ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 451 ข้ามองนางเป็นน้องสาวมาโดยตลอด
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 451 ข้ามองนางเป็นน้องสาวมาโดยตลอด
บทที่ 451 ข้ามองนางเป็นน้องสาวมาโดยตลอด
เรือห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ สุดท้ายทั้งสองคนตรงท่าเรือก็ออกห่างไปจากสายตาของกู่เยียนหราน
นางพิงไหล่ของซ่งชิงเป่ย หลั่งน้ำตาอย่างเงียบ ๆ
และไม่รู้ว่าเหตุใด การจากลาครั้งนี้ทำให้นางปวดใจเป็นพิเศษ
เมื่อก่อนนางไม่รู้ว่าเหตุใดท่านพ่อของนางจึงไม่ออกจากเกาะดอกเหมยนี้เลย และไม่ยอมให้นางออกจากเกาะดอกเหมยมาโดยตลอด
ตอนนี้นางรู้แล้ว เป็นเพราะท่านแม่อยู่ที่นี่
ซ่งชิงหลันเดินมาข้างกาย ตบไหล่ของนางแล้วกล่าว “เยียนหราน ดูท่าเจ้าจะโตขึ้นแล้วจริง ๆ”
กู่เยียนหรานเงยหน้าไปมองนาง “พี่ชิงหลัน ข้า…”
“ไม่เป็นไร การจะมาเกาะดอกเหมยใช้เวลาเดินทางเพียงสองสามวัน เจ้าและชิงเป่ยกลับมาบ่อย ๆ ได้นะ”
ซ่งชิงเป่ยเอ่ยปลอบกู่เยียนหราน “ใช่แล้ว! ขอเพียงเจ้าอยากกลับมา ข้าจะกลับมากับเจ้า”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“เช่นนั้นหากข้าบอกว่าข้าอยากจะอยู่ที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยไปตลอดเล่า เจ้าจะยินดีอยู่กับข้าหรือไม่” กล่าวจบ กู่เยียนหรานมองเขาด้วยแววตาสดใส
ซ่งชิงเป่ยไม่แม้แต่จะคิด พยักหน้าแล้วกล่าว “ข้ายินดี”
กู่เยียนหรานยิ้มอย่างมีความสุขทันที และกำลังคิดจะกล่าวอันใดต่อ อยู่ ๆ ในตอนนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากห้องโดยสาร
ทั้งสามคนมองหน้ากัน
ส่วนซ่งชิงหลันกล่าวอย่างเป็นกังวล “นี่มันเสียงอันใดกัน”
กู่เยียนหรานขมวดคิ้ว “ดูเหมือนจะดังมาจากห้องเก็บของ แปลกแฮะ… ที่นั่นมีแต่สินเดิมของข้า เหตุใดจึง…”
“ไปดูก็รู้แล้ว” ซ่งชิงเป่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม พานางมุ่งหน้าไปยังห้องเก็บของ
ส่วนซ่งชิงหลันเดินตามไปด้วยสีหน้ากังวล
ระหว่างทางที่ทั้งสามคนเดินไปก็ได้พบไป๋เย่หานและซ่งชิงหนานที่ได้ยินเสียงประหลาดเช่นกันจึงได้มาดูสถานการณ์
ทุกคนรีบเร่งเดินมาถึงประตูห้องเก็บของทันที ทว่ากลับได้ยินเสียงชายหญิงดังออกมาจากด้านใน
ผู้หญิง “ท่านนั่นแหละ”
ผู้ชาย “เจ้าต่างหาก!”
ผู้หญิง “เหตุใดท่านจึงอยู่ที่นี่ได้เล่า”
ผู้ชาย “แล้วเหตุใดเจ้าจึงมาหลบอยู่ตรงนี้ด้วยเล่า เจ้าออกจากเรือนพักร้อนวั่งเหมยไปนานแล้วไม่ใช่หรือ”
ผู้หญิง “ข้า… ท่านยุ่งอันใดด้วย! ก็ข้าจะไปเมืองหลวงนี่!”
ผู้ชาย “บังเอิญเสียจริง ข้าเองก็วางแผนจะตามพวกเขาไปเช่นกัน!”
……
ฟังถึงตรงนี้ อยู่ ๆ ซ่งชิงเป่ยขมวดคิ้วขึ้นมา กล่าวเสียงต่ำ “เสียงนี้เหตุใดจึงฟังดูคุ้นหูนัก”
“ข้ารู้แล้วว่าเป็นผู้ใด!” กู่เยียนหรานพูดขึ้น จากนั้นผลักประตูไม้ของห้องเก็บของเข้าไป
ร่างของซ่างกวนจิ่งหงและอันชิงชิงปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าทุกคน
ทั้งสองที่กำลังถกเถียงกันถูกประตูที่เปิดกะทันหันขัดจังหวะ
พวกเขาหันหน้ามาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ยามที่เห็นทุกคนที่ยืนอยู่ตรงประตู ก็ตะลึงไปพร้อมกัน “พวกเจ้ามาได้อย่างไร”
ซ่งชิงเป่ยขมวดคิ้ว เดินหน้าไปมองทั้งสองคน “คำนี้ควรเป็นพวกข้าที่ถามพวกเจ้าจึงจะถูก”
กล่าวจบ เขาจ้องมองอันชิงชิงราวกับตนเป็นพี่ชายอย่างไรอย่างนั้น “ชิงชิง เจ้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เจ้ากลับกับกลุ่มอินทรีย์ดำไปแล้วไม่ใช่หรือ”
อันชิงชิงมุ่ยปากกล่าวพึมพำ “ข้าไม่อยากกลับ ข้าอยากไปเมืองหลวงกับเจ้า”
“เจ้า…” ซ่งชิงเป่ยพูดไม่ออกกับคำพูดของนาง “เจ้าจึงปิดบังพวกเขาแล้วหนีกลับมาหรือ เจ้ารู้หรือไม่ ว่าเจ้าทำเช่นนี้จะทำให้พ่อเจ้าเป็นกังวล”
“ไม่หรอก ตอนที่ข้ามาข้าทิ้งจดหมายไว้ให้พวกเขาแล้ว ข้าบอกว่าข้ามาหาเจ้า”
“เจ้า… เจ้าจะมาหาข้าด้วยเหตุใด เจ้า…”
“พอเถิด ชิงเป่ย” กู่เยียนหรานดึงซ่งชิงเป่ยไว้แล้วส่ายหน้า
ทุกคนล้วนเป็นผู้หญิง อีกทั้งยังชอบผู้ชายคนเดียวกัน นางรู้ดีว่าการถูกคนที่ชอบดุต่อหน้าคนมากมายนั้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมากเพียงใด
นางจึงอยากไว้หน้าอันชิงชิงบ้าง
ซ่งชิงหลันเดินเข้ามา เห็นกล่องใหญ่สองกล่องที่เปิดออก เห็นได้ชัดมากว่าพวกเขาสองคนแทรกตัวมาในสินเดิมแล้วถูกยกขึ้นเรือ
นางยิ้มน้อย ๆ มองทั้งสองคนด้วยความสนอกสนใจ “เช่นนั้นพวกเจ้าจึงนัดกันใช้วิธีนี้เพื่อขึ้นเรือหรือ”
ซ่างกวนจิ่งหงรีบเถียง “ไม่ใช่!”
อันชิงชิงเองก็กล่าวแทบจะพร้อมกัน “ไม่ใช่เสียหน่อย!”
“คิก!”
ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “พวกเจ้าสองคนนี่รู้ใจกันจริง ๆ นะ”
“ผู้ใดจะไปรู้ใจเขากัน” อันชิงชิงมุ่ยปากมองซ่างกวนจิ่งหงอย่างดูแคลน
ส่วนซ่างกวนจิ่งหงเองก็มองนางแวบหนึ่งแล้วกล่าวตอบ “ขอโทษที ข้าเองก็ไม่อยากจะรู้ใจกับเจ้าเช่นกัน”
กู่เยียนหรานหันไปมองที่ซ่างกวนจิ่งหงเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย “พี่จิ่งหง หากท่านอยากจะไปเมืองหลวง ก็สามารถขึ้นเรือไปอย่างเปิดเผยได้ เหตุใดต้องมาซ่อนตัวอยู่ในกล่องด้วยเล่า”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“แหะ ๆ… คือ… นี่เป็นเพราะ…” ใบหน้าของซ่างกวนจิ่งหงดูไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมา ทั้งยังหลบสายตาสอบสวนของกู่เยียนหราน
“ฮ่า ๆ…” อยู่ ๆ อันชิงชิงหัวเราะออกมาเช่นกัน “คุณหนูกู่ เจ้านี่ไม่รู้จริง ๆ หรือว่าแสร้งโง่กันแน่ นี่ชัดเจนมากแล้วไม่ใช่หรือ คุณชายซ่างกวนยังรักเจ้าอยู่จึงได้อยากจะกลับเมืองหลวงไปกับพวกเจ้า เพื่อจับตาดูเจ้ากับเสี่ยวเป่ยตลอดเวลาอย่างไรเล่า!”
เมื่อความในใจถูกเปิดเผย ซ่างกวนจิ่งหงก็ลนลานขึ้นมาเล็กน้อย
เขาถลึงตามองอันชิงชิงแวบหนึ่ง “อันชิงชิง! เจ้าไม่พูดก็ไม่มีผู้ใดว่าเจ้าเป็นใบ้หรอกนะ!”
“แบร่ ๆ ๆ…” อันชิงชิงแลบลิ้น หัวเราะต่อ “ข้าพูดผิดตรงไหนหรือ นี่เป็นความคิดของท่านมาแต่แรกแล้วนี่”
“แล้วเจ้าเล่า เจ้าเองก็เหมือนกัน เจ้าขึ้นเรือลำนี้มาก็เพราะซ่งชิงเป่ยไม่ใช่หรือ”
“ใช่! ถูกต้อง! ข้าทำเพราะเสี่ยวเป่ย ข้ายอมรับ ข้าไม่เหมือนเจ้าเสียหน่อย ทำผิดแต่ไม่กล้ารับ เป็นสุภาพบุรุษจอมปลอมจริง ๆ!”
“เจ้า! เจ้า…” ซ่างกวนจิ่งหงชี้หน้าอันชิงชิง เขาโกรธเสียจนพูดติดอ่าง
อันชิงชิงเอามือสองข้างกอดอก มองเขาด้วยท่าทางเหนือกว่า “ข้า ๆ ๆ ข้าเหตุใดหรือ”
ซ่างกวนจิ่งหงวางมือลงด้วยความโกรธ “เฮอะ ผู้ชายดี ๆ ไม่ทะเลาะกับผู้หญิงหรอก!”
“ชิ เถียงสู้ไม่ได้ก็เถียงสู้ไม่ได้สิ” อันชิงชิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ยังจะมาพูดจาสวยหรู คิดจะหลอกผู้ใดกัน”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนทะเลาะกันอย่างไม่ยอมแยก ซ่งชิงหลันก็รีบเอ่ยปาก “คือว่า… ในเมื่อพวกเจ้าสองคนขึ้นเรือมาแล้ว เช่นนั้นก็อย่าอยู่ในห้องเก็บของนี้เลย ไปพักผ่อนที่ห้องโดยสารกันเถิด”
อันชิงชิงได้ฟังก็ดวงตาเป็นประกายทันที รีบจับมือของซ่งชิงหลัน “เช่นนั้นก็ดีมากเจ้าค่ะ ขอบคุณนะเจ้าคะ ท่านพี่ชิงหลัน”
ซ่งชิงหลันไม่อาจจะต้านทานสีหน้าที่ดูสนิทสนมตลอดเวลาของอีกฝ่ายได้เท่าไรนัก
นางยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ไม่เป็นไร เราไปกันเถิด”
“เจ้าค่ะ! เจ้าค่ะ! ท่านไม่รู้หรอก เมื่อกี้ตอนที่ข้าแอบอยู่ในกล่องนั้นลำบากมาก…”
เพื่อไม่ให้กระอักกระอ่วน ซ่างกวนจิ่งหงเองก็เดินตามออกไป
ยามที่เหลือเพียงซ่งชิงเป่ยและกู่เยียนหราน ซ่งชิงเป่ยดึงมือของกู่เยียนหรานไว้ “เยียนหราน ข้ากับชิงชิงไม่ได้เป็นอันใดกันจริง ๆ ข้ามองนางเป็นน้องสาวมาโดยตลอด”