ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 450 นอนไม่หลับหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 450 นอนไม่หลับหรือ
บทที่ 450 นอนไม่หลับหรือ
คืนนี้ ซ่งชิงหลันไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดนางจึงพลิกตัวไปมา นอนไม่หลับอย่างนี้
ยามที่พลิกตัวนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดไป๋เย่หานอดไม่ไหวเอ่ยออกมาอย่างเป็นห่วง “เป็นอันใด นอนไม่หลับหรือ”
ซ่งชิงหลันผงะไป “ท่านยังไม่นอนอีกหรือเจ้าคะ ข้ารบกวนท่านใช่หรือไม่”
“เปล่า” ไป๋เย่หานยื่นแขนยาวโอบเอาซ่งชิงหลันไว้ในอ้อมแขน ซุกคางไว้ในคอของนาง กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “หากเจ้าไม่นอน เช่นนั้นข้าก็จะตื่นเป็นเพื่อนเจ้า”
ความร้อนจากคำพูดของเขาสัมผัสเข้าที่ซอกหูจนนางรู้สึกจั๊กจี้ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักขึ้นมา “ไอ้หยา! จั๊กจี้นะเจ้าคะ”
“อย่าขยับสิ!” น้ำเสียงทุ้มของไป๋เย่หานดังขึ้นข้างหูนาง แฝงความอดกลั้นไว้อย่างจงใจ
ซ่งชิงหลันตัวแข็งทื่อในทันที นางค่อย ๆ หันหน้ามาจ้องมองเขา กล่าว “ไป๋เย่หาน ไม่ใช่แล้ว เช่นนี้ก็ได้หรือ”
ไป๋เย่หานยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “พระชายา อย่าได้ดูถูกความยั่วยวนที่เจ้ามีต่อข้ามากเกินไปสิ”
ซ่งชิงหลันกลอกตาอย่างไร้คำจะกล่าว
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
รู้สึกได้ว่าร่างที่กอดตนเองจากด้านหลังร้อนรุ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดซ่งชิงหลันอดไม่ไหว หันหน้าไปเสนอความเห็น “เช่นนั้น… พวกเราขึ้นดาดฟ้าไปรับลม ช่วยดับไฟให้ท่านดีหรือไม่”
เมื่อไป๋เย่หานได้ยิน เขากล่าวอย่างจนปัญญา “พระชายา เจ้าทำกับข้าเช่นนี้อย่างนั้นหรือ จะโหดร้ายเกินไปหรือไม่”
ซ่งชิงหลันหัวเราะ “เช่นนั้นท่านทนทุกข์ไปคนเดียวเถิด ข้าจะนอนแล้ว”
“ก็ได้ ๆ เราขึ้นไปบนหลังคากัน”
ทุกครั้งย่อมเป็นเขาที่ต้องประนีประนอม
ยามดึก ไป๋เย่หานพาซ่งชิงหลันเหาะขึ้นไปบนหลังคา ทั้งสองคนนั่งโอบกอดกันเช่นนั้น มองไปยังผืนทะเลเงียบสงบที่ไกลออกไป ทั้งยังมีพระจันทร์เต็มดวงที่ลอยขึ้นสูงเหนือผิวน้ำ
ภาพตรงหน้าล้วนเงียบสงบและงดงาม
ซ่งชิงหลันจับมือของไป๋เย่หาน เผยความรู้สึกออกมา “ถึงแม้จะมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน แต่ข้ารู้สึกมีความสุขมาก ไม่มีเรื่องของโลกภายนอกมารบกวน ไม่มีการหลอกลวงซึ่งกันและกัน แต่ต้องจากไปแล้ว ข้าทำใจจากไปไม่ค่อยได้เลย”
เมื่อกลับไปถึงเมืองหลวง ก็ต้องใช้ชีวิตยุ่ง ๆ ของนางอีกครั้ง ถึงแม้ทุกกิจการจะมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาจัดการ แต่นางยังไม่อาจวางใจได้เท่าไรนัก
