ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 448 เข้ากันได้ดี
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 448 เข้ากันได้ดี
บทที่ 448 เข้ากันได้ดี
กู่เยียนหรานเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเฉินชิงสุ่ยที่ทั้งอ่อนโยนและจิตใจงามยืนอยู่ตรงหน้า
นางผงะไป จากนั้นรับผ้าเช็ดหน้าปักมาเช็ดน้ำตา “ขอบคุณ…”
เพื่อไม่ให้กู่เยียนหรานรู้สึกอึดอัดใจ เฉินชิงสุ่ยรีบละสายตาและมองไปยังกู่ฉางซานและซ่งชิงเป่ยที่อยู่ไกล ๆ พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พวกเขาสองคนเข้ากันได้ดีมาก”
“นั่นสิเจ้าคะ…” กู่เยียนหรานหัวเราะ “ท่านพ่อดูท่าทางดุดันเช่นนั้น ผู้ใดเห็นล้วนหวาดกลัว มีแต่ชิงเป่ยที่ได้พบคนมามากมาย จึงรับเขาไหว”
เฉินชิงสุ่ยโพล่งออกมาเช่นกัน “นั่นน่ะสิ ท่าทางเช่นนั้นของพ่อเจ้า ยามที่ไม่ยิ้มก็เหมือนว่าจะกินคน ดูแล้วเคร่งขรึมมากทีเดียว”
กู่เยียนหรานก้มหน้าลงทันที
ตอนเด็ก ๆ โดยเฉพาะหลังจากตอนที่แม่ของนางตายจากไป พ่อของนางยิ่งเคร่งขรึมกว่าเดิมเสียอีก
ในความทรงจำของนาง เขายิ้มน้อยมาก
เฉินชิงสุ่ยสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของนาง จึงกล่าวเสียงอ่อน “ความจริง ท่านพ่อเจ้าเป็นคนเก็บอารมณ์คนหนึ่ง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่รู้ว่าควรจะแสดงความรักที่มีต่อเจ้าอย่างไรดี ถึงแม้เขาจะเคร่งครัดกับเจ้ามากตอนเจ้ายังเด็ก แต่ในใจเขารักเจ้ามากนะ”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
กู่เยียนหรานยิ้มแล้วพยักหน้า “คำพูดเหล่านี้ ถ้าหากท่านบอกข้าก่อนหน้านี้ ข้าคงไม่เชื่อเป็นแน่ แต่ตอนนี้ข้าเชื่อแล้วเจ้าค่ะ”
นางหันมองซ่งชิงเป่ยโดยไม่รู้ตัว
เป็นเพราะคนคนนั้นที่ทำให้นางได้รู้ว่าต้องถนอมทุกความสัมพันธ์เอาไว้ให้ดี
เฉินชิงสุ่ยกวาดสายตา ทันใดนั้นก็เข้าใจความคิดของกู่เยียนหราน
นางยกมุมปากยิ้มพร้อมกล่าวอย่างหยอกล้อ “ดูท่า เจ้าจะชอบชิงเป่ยมากนะ”
กู่เยียนหรานหน้าแดงและเขินอายขึ้นมา “อืม ข้ารู้สึกว่าอยู่กับเขาแล้วสบายใจและมีความสุขมาก อยากจะอยู่กับเขาไปตลอดเจ้าค่ะ”
“เจ้านี่นะ… นี่หวั่นไหวมากขนาดนี้เลยหรือ” เฉินชิงสุ่ยหัวเราะ “คนเราเมื่อหวั่นไหวแล้ว มุมมองก็เปลี่ยนไป อาจจะเพราะด้วยเหตุผลนี้ เจ้าจึงได้มองเห็นความรักที่ท่านพ่อเจ้ามีต่อเจ้า”
“เช่นนั้นท่านอยู่กับท่านพ่อข้ามีความสุขหรือไม่เจ้าคะ”
ตอนนี้ ถึงคราวของเฉินชิงสุ่ยหน้าแดงเสียแล้ว “ขอเพียงข้าได้อยู่กับเขาก็พอแล้ว”
