ่งซ่งชิงหลันมองน้องชายคนเล็กเท่าไร ก็คิดว่าเขาเหมือนลูกชายคนหนึ่ง
งานฉลองการหมั้นครั้งนี้ คนที่ดื่มมากที่สุดเห็นทีจะเป็นกู่ฉางซาน นายท่านแห่งเรือนพักร้อนวั่งเหมย
แม้เฉินชิงสุ่ยจะห้ามอย่างไรก็ห้ามไม่อยู่ ทั้งยังบอกว่าตนมีความสุขที่บุตรสาวแต่งงาน ไม่เมาไม่กลับ
และสุดท้ายก็เป็นกู่เยียนหรานที่ทนดูต่อไปไม่ไหว ให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องสองคนพยุงท่านพ่อกลับไปที่เรือน
กู่เยียนหรานพึมพำเบา ๆ “วันนี้พ่อข้าเป็นอันใดไป ปกติเขาไม่มีทางเสียอาการถึงเพียงนี้นี่”
“ว่ากันว่าบุตรสาวเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อ ตอนนี้เขาไม่มีแก้วตาดวงใจอย่างเจ้าแล้ว คงยังปรับตัวไม่ได้กระมัง” ซ่งชิงหลันเดินเข้ามาแล้วกล่าวออกไปเช่นนั้น
กู่เยียนหรานอดไม่ได้ที่จะตาแดงรื้นเล็กน้อย กล่าวพึมพำเบา ๆ “ข้าเพียงแค่แต่งงาน อีกอย่าง ข้ายังเป็นบุตรสาวของเขาตลอดไปนะเจ้าคะ”
“แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่ความรู้สึกก็ไม่เหมือนกันนะ” ซ่งชิงหลันถอนหายใจเบา ๆ “ถ้าต่อไปเยว่เยว่แต่งงาน… ช่างเถิด ข้าไม่กล้าคิดแล้ว ความรู้สึกเช่นนี้ รอพวกเจ้าเป็นพ่อแม่คนก็จะรู้เอง”
……
หลังจากงานคัดเลือกบุตรเขยจบลง คนที่มาเยือนเรือนพักร้อนวั่งเหมยก็เริ่มทยอยไปจากเกาะดอกเหมยแห่งนี้
ซ่งชิงเป่ยในฐานะบุตรเขยของเรือนพักร้อนวั่งเหมย ย่อมต้องส่งแขกด้วยกันกับกู่ฉางซาน
ยามที่พวกเขาส่งแขกกลุ่มสุดท้ายจากไปแล้ว อยู่ ๆ กู่ฉางซานก็หันหน้ามามองซ่งชิงเป่ยแล้วเอ่ยถาม “ต่อไปพวกเจ้ามีแผนอย่างไรหรือ”
ซ่งชิงเป่ยไม่แม้แต่จะคิด ตอบออกไปโดยตรง “เยียนหรานอยู่ที่ใดข้าจะอยู่ที่นั่น ข้าจะรับฟังเยียนหรานทุกอย่างขอรับ”
“ดี” กู่ฉางซานพยักหน้า “เช่นนั้นเจ้าไปที่ที่หนึ่งกับข้าเสียหน่อย”
กล่าวจบ กู่ฉางซานใช้วิชาตัวเบาเปลี่ยนเป็นเงาดำเหาะไปเขาด้านหลังเรือนพักร้อนวั่งเหมย
ซ่งชิงเป่ยงุนงงไปทันใด ในใจร้องทุกข์ไม่รู้จบ วรยุทธ์อันน้อยนิดของเขาจะตามยอดฝีมือแห่งการต่อสู้เช่นนี้ทันได้อย่างไร
แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงกัดฟันตามไป
เมื่อกู่เยียนหรานตื่นขึ้นมา และไม่เห็นซ่งชิงเป่ย นางรู้ได้ทันทีว่าเขาจะต้องไปส่งแขกกับท่านพ่อเป็นแน่ เมื่อคิดดูแล้ว วันนี้น่าจะเป็นวันที่แขกกลุ่มสุดท้ายออกจากเกาะ
นางหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูเวลา ตอนนี้เรือน่าจะออกไปหมดแล้ว เหตุใดซ่งชิงเป่ยจึงยังไม่กลับมาอีก
นางจึงหันหน้าไปมองจื่อเยียนที่อยู่ข้าง ๆ “จื่อเยียน ชิงเป่ยไปไหน”
“ท่านบุตรเขยไปที่เขาด้านหลังกับนายท่านเจ้าค่ะ”
“ไปที่เขาด้านหลังอย่างนั้นหรือ” กู่เยียนหรานตื่นตกใจ พวกเขาไปทำอันใดที่นั่นกัน
อยู่ ๆ ก็มีความคิดปรากฏในหัวของนาง หรือว่า…
เมื่อคิดถึงตรงนี้ กู่เยียนหรานลุกขึ้นทันที แล้วตามไปที่เขาด้านหลัง
กู่เยียนหรานเดาไม่ผิดจริง ๆ กู่ฉางซานพาซ่งชิงเป่ยมาที่เขาด้านหลังเพื่อไปที่หลุมฝังศพของท่านแม่
