ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 449 ข้าจะกลับไปก่อนเป็นเพื่อนเจ้า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 449 ข้าจะกลับไปก่อนเป็นเพื่อนเจ้า
บทที่ 449 ข้าจะกลับไปก่อนเป็นเพื่อนเจ้า
อู่เชียนเชียนหมดคำจะกล่าวอย่างสิ้นเชิง อดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาประโยคหนึ่ง “เหตุใดทุกคนที่นี่ล้วนมีแต่พวกคลั่งรักนะ”
“เจ้ายังกล้ามาว่าพวกข้าอีกหรือ” ซ่งชิงหลันกลอกตาใส่นาง อย่างขบขัน “ซื่อโม่วเองก็เป็นคนคลั่งรักไม่ใช่หรือไร เจ้าไปที่ไหนเขาก็ตามเจ้าไปที่นั่น”
ฉูซื่อโม่วเดินเข้ามา หันมองอู่เชียนเชียนแล้วกล่าว “เชียนเชียน เจ้าอยากกลับแล้วหรือ ถ้าเจ้าอยากกลับ เช่นนั้นข้าจะกลับไปก่อนเป็นเพื่อนเจ้า ดีหรือไม่”
“เช่นนั้นก็น่าเบื่อน่ะสิ พวกเราทุกคนมาด้วยกัน ต้องกลับด้วยกัน”
อู่เชียนเชียนมีความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา และพุ่งเป้าไปที่ซ่งซิงเฉินที่กำลังเล่นหมากล้อมคนเดียว
นางหัวเราะคิกคักแล้วโน้มตัวไปตรงหน้าซ่งซิงเฉิน “เฉินเฉิน เจ้า…”
“ไม่อยากขอรับ” ไม่รอให้อู่เชียนเชียนกล่าวจบ เขาขัดจังหวะนาง ทั้งยังขมวดคิ้วเล็ก วิเคราะห์สถานการณ์บนกระดานหมากล้อมตรงหน้าอย่างตั้งใจ “ต้องรอให้ท่านน้าสี่และน้าสะใภ้สี่กลับด้วยกันขอรับ”
“ว่าอย่างไรนะ เจ้าเข้าใจผิดหรือเปล่า!” อู่เชียนเชียนเบิกตากว้าง มองซ่งซิงเฉินอย่างน่าสงสาร “เฉินเฉินเอ๋ย ถึงแม้ความจริงมันจะเกินรับไหว แต่ข้ายังต้องจำใจบอกเจ้า ท่านน้าสี่ของเจ้านั้นแต่งเข้าเรือนพักร้อนวั่งเหมยแล้ว เขาต้องอยู่ที่นี่กับน้าสะใภ้สี่ของเจ้า เจ้าจะกลับพร้อมพวกเขาไม่ได้แล้วละ”
“หา!” อยู่ ๆ ซ่งซิงเฉินก็อุทานอย่างตกใจ
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
อู่เชียนเชียนรีบถามอย่างเป็นกังวล “เป็นอันใดหรือ ๆ”
“สีขาวแพ้แล้วขอรับ…” ซ่งซิงเฉินขมวดคิ้วมุ่น พร้อมกล่าวกับตนเอง “เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร เห็น ๆ อยู่ว่าตอนแรกสีขาวเป็นฝ่ายได้เปรียบ”
ในตอนนี้ ซ่งซิงเยว่ตัวน้อยน่ารักหันหน้ามามองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าจริงจัง เอ่ยถามอย่างไร้เดียงสา “ท่านแม่ ท่านน้าสี่จะไม่กลับไปพร้อมพวกเราแล้วจริง ๆ หรือเจ้าคะ ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะไม่มีท่านน้าสี่แล้วหรือ”
“เอ่อ… เรื่องนั้น…” ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วอย่างลำบากใจ
คำถามนี้ทำนางลำบากใจจริง ๆ ไม่รู้ว่าควรอธิบายอย่างไร
โชคดีที่ในตอนนี้ร่างสีม่วงคุ้นตาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