โดยเฉพาะภัตตาคารอวิ๋นหลายและร้านเสื้อซิงเยว่ หลายวันมานี้นางไม่ได้อยู่เมืองหลวง แต่ก็ไม่ได้อยู่ว่าง ๆ ยามที่มีแรงบันดาลใจ นางมักจะวาดแบบร่างจำนวนหนึ่งไว้ หรือหากนึกรายการอาหารใหม่ ๆ ได้ นางต้องรอให้กลับไปทำเท่านั้น
ไป๋เย่หานลูบหัวนางอย่างอ่อนโยน “หากเจ้าชอบชีวิตบนเกาะเช่นนี้จริง หลังจากกลับไป ข้าจะซื้อเกาะให้เจ้าเอาไว้ไปเที่ยวเล่น ดีหรือไม่”
“ชิ” ซ่งชิงหลันหัวเราะออกมา “ข้าก็มีเงิน หากจะซื้อเกาะ คงไม่ต้องให้ท่านอ๋องมาจ่ายให้กระมัง”
ไป๋เย่หานเลิกคิ้ว “จริงสิ ข้าลืมไปได้อย่างไร พระชายาเป็นมหาเศรษฐีแห่งเมืองหลวงนี่นา”
“แน่นอนสิ ท่านพึ่งพามหาเศรษฐีอย่างข้า แล้วแอบเพลิดเพลินไปเถิด”
ทั้งสองคนพูดคุยกันแบบเจ้าพูดคำหนึ่ง ข้าพูดคำหนึ่ง ไม่มีคำพูดก็หามาพูด ไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว
……
ในตอนนี้ ด้านล่างมีเสียงอ้อแอ้ของเด็กน้อยที่ฟังดูไม่พอใจดังขึ้นมา “ท่านแม่ ท่านพ่อ…”
ซ่งชิงหลันผละกอดจากไป๋เย่หาน ก้มลงไปมองก็เห็นซ่งซิงเยว่และซ่งซิงเฉิน เด็กทั้งสองคนยืนอยู่ด้านล่าง กำลังเงยหน้าขึ้นมามองพวกเขาอยู่
ซ่งชิงหลันผงะไป “เฉินเฉิน เยว่เยว่ เหตุใดพวกเจ้าจึงยังไม่นอนอีก”
ซ่งซิงเยว่ปิดปากเล็ก ๆ กล่าวตอบเสียงอ่อน “พวกเรานอนไม่หลับเจ้าค่ะ”
ทว่าบนหน้าผากของซ่งซิงเฉินปรากฏเส้นสีดำขึ้นมา
นอนไม่หลับอันใดกัน เห็น ๆ อยู่ว่าเขาหลับสบายจะตายไป ซ่งซิงเยว่เองต่างหากที่นอนไม่หลับ ทั้งยังได้ยินเสียงพูดคุยจากบนหลังคา ก็ยังจะดันให้เขาตื่นให้ได้ แล้วลากเขาออกมา
ซ่งซิงเยว่เห็นท่าทางงุนงงของซ่งซิงเฉิน ก็ผลักเขาเบา ๆ แล้วส่งสายตาให้ “เฉินเฉิน เจ้าพูดอันใดหน่อยสิ”
ซ่งซิงเฉินยอมตามน้ำทันที เงยหน้าขึ้นมองทั้งสองคนที่อยู่บนหลังคา “อ้อ ขอรับ พวกเรานอนไม่หลับ”
ซ่งซิงเยว่ได้ทีขี่แพะไล่อย่างต่อเนื่อง “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าอยากขึ้นไปคุยแล้วก็ชมทิวทัศน์กับพวกท่านด้วยเจ้าค่ะ”
กล่าวจบ นางยกมืออวบอ้วนเล็ก ๆ มองไป๋เย่หานพร้อมทำท่าขอให้อุ้ม
ไป๋เย่หานที่เป็นทาสบุตรสาวจะต้านทานได้อย่างไร ไม่พูดไม่จาอันใด เหาะลงไปข้างล่างแล้วอุ้มเด็กทั้งสองด้วยมือข้างละคน แล้วเหาะกลับขึ้นมาบนหลังคาอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดซ่งซิงเยว่ในอ้อมอกของไป๋เย่หานก็สุขสมหวังมองทิวทัศน์ใต้แสงจันทร์ที่ไกลออกไปบนผืนทะเล อดไม่ได้ที่จะกะพริบตาโตอย่างมีความสุข “ไอ้หยา… สวยมากจริง ๆ…”
นางหันหน้ามามองไป๋เย่หานอีกครั้ง ทำปากจู๋กล่าวอย่างออดอ้อน “ท่านพ่อ ท่านใจร้ายเกินไปแล้ว มีที่สวย ๆ เช่นนี้แต่กลับมาดูกับท่านแม่แค่สองคน ไม่พาพวกข้ามาด้วย”
“เยว่เยว่ เจ้าเบาเสียงหน่อย เฉินเฉินหลับอยู่นะ” ซ่งชิงหลันจงใจลดเสียงลงแล้วกล่าวเบา ๆ
ซ่งซิงเยว่หันหน้าไปมองซ่งซิงเฉินที่หลับอยู่ในอ้อมแขนของซ่งชิงหลัน แล้วยิ้มออกมา “เฉินเฉินเป็นเจ้าหมูจอมขี้เกียจ ไม่นานก็หลับเสียแล้ว”