ซ่งชิงเป่ยวางธูปลงบนหลุมศพ จากนั้นถอยมาอยู่ข้าง ๆ มองดูกู่ฉางซานวางดอกเหมยสดพวงหนึ่งบนเนินดิน
“แม่ของเยียนหรานชอบดอกเหมยที่สุด ข้าจึงปลูกดอกเหมยทั่วทั้งเกาะแห่งนี้”
ซ่งชิงเป่ยกล่าวเบา ๆ “ความรักของท่านพ่อตา ท่านแม่ยายจะต้องมีความสุขเป็นแน่ขอรับ”
“น่าเสียดาย นางจากไปเร็วเกินไป เหลือไว้เพียงข้าและเยียนหรานที่ต้องพึ่งพากัน หลายปีมานี้ ข้ารู้ดีว่าตนนั้นให้ความรักเยียนหรานไม่พอ ในใจข้ารู้สึกผิดต่อนางมาโดยตลอด ดังนั้นความต้องการครึ่งชีวิตหลังจากนี้ คือช่วยให้นางหาสามีดี ๆ คนหนึ่งที่สามารถพึ่งพาไปได้ตลอดชีวิต” กล่าวจบ เขามองซ่งชิงเป่ยอย่างลึกซึ้ง
ซ่งชิงเป่ยเข้าใจในทันที “ท่านพ่อตา ท่านแม่ยาย ขอให้พวกท่านทั้งสองโปรดวางใจขอรับ ข้าจะมอบความรักให้เยียนหรานอย่างดี จะไม่ให้นางต้องคับข้องใจแม้แต่น้อย”
ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดกู่ฉางซานจึงได้พาตนมาที่นี่
กู่ฉางซานพยักหน้า มองดูหลุมศพที่โดดเดี่ยวนี้ อดไม่ได้ที่จะกล่าวทอดถอนใจ “ตั้งแต่ที่ท่านแม่ของเยียนหรานจากไป ข้าก็ไม่เคยออกจากเกาะดอกเหมยแห่งนี้แม้แต่ก้าวเดียว ก่อนหน้านี้ ข้าเองก็คิดจะให้เยียนหรานอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตเช่นกัน แต่ข้าดูออก ว่าที่นางออกจากเกาะไปครั้งนี้ ได้เห็นโลกภายนอก นางก็เปลี่ยนไป ดูท่าทางคงเป็นข้าที่เห็นแก่ตัวและใจแคบไปเอง”
กล่าวจบ เขามองซ่งชิงเป่ย “ตอนข้าอายุยังน้อย ข้าเองก็ชอบพเนจรไปทั่ว พวกเจ้ายังอายุน้อยนัก ควรออกไปดูโลกกว้าง และหากพวกเจ้าอยากจะออกไปจากเกาะดอกเหมย ข้าก็จะไม่ห้ามพวกเจ้า”
ซ่งชิงเป่ยอ้าปากอย่างตื่นตกใจ “เช่นนั้นท่าน…”
ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินมาว่างานคัดเลือกบุตรเขยในครั้งนี้เป็นการรับลูกเขยเข้าบ้าน หมายความว่าพวกเขาจะต้องอยู่ที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยตลอดชีวิต
กู่ฉางซานหรี่ตามองซ่งชิงเป่ยแล้วเอ่ย “แต่ข้ามีคำขอต่อเจ้าแค่อย่างเดียว นั่นคือปฏิบัติกับเยียนหรานเป็นอย่างดี! ไม่อย่างนั้นแล้ว ข้าจะให้เจ้าชดใช้”
ซ่งชิงเป่ยยิ้ม “ท่านพ่อโปรดวางใจ ข้ารักตัวกลัวตายมากอยู่แล้วขอรับ”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“เจ้าเด็กบ้านี่…”
กล่าวจบ ทั้งสองคนหัวเราะออกมา ท่าทางสนิทสนมเช่นนี้ เหมือนกับพ่อลูกไม่มีผิด
กู่เยียนหรานที่หลบอยู่ด้านหลังต้นเหมยไม่ไกลนัก ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองก็รู้สึกได้ถึงความรักของพ่อที่ทำให้นางอบอุ่นหัวใจ
ทันใดนั้น ความเสียใจก็ก่อตัวขึ้นในใจ หลายปีมานี้ เขาไม่ได้ไม่รักนาง แต่เป็นนางที่เมินเฉย ถึงขนาดที่บางครั้งปิดประตูไม่ออกมาพบเขา เว้นระยะห่างระหว่างพ่อลูกอยู่บ่อยครั้ง
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงออกมาจากเบ้าตาลงมาบนใบหน้า กู่เยียนหรานยกมือขึ้นเช็ดโดยไม่รู้ตัว ในตอนนั้นเอง มีผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมยสีขาวผืนหนึ่งยื่นมาที่ตรงหน้า ทั้งยังมีเสียงอันอ่อนโยนดังขึ้น “เจ้าใช้สิ่งนี้เถิด”