จื่อเยียนมองคนที่อยู่ในห้อง ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มไม่เปลี่ยนแปลง และเอ่ยออกมาเบา ๆ “ทุกท่าน อาหารค่ำเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ นายท่านให้ข้ามาเชิญทุกท่านไปรับประทานอาหารที่โถงด้านหน้าเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ต้องรบกวนแม่นางจื่อเยียนด้วย”
จากนั้น ทุกคนมาที่โถงหน้าพร้อมกัน
โดยมีกู่ฉางซาน เฉินชิงสุ่ย กู่เยียนหราน รวมไปถึงซ่งชิงเป่ยนั่งรอพวกเขาอยู่แล้ว
ซ่งชิงหลันมองอาหารสิบอย่างและน้ำแกงหนึ่งอย่างที่จัดวางอยู่บนโต๊ะ วันนี้มีอาหารมากมายเป็นพิเศษ นางอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา พร้อมทั้งลอบกล่าวในใจ ดูท่าอาหารมื้อนี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว
อู่เชียนเชียนที่เป็นนักกินตัวยงไม่คิดอันใดมาก เมื่อเห็นอาหารน่าอร่อยมากมายเพียงนี้ นางกลืนน้ำลายอย่างตะกละตะกลาม เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม “เหตุใดวันนี้อาหารจึงมากมายเพียงนี้ ดูน่ากินไปหมดเลยเจ้าค่ะ”
“ไก่ทอดกรอบ เป็ดมะนาว ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน ปลาเจี๋ยนน้ำแดง ปลาต้มน้ำ…” ซ่งชิงหลันนับอาหารบนโต๊ะทีละอย่าง พร้อมทั้งยกยิ้ม “อาหารเหล่านี้ล้วนเป็นของชอบของเยียนหราน เหตุใดถึงดูเหมือนว่าอาหารมื้อนี้คือมื้อบอกลาเล่าเจ้าคะ”
กล่าวออกไปเช่นนั้น ทุกคนล้วนตะลึงงัน มองไปที่กู่ฉางซานพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
กู่ฉางซานหรี่ตาเล็กน้อย ก่อนยิ้มอย่างเรียบเฉย “แม่นางซ่งนี่สมกับเป็นแม่นางซ่งจริง ๆ ไม่สามารถหลบซ่อนอันใดจากสายตาเจ้าได้เลย”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”
หากแต่กู่เยียนหรานกลับงุนงงไป นางมองกู่ฉางซานด้วยสีหน้าฉงน “ท่านพ่อ นี่มันเรื่องอันใดกันแน่เจ้าคะ”
มื้อบอกลาอันใดกัน เหตุใดนางจึงไม่รู้อันใดเลยเล่า
กู่ฉางซานกล่าวตอบอย่างราบเรียบ “เหล่าซุนบอกว่า พรุ่งนี้เหมาะจะออกทะเล ไม่ว่าสะใภ้จะอัปลักษณ์เพียงใดก็ต้องไปพบพ่อแม่สามี เจ้าและชิงเป่ยแต่งงานกันแล้ว ก็ควรกลับไปพบคนตระกูลซ่งเสียหน่อย พรุ่งนี้เตรียมออกเดินทางด้วยล่ะ”
พูดไป เขาก็อดไม่ได้ที่จะขอบตาแดงขึ้นมาเสียเอง
ในใจของกู่เยียนหรานรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก นางรู้ว่านี่เป็นเพียงแค่ข้ออ้างที่ท่านพ่อคิดขึ้นมาเท่านั้น เขาไม่อยากบังคับให้พวกนางอยู่ที่นี่
นางกล่าว “ท่านพ่อ… ขอบคุณเจ้าค่ะ…”
เฉินชิงสุ่ยมองนางแล้วยิ้ม “เด็กโง่ มีเรื่องอันใดต้องขอบคุณเล่า”
ส่วนซ่งชิงเป่ยที่อยู่ด้านข้างกุมมือของกู่เยียนหรานไว้ ส่งสายตาบอกให้นางวางใจ จากนั้นมองกู่ฉางซานและเฉินชิงสุ่ย “ท่านพ่อตา ท่านแม่ยาย ข้าจะดูแลเยียนหรานให้ดีขอรับ”