ถึงแม้ว่าตอนเริ่มต้นนางจะรู้อยู่แล้วว่าในใจเขาไม่อาจลืมภรรยาที่ตายจากไปได้ ถึงแม้นางจะรู้มาตั้งแต่แรกว่าที่เขาแต่งงานกับนางก็เพียงเพื่อให้นางได้ดูแลลูกของพวกเขา แต่แล้วอย่างไรเล่า ขอเพียงได้อยู่ข้างกายเขาก็พอแล้วไม่ใช่หรือ
“ขอโทษเจ้าค่ะ…” อยู่ ๆ กู่เยียนหรานก็เอ่ยปาก
เฉินชิงสุ่ยตะลึงงันไป มองนางด้วยสีหน้าตกใจ
หากแต่กู่เยียนหรานยิ้มออกมาอย่างราบเรียบ “ความจริง ข้ารู้ดีว่าหลายปีมานี้ท่านดีกับข้ามาก ข้าล้วนมองเห็น ถ้าหากไม่มีท่านดูแล ไม่รู้ข้าจะกลายเป็นเช่นไร ก่อนหน้านี้ที่ข้าไม่ดีกับท่าน เพราะคิดว่าถ้าหากข้าดีกับท่านจะเป็นการทำผิดต่อท่านแม่เจ้าค่ะ”
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกนางคุยประเด็นนี้กันอย่างเปิดอก
เฉินชิงสุ่ยขอบตาแดง “ข้ารู้… รู้ทั้งหมด…”
“แต่ว่า ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว คนที่ยังอยู่ก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป ข้าควรจะทำให้ท่านพ่อมีความสุข ทำให้พวกเราครอบครัวมีความสุขจึงจะถูก”
นางเป็นฝ่ายจับมือของเฉินชิงสุ่ยก่อนเป็นครั้งแรก และกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านแม่ ข้าขอบคุณท่านมากกับสิ่งที่ท่านทำเพื่อข้าหลายปีมานี้ ท่านทำเพื่อข้ามาพอแล้วเจ้าค่ะ ท่านเองควรคิดเผื่อตนเองบ้าง ท่านอายุยังน้อย ควรมีบุตรของตนเองได้แล้วเจ้าค่ะ”
เฉินชิงสุ่ยแต่งงานกับกู่ฉางซานมาหลายปีเพียงนี้ หากแต่ยังไม่มีบุตรเลย กู่เยียนหรานรู้ดีว่าเรื่องนี้นางนั้นจงใจ นางไม่อยากมีลูกอีกคนหนึ่งเพื่อมาแย่งเรือนพักร้อนวั่งเหมยกับกู่เยียนหราน
เฉินชิงสุ่ยผงะไป จากนั้นยกยิ้มแล้วส่ายหน้า “ตอนนี้ข้ากับพ่อเจ้าเป็นเช่นนี้ก็ดีมากแล้ว ทุกวันชมดอกไม้ เล่นฉิน ฝึกกระบี่ ทำอาหาร ใช้ชีวิตไปเช่นนี้ ที่สำคัญที่สุด เรือนพักร้อนวั่งเหมยเป็นของเจ้า ถึงแม้ข้าจะไม่ต้องการเรือนพักร้อนวั่งเหมย แต่ข้าไม่อาจรับประกันได้ว่าลูกของข้าจะไม่ต้องการ ดังนั้น ไม่ให้ความเป็นไปได้นี้เกิดขึ้นจะดีที่สุด”
กู่เยียนหรานขมวดคิ้ว “แต่ว่า… ท่านจะไม่เสียดายหรือเจ้าคะ”
“มีสิ่งใดให้เสียดายเล่า เจ้าเรียกข้าว่าแม่แล้วไม่ใช่หรือไร เช่นนั้นเจ้าก็เป็นลูกของข้า” เฉินชิงสุ่ยกุมมือนางกลับ “หากเจ้าเป็นห่วงว่าคนแก่สองคนอย่างข้าจะเบื่อ เช่นนั้นเจ้าก็รีบมีลูกกับชิงเป่ยเสีย พวกข้าจะเลี้ยงให้เอง เช่นนี้ข้ากับพ่อของเจ้าจะได้คลายเบื่อไปได้อย่างไรเล่า”
ฟังถึงตรงนี้ ใบหน้าของกู่เยียนหรานขึ้นสีแดงก่ำทันที “คุยกันอยู่ดี ๆ เหตุใดจึงมาพูดเรื่องของข้าได้เล่าเจ้าคะ”