ซ่งชิงหลันเห็นอย่างนั้นจึงเปิดโปงแผนการของนางทันที “เยว่เยว่ เจ้าบอกว่าพวกเจ้านอนไม่หลับไม่ใช่หรือ เหตุใดเฉินเฉิน…”
“ไอ้หยา ท่านพ่อ คราวก่อนท่านบอกว่าพอเรากลับเมืองหลวง ก็จะสร้างสวนเล็ก ๆ กลางทะเลสาบในจวนอ๋องด้วยนี่” ซ่งซิงเยว่เห็นว่าสถานการณ์ไม่เป็นดั่งใจ จึงรีบเปลี่ยนประเด็นในทันที
ไป๋เย่หานและซ่งชิงหลันสบตากัน และยิ้มออกมา
เจ้าเด็กคนนี้นี่เจ้าเล่ห์เสียจริง ไม่รู้ว่าได้ผู้ใดมา
ไป๋เย่หานจับมือเล็กอวบอ้วนของเด็กหญิง “ต้องเป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว เยว่เยว่อยากได้หรือ”
“เจ้าค่ะ ข้าอยากจะสร้างสวนเล็กกลางทะเลสาบของเราให้เป็น…”
ซ่งซิงเยว่พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด ในค่ำคืนนี้ ครอบครัวสี่คนใช้เวลาบนหลังคาไปเช่นนั้น
เช้าตรู่วันต่อมา ทุกคนมารวมตัวกันที่ชายฝั่ง
เรือถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เหล่าคนรับใช้ของเรือนพักร้อนวั่งเหมยกำลังขนของขึ้นเรืออย่างเป็นระเบียบ
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
เพราะกู่เยียนหรานเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของกู่ฉางซาน เขาย่อมเตรียมสินเดิมไว้ให้นางมากมาย
แต่เมื่อใกล้จะต้องจากกัน อยู่ ๆ ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ก็ก่อตัวขึ้นในใจ
กู่เยียนหรานจับมือของกู่ฉางซาน พร้อมกล่าวกำชับ “ท่านพ่อ ท่านต้องดูแลตนเองให้ดีนะเจ้าคะ”
“วางใจเถิด พ่อสุขภาพแข็งแรงดี เจ้าอยู่ข้างนอกก็ต้องดูแลตนเองให้ดี หากมีเรื่องอันใด ยังมีเรือนพักร้อนวั่งเหมยที่คุ้มครองเจ้าอยู่” คำพูดนี้ของกู่ฉางซานเต็มไปด้วยความดุดัน
กู่เยียนหรานยิ้มออกมาทันที นางหันหน้าไปมองเฉินชิงสุ่ยแล้วกล่าว “ท่านแม่ ท่านเองก็ต้องรักษาตัวนะเจ้าคะ”
“วางใจเถิด” เฉินชิงสุ่ยกุมมือของนาง “ผู้หญิงเราพอแต่งงานไป ย่อมมีอีกเรื่องให้กังวลเพิ่มขึ้น เยียนหราน เจ้าเพียงแต่ต้องจำไว้ ที่นี่จะเป็นบ้านของเจ้าตลอดไป ไม่ว่าเมื่อไรที่อยากจะกลับมา ก็กลับมาได้เสมอ”
“เจ้าค่ะ” กู่เยียนหรานขอบตาแดงขึ้นมาทันที
ซ่งชิงเป่ยโอบไหล่ของนาง บอกลาผู้อาวุโสทั้งสอง “ท่านพ่อตาท่านแม่ยาย พวกท่านวางใจเถิดขอรับ มีข้าอยู่ทั้งคน ข้าจะดูแลเยียนหรานอย่างดีขอรับ”
ในตอนนี้ เหล่าซุนเดินเข้ามา มองกู่ฉางซานแล้วกล่าวด้วยความเคารพ “นายท่าน ได้เวลาต้องออกเดินทางแล้วขอรับ”
กู่ฉางซานถอนหายใจอย่างหนัก แล้วโบกมือ “ไปเถิด”
เรือออกไปแล้ว
กู่ฉางซานและเฉินชิงสุ่ยยังคงยืนอยู่ที่ท่าเรือ มองพวกเขาจากไป
ส่วนกู่เยียนหรานที่ยืนอยู่ตรงท้ายเรือโบกมือให้พวกเขาตะโกนเสียงดัง “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านกลับไปเถิด…”