“เดี๋ยว… เดี๋ยวก่อน…” ในตอนนี้ อยู่ ๆ อู่เชียนเชียนก็เอ่ยปาก ใบหน้าของนางยังมีความตื่นตะลึง “นายท่านกู่ นี่ท่านหมายความว่าชิงเป่ยสามารถไปจากเรือนพักร้อนวั่งเหมยได้หรือเจ้าคะ แต่ว่านี่คืองานคัดเลือกบุตรเขย ที่หาบุตรเขยเพื่อแต่งเข้าเรือนไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
“ไร้สาระ! เห็นข้าเป็นคนคร่ำครึเพียงนั้นเลยหรือ”
อู่เชียนเชียนตกใจกับคำพูดนี้ มองไปยังซ่งชิงหลันโดยไม่รู้ตัว
หากแต่ซ่งชิงหลันถลึงตาใส่นาง จากนั้นหยิบจอกสุรายกขึ้นหากู่ฉางซาน “นายท่านกู่ย่อมไม่ใช่คนคร่ำครึ การได้รู้จักกันถือเป็นโชคชะตา พวกเราได้เกี่ยวดองกันแล้ว นี่ใกล้จะจากกัน เหตุใดเราไม่มาดื่มด้วยกันสักจอกเล่าเจ้าคะ”
“แม่นางซ่งตรงไปตรงมาเสียจริง!” กู่ฉางซานหัวเราะร่า แล้วเอ่ยชื่นชม
จากนั้นทุกคนล้วนยกจอกสุราขึ้นมาดื่ม
อาหารค่ำมื้อนี้ พวกเขากินกันจนดึกดื่นกว่าจะแยกย้าย แต่ทว่าทุกคนล้วนยังไม่หายอยาก
ระหว่างทางกลับเรือน เด็กน้อยซ่งซิงเยว่กระโดดโลดเต้นตลอดทาง ดูอารมณ์ดีอย่างมาก ปากยังพึมพำอย่างมีความสุข “ดีเหลือเกิน! ดีเหลือเกินเจ้าค่ะ! ท่านน้าสี่กับท่านน้าสะใภ้สี่จะได้กลับไปกับพวกเราแล้ว!”
ซ่งชิงหลันมองแผ่นหลังเล็กของเด็กหญิงแล้วหัวเราะออกมา “เยว่เยว่ เจ้ามีความสุขขนาดนั้นเลยหรือ”
“เจ้าค่ะ! ข้าคิดถึงท่านยายทวด ท่านปู่ ท่านย่า ท่านน้าใหญ่ ท่านน้าสามแล้วเจ้าค่ะ! พวกเขาเองก็น่าจะคิดถึงเยว่เยว่มาก อ้อ! จริงสิ! ข้าต้องรีบกลับห้องไปเก็บของเสียแล้ว พวกเราต้องออกเดินทางพรุ่งนี้เช้าไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
นางมีสีหน้าท่าทางราวพี่ใหญ่ กวักมือเรียกซ่งซิงเฉิน “เฉินเฉิน เร็วเข้า กลับไปเก็บของกับข้า”
ในใจของซ่งซิงเฉินหล่นดัง ‘ตุบ!’ ทันที มุ่ยปากแล้วพูดเบา ๆ “ทุกครั้งเจ้าเอาแต่พูดว่าเก็บด้วยกัน สุดท้ายก็มีแต่ข้าที่เก็บคนเดียว”
“ไอ้หยา! พวกเราเป็นฝาแฝดกันนะ ข้าวของของข้าก็คือของของเจ้านั่นละ เหตุใดต้องแยกกันชัดเจนเพียงนั้นด้วย”
“เช่นนั้น ตอนท่านแม่ให้เงินค่าขนมกับเจ้า เหตุใดเงินของเจ้าถึงไม่แบ่งให้ข้าด้วยเล่า”
“เอ่อ… คือว่า…” ซ่งซิงเยว่พูดไม่ออก ดวงตากลมโตใสกลอกไปมา สุดท้ายก็หัวเราะร่าพร้อมรอยยิ้ม “ที่เขาว่ากันว่าพี่น้องแท้ ๆ ต้องแบ่งบัญชีให้ชัดเจน ท่านแม่เคยสอนพวกเราแล้วไม่ใช่หรือว่าหากเป็นเรื่องเงินจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เอาเถิด ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พวกเรารีบกลับไปกัน ข้ารับรองว่าครั้งนี้ข้าจะเก็บของกับเจ้าด้วยจริง ๆ นะ”
กล่าวจบ เด็กน้อยน่ารักสองคนก็จูงมือกันวิ่งจากไป
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ซ่งชิงหลันมองลูกสาวลูกชายทั้งสองก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบาง ในใจเต็มไปด้วยความสุข