ทว่ากู่ฉางซานและซ่งชิงเป่ยเดินเข้ามาเสียก่อน
กู่ฉางซานเห็นพวกนางสองคนจับมือกันอย่างสนิทสนม ก็อดไม่ได้ที่จะมีความสุขขึ้นมา เพราะเขาหวังจะเห็นภาพนี้มานานมากแล้ว
เขายิ้ม “พวกเจ้าสองคนคุยอันใดกันหรือ เหตุใดถึงดูมีความสุขเพียงนั้น”
กู่เยียนหรานและเฉินชิงสุ่ยสบตากันแล้วหัวเราะออกมา กล่าวอย่างพร้อมเพรียง “เป็นความลับระหว่างเราสองคน บอกท่านไม่ได้เจ้าค่ะ”
กู่ฉางซานเลิกคิ้ว “เฮอะ พวกเจ้าสองคนมีความลับด้วยหรือ”
กู่เยียนหรานรีบถามกลับ “เช่นนั้นเมื่อครู่ท่านกับชิงเป่ยคุยอันใดกันหรือเจ้าคะ”
กู่ฉางซานและซ่งชิงเป่ยสบตากัน ทั้งสองคนเองก็เรียนรู้ท่าทางของพวกนาง เอ่ยปากตอบเป็นเสียงเดียวกัน “นี่เป็นความลับของพวกข้า บอกเจ้าไม่ได้หรอก”
จากนั้น ทั้งสี่คนก็หัวเราะออกมา
กู่เยียนหรานดึงมือกู่ฉางซานอย่างสนิทสนม “ท่านพ่อ คืนนี้พวกเรากินอันใดกันดีเจ้าคะ”
กู่ฉางซานตะลึงไป จากนั้นยกยิ้มมุมปาก ตบมือของกู่เยียนหรานแล้วกล่าว “เจ้าไปถามพวกแม่นางซ่งเถิด และคืนนี้ให้พวกจื่อเยียนเตรียมอาหารค่ำให้เต็มที่”
“ได้เจ้าค่ะ”
พวกเขาอยู่ที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยมาหนึ่งเดือนกว่าแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะ อู่เชียนเชียนไปมาหมดแล้ว เมื่อไม่เหลือความรู้สึกสดใหม่ นางก็เริ่มรู้สึกเบื่อขึ้นมา
นางมองซ่งชิงหลันที่กำลังสอนซ่งซิงเยว่วาดแบบร่างอยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยถามอย่างเกียจคร้าน “พี่ชิงหลัน เมื่อไรเราจะกลับเมืองหลวงกันหรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันเงยหน้ามามองนางแวบหนึ่ง และกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เป็นอันใดไป ก่อนหน้านี้เจ้าอยากจะออกมาเที่ยวมากไม่ใช่หรือ เหตุใดตอนนี้จึงอยากกลับแล้วเล่า”
“พวกเราออกมากันเดือนกว่าแล้ว ไม่ว่าจะชอบเที่ยวเพียงไหน ก็ย่อมต้องคิดถึงบ้านบ้างสิเจ้าคะ” อู่เชียนเชียนมุ่ยปาก มองไปยังซุนอิงหนิง “อิงหนิง เจ้าเล่า เจ้าอยากกลับแล้วใช่หรือไม่”
“เอ่อ… ข้า…” ซุนอิงหนิงหันมองซ่งชิงหนานโดยไม่รู้ตัว
อู่เชียนเชียนอดไม่ได้ที่จะกลอกตา โบกมือแล้วพูด “ช่างเถิด ๆ ถามเจ้าไปก็เท่านั้น”
กล่าวจบ นางเลื่อนสายตามองไปยังคนที่มีอิทธิพลที่สุดที่นี่ วิ่งไปตรงหน้าเขาอย่างประจบประแจง “ท่านอ๋อง ท่านเองก็ไม่อยากกลับหรือเจ้าคะ”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ไป๋เย่หานเหลือบสายตาขึ้นมาเล็กน้อย กวาดตามองนางอย่างเรียบเฉยแล้วกล่าวตอบ “พระชายาอยู่ที่ใด ข้าก็จะอยู่ที่นั